อ่านทั้งหมดประชาสัมพันธ์ถาม-ตอบความรู้-วิชาการมีดีมาโชว์ซื้อ-ขาย-ประมูลสัพเพเหระกิจกรรม 2U
ขอเชิญร่วมทำบุญบูชาพระรูปเหมือนลอยองค์รุ่นแรก
พระรูปเหมือนลอยองค์รุ่นแรก หลวงปู่พระครูวิเวกวัฒนาทร (หลวงปู่บุญเพ็ง กัปปโก) แก้ไขรูป


ขอเชิญร่วมทำบุญบูชาพระรูปเหมือนลอยองค์รุ่นแรก

หลวงปู่พระครูวิเวกวัฒนาทร (หลวงปู่บุญเพ็ง กัปปโก)

เนื้อชานหมากผสมผงว่านยาวาสนามหาจินดามณี






พระรูปเหมือนลอยองค์รุ่นแรก ของหลวงปู่บุญเพ็ง กัปปโก ได้รวบรวมวัตถุมงคลอันเกี่ยวเนื่องด้วยองค์หลวงปู่มากมายมาเป็นส่วนผสม อาทิเช่น ผงว่าน ๑๐๘, ผงว่านยาเทวดาซึ่งเก็บจากที่ปลูกไว้ข้างกุฏิของหลวงปู่ที่วัดป่าวิเวกธรรม  ผงว่านเพชรกลับ  ผงพระธาตุพระปัจเจกพุทธเจ้าและผงพระอรหันตธาตุร่วม ๕ กิโลกรัม ไพลเสก  ผงข้าวก้นบาตร  เส้นเกศา  ผ้าอังสะ  ผงดอกไม้บูชาพระของหลวงปู่บุญเพ็ง  ผงดอกไม้ที่องค์หลวงปู่บูชาสักการะอัฐิธาตุหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต    เกสร ๑๐๘    เกสรดอกวาสนาจากที่พำนักของหลวงปู่ที่หมู่บ้านปัญญา    ไม้ขัดฟันของหลวงปู่ที่ได้เก็บรวบรวมไว้จนมีจำนวนมาก และได้นำเข้าพิธีสวดอธิษฐานพร้อมกับตะกรุดจักรแก้วพระพุทธเจ้า ตะกรุดหัวใจปฏิสังขาโย อันมีอานุภาพครอบจักรวาล  องค์หลวงปู่บอกว่า      “ แม้แต่มะเร็งก็รักษาได้นะ ”  มวลสารจากวัตถุมงคลรุ่นเก่า ผสมผสานด้วยลูกอมชานหมากของหลวงปู่ปริมาณมาก ผสมด้วยว่านดินกากยายักษ์จาก อ. ลำพญา  จ.ยะลา ที่ใช้สร้างหลวงปู่ทวดปี ๒๔๙๗ และที่ขาดมิได้ คือ ผงยาวาสนามหาจินดามณี





                                                                                                           

พิธีมหามงคล

            นับได้ว่าวัตถุมงคลรูปเหมือนลอยองค์รุ่นแรก ของหลวงปู่บุญเพ็ง  กัปปโก ซึ่งได้ดำเนินการจัดสร้างอย่างถูกต้อง เพียบพร้อมสมบูรณ์ ในครั้งนี้ ได้มีการเน้นหนักในด้านความเข้มขลัง ศักดิ์สิทธิ์อย่างเอกอุ ได้ประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ ถึง ๕ วาระด้วยกัน เพื่อให้บังเกิด พุทธานุภาพ ธัมมานุภาพ สังฆานุภาพอันจะนำมาซึ่งพลานุภาพบรรลุถึงคำว่า วัตถุมงคลกฤตยาคมแฝด คือดีตั้งแต่เนื้อในจรดผิวนอก ซึ่งโบราณาจารย์เชื่อว่า ไม่มีวันเสื่อม โดยจะนำรายได้ไปสมทบทุนในการสร้างอาคารอนุสรณ์ครบรอบ ๘๐ ปี หลวงปู่บุญเพ็งกัปปโก มหาวิทยาลัยมหามงกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตภาคอีสาน จังหวัดขอนแก่น

พิธีวาระที่ ๑
หลวงปู่ได้มีเมตตากระทำพิธีอธิษฐานจิตแผ่เมตตา ตะกรุดหัวใจปฏิสังขาโย, ตะกรุดหัวใจพระรัตนตรัย, ผ้าอังสะ เป็นการส่วนองค์อย่างเต็มอริยะภูมิ วันที่ ๒๖ ธันวาคม  พ.ศ. ๒๕๔๘

พิธีวาระที่  ๒ 
พิธีแผ่เมตตาอธิษฐานจิต แผ่เมตตาอิทธิวัตถุมงคลทั้งหมด เป็นการส่วนองค์ ในวันที่ ๒๘  ธันวาคม  พ.ศ. ๒๕๔๘

พิธีวาระที่  ๓   
พิธีแผ่เมตตาผงชานหมากและ ผงว่านยาจินดามณี ตั้งแต่วันที่ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ถึงวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙

พิธีวาระที่  ๔   
หลวงปู่ได้มีเมตตาเจิมบล็อกเพื่อความเป็นสิริมงคลในวันที่ ๑๕ มกราคม  พ.ศ. ๒๕๔๙












การสั่งจองบูชา



                เนื่องจากการสร้างวัตถุมงคลรุ่นแรกนี้มีจำนวนจำกัดเพียง  ๖,๐๐๐ องค์  โดย ท่านอาจารย์ ดร.พรรษา  พ่วงแตง เป็นผู้สนับสนุนปัจจัยในการสร้าง และท่านอาจารย์ ดร. พรรษา  พ่วงแตง ไม่ขอเก็บพระไว้เป็นการส่วนตัวแม้แต่องค์เดียว  ทั้งนี้ก็เนื่องด้วยท่านมีศรัทธาจะให้ อาคาร ๘๐ ปี หลวงปู่บุญเพ็ง  กปฺปโก ซึ่งหลวงปู่อุปถัมภ์สร้างให้มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยเสร็จสิ้นในเวลาอันควร



                จึงขอเรียนเชิญสาธุชนที่มีจิตศรัทธาประสงค์จะทำบุญสร้างอาคารเรียนของมหาวิทยาลัยสำหรับสงฆ์ โปรดสั่งจองเพื่อบูชาได้ในราคาองค์ละ  ๓๐๐ บาท  โดยสั่งจองได้ที่

๑.      ผู้ช่วยศาสตราจารย์เมธี  สมภักดี                            โทร. ๐๑ ๙๗๕ ๐๔๘๓

๒.    อาจารย์สมชัย  อัษฎายุธ                                          โทร. ๐๑ ๕๙๒ ๘๘๒๘

๓.    คุณทัศนีย์  ฉันทาดิศัย                                            โทร. ๐๑ ๘๑๗ ๒๙๙๐

๔.    คุณธนวัฒน์  สุวรรณวัฒน์ (เต๋า)                            โทร. ๐๕ ๘๐๖ ๒๕๓๘

๕.    หรือส่งแฟกซ์ใบสั่งจองไปที่วัดป่าวิเวกธรรม        โทร. ๐๔๓ ๒๒๒ ๐๔๒





อาคารอนุสรณ์ครบรอบ ๘๐ ปี ณ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน

บ้านโนนชัย ถนนราษฎร์คนึง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น















วัตถุประสงค์

๑.      เป็นอนุสรณ์ครบรอบสิริอายุ ๘๐ ปี ของพระครูวิเวกวัฒนาทร (บุญเพ็ง กปฺปโก) วัดป่าวิเวกธรรม จังหวัดขอนแก่น

๒.    เป็นศูนย์ฝึกอบรมกรรมฐานและพิพิธภัณฑ์เกจิอาจารย์สายกรรมฐานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

๓.    เพื่อเป็นศูนย์ศึกษาวิชาการทางพระพุทธศาสนานานาชาติ

๔.    เพื่อเป็นที่ศึกษาและเผยแผ่วิชาการทางพระพุทธศาสนาของชุมชนชาวจังหวัดขอนแก่น

๕.    เพื่อเป็นหอสมุดกลางและสถานศึกษาระดับบัณฑิตวิทยาลัย ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน















ผู้ตั้งกระทู้ ศุภชัย เตชะวงศ์ไพโรจน์ (เว็บมาสเตอร์) (rakpratat@yahoo.com) :: วันที่ลงประกาศ 20-04-2006 12:35:58

ความเห็นที่ 1 (448826)




ประวัติ หลวงปู่บุญเพ็ง  กปฺปโก วัดป่าวิเวกธรรม จังหวัดขอนแก่น



กำเนิดและวัยเยาว์

พระครูวิเวกวัฒนาทร (หลวงพ่อบุญเพ็ง กปฺปโก)  เจ้าอาวาสวัดป่าวิเวกธรรม ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น  มีนามก่อนอุปสมบทว่า บุญเพ็ง    เหล่าหงษา ท่านถือกำเนิดจากโยมบิดาคือนายเอี่ยม โยมมารดาคือนางคง  ในวันมาฆบูชา ปีมะโรง จ.ศ.๑๒๙๐ ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๑ ที่บ้านบัวบาน ตำบลกุ่ทอง อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม มีพี่น้องร่วมท้อง ๗ คน      เป็นชาย ๕ คน    หญิง ๒ คน  ได้แก่ นางแถว  พระครูศีลสารวิมล (ล้วน สีลราโม)  นางสาย  นายเลียบ  นายเลี่ยม  และนายสำเริง  ตามลำดับ โดยมีหลวงพ่อเป็นลูกหล้า คือ บุตรคนสุดท้อง ปัจจุบันพี่ของท่านมรณภาพ และเสียชีวิตหมดแล้ว



                ครอบครัวของหลวงพ่อมีอาชีพทำไร่ทำนา หลวงพ่อมีโอกาสศึกษาเล่าเรียนถึงชั้นประถมปีที่ ๔  ตามโอกาสการศึกษาในสมัยนั้น จากนั้นท่านได้ช่วยเหลือครอบครัวทำนา ทำไร่ ตามสภาพของชีวิตในชนบท  ในการประกอบสัมมาชีพของท่าน ท่านคิดเมตตาสงสารวัวควายที่ท่านใช้งาน และคิดสลดสังเวชการวนเวียนดำเนินชีวิตของผู้คนรอบข้างที่ทุกข์ยากและต้องสู้ภัยธรรมชาติปีแล้วปีเล่า ท่านอยากจะบวช แต่ก็ต้องรับผิดชอบในการทำงานแทนบรรดาพี่ชายซึ่งบวชกันไปหมด จนกระทั่งท่านมีอายุได้ ๒๑ ปี จึงได้มีโอกาสบวช ก่อนออกบวชท่านได้ทดแทนคุณบิดามารดาด้วยการสร้างบ้านให้บิดามารดาและพี่น้องด้วยตัวท่านเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่หาไม้จนกระทั่งสำเร็จเป็นบ้านอยู่อาศัยได้



ในการประกอบอาชีพ หลวงพ่อก็สามารถทำได้ดีกว่าชาวบ้านทั่วไป ท่านรู้จักประกอบอาชีพหารายได้นอกฤดูทำนา จนมีเงินทองมาจุนเจือครอบครัวอีกส่วนหนึ่ง ท่านเล่าให้ฟังว่าท่านเป็นกัลบก (ช่างตัดผม) ประจำหมู่บ้าน สามารถตัดผมได้หลายทรง นอกจากนี้ หลวงพ่อยังมีพรสวรรค์ในการรักษาโรคโดยวิธีการพื้นบ้านตามที่โยมบิดาท่านสอนให้ เช่น รักษาตาต้อ คางทูม ฯลฯ เป็นเหตุให้ท่านสอนให้พวกลูกศิษย์ใช้คาถาและพลังจิตรักษาโรคมาจนกระทั่งปัจจุบัน ท่านบอกว่า ให้ฝึกไว้ช่วยตนเองและสงเคราะห์คนอื่นยามที่ไม่มีโอกาสรับการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบันได้ 



สู่สมณเพศ

                มูลเหตุที่หลวงพ่อท่านมีความตั้งใจอยากจะบวชเป็นพระแทนการสร้างครอบครัวเฉกเช่นชาวบ้านอื่น ก็คงเป็นเพราะท่านเกิดมาในตระกุลที่ฝักใฝ่ในทางศีลธรรม ประกอบกับพี่ชายของท่านคือพระครูศีลสารวิมล (ล้วน สีลราโม) ก็ได้บรรพชาตั้งแต่หลวงพ่อท่านยังเป็นเด็กจนได้เป็นพระกรรมฐานผู้มีชื่อเสียงเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธบริษัท และเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าวิเวกธรรม



                หลวงพ่อท่านเล่าให้ฟังว่า ในปี พ.ศ. ๒๔๗๑ หลวงปู่สิงห์  ขันตยาคโม แม่ทัพธรรม พร้อมด้วยศิษยานุศิษย์หลายรูปได้เดินทางมาจากจังหวัดอุบลราชธานี มาธุดงค์กรรมฐานที่โคกเหล่างา (วัดป่าวิเวกธรรมในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นป่ารก เป็นป่าช้าผีดุ แล้วก็มีหลวงปู่เทสก์  เทสรสี หลวงปู่อ่อน  ญาณสิริ หลวงปู่ภูมี  ฐิตธมฺโม หลวงปู่ฝั้น  อาจาโร  หลวงปู่กงมา  จิรปุญฺโญ หลวงปู่คำดี  ปภาโส  หลวงปู่สีโห  เขมโก และพระอาจารย์รูปอื่น ๆ อีกมาก มาอยู่รับการอบรมธรรมปฏิบัติจากหลวงปู่สิงห์ เมื่อออกพรรษาเข้าหน้าแล้ง บรรดาท่านเหล่านี้ก็พากันไปแสวงหาที่วิเวกภาวนา โดยหลวงปู่เทสก์ได้ไปแสวงหาที่วิเวกกรรมฐานทางทิศตะวันออกของเมืองขอนแก่น คือไปทางจังหวัดมหาสารคาม ท่านได้ไปพักอยู่ที่ป่าช้าหัวหนองตอกแป้น บ้านบัวบาน อำเภอเชียงยืน และได้อบรมหลักการปฏิบัติธรรมแก่ญาติโยมบ้านบัวบาน รวมทั้งโยมบิดา มารดา ของหลวงพ่อท่านด้วย โยมบิดา มารดาของหลวงพ่อมีความเลื่อมใสศรัทธาหลวงปู่เทสก์เป็นอย่างยิ่ง จึงได้มอบบุตรชายคนโตคือ พระครูศีลสารวิมล (ล้วน  สีลราโม) เป็นลูกศิษย์ติดตามหลวงปู่เทสก์ไปธุดงค์กรรมฐานตามสถานที่ต่าง ๆ จนกระทั่งได้อุปสมบท และ ปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่ภูมี ฐิตธมฺโม  วัดคีรีวัลล์ อำเภอท่าช้าง จังหวัดนครราชสีมา จนเกิดความมั่นใจในความรู้ความเข้าใจในธรรมะคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วก็นึกถึงญาติพี่น้องทางบ้าน จึงกลับมานำญาติพี่น้องบวช และได้มาจำพรรษาที่วัดเทพนิมิต บ้านบัวบาน ในปี ๒๔๘๕ เพื่อโปรดโยมบิดามารดาและญาติพี่น้อง ในขณะนั้นหลวงพ่อท่านมีอายุประมาณ ๑๔-๑๕ ปี ต้องรับภาระการประกอบอาชีพดูแลครอบครัวแทนพี่ชายที่บวชกันไปหมด นี้จึงเป็นเหตุให้ท่านไม่เคยมีโอกาสบรรพชาเป็นสามเณร



                หลวงพ่ออุปสมบทในวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๔๙๒ ที่วัดศรีจันทร์(ธรรมยุต) จังหวัดขอนแก่น โดยมีพระพิศาลสารคุณเป็นพระอุปัชฌายะ พระครูคัมภีรนิเทศ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาสุพจน์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายา "กปฺปโก" ซึ่งแปลว่า “ผู้สำเร็จ”



                เมื่ออุปสมบทแล้วได้จำพรรษาที่วัดเทพนิมิต บ้านบัวบาน เป็นเวลา ๒ ปี ในระหว่างนั้น โยมบิดาได้ป่วย และเสียชีวิตในปี พ.ศ. ๒๔๙๓ หลังจากจัดการฌาปนกิจศพโยมบิดาเรียบร้อยแล้ว หลวงพ่อจึงได้เดินทางมาศึกษาปริยัติธรรม และพำนักยังวัดสุทธจินดา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จนถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๔ โยมมารดาเสียชีวิต ท่านจึงเดินทางกลับมายังจังหวัดมหาสารคาม เพื่อจัดการงานศพของโยมมารดา และท่านก็ไม่กลับไปศึกษาปริยัติธรรมอีก ขณะนั้นท่านได้วิทยฐานะเป็น นักธรรมโท

ในปีพ.ศ. ๒๔๙๕ พระพี่ชายคือ พระครูศีลสารวิมล ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าวิเวกธรรม หรือวัดเหล่างา หลวงพ่อท่านจึงจำพรรษาที่วัดเทพนิมิต บ้านบัวบานเพียงองค์เดียว เป็นเวลา ๕ ปี ต่อมาจึงได้ติดตามพระพี่ชายมาจำพรรษาที่วัดป่าวิเวกธรรม เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๙

ผู้โพสต์ : tritan   วันที่ : 26 - ธ.ค. - 50  เวลา 14:45:03   , ip : 124.120.xxx.xxx    แจ้งลบทั้งกระทู้   
เชิญ Login เพื่อร่วมแสดงความเห็น
  Username :   
  Password :   
    







Copyright©2004 Amulet2U.com. All rights reserved. Develop by NetworkDD.com.