อ่านทั้งหมดประชาสัมพันธ์ถาม-ตอบความรู้-วิชาการมีดีมาโชว์ซื้อ-ขาย-ประมูลสัพเพเหระกิจกรรม 2U
ครูบาดวงดี สุภัทโท วัดท่าจำปี มรณะภาพแล้ว ศิริอายุ 104ปี

        สิ้นแล้วเกจิอาจารย์อาวุโสสุด อายุ 104 ปีหลวงปู่ครูบาดวงดี สุภัทโท เสาหลักวัดท่าจำปีสันป่าตอง มรณภาพด้วยอาการไตวายเฉียบพลัน หลังจากความดันโลหิตต่ำแพทย์ฟอกไต แต่สังขารหลวงปู่ไม่ตอบรับ ศิษยานุศิษย์อาลัยเนืองแน่น เคลื่อนศพจาก รพ.มหาราชสู่วัด ประกอบพิธีสรงน้ำอาบศพหลวงวันอาทิตย์บ่าย 4 โมง เผยสมัยเป็นสามเณรเคยปรนนิบัติอยู่กับครูบาศรีวิชัย

        ข่าวเศร้าเสียใจอีกครั้งของพุทธศาสนิกชน กับการละสังขารของพระเถระผู้ใหญ่อาวุโสสูงสุดของประเทศ ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 6 ก.พ. 2553 ว่าเมื่อเวลา 06.40 น. ครูบาดวงดี สุภัทโท หรือท่านเจ้าคุณพระมงคลวิสุต พระเถระมีอายุพรรษาสูงสุดของประเทศไทย อายุย่าง 104 ปี พรรษา 83 ถึงแก่มรณภาพลงด้วยอาการอันสงบ ณ ห้องไอซียู ชั้น 4 อาคารศรีพัฒน์ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ในความดูแลของ น.พ.ชัยวัฒน์ บำรุงกิจ ผู้ช่วยคณบดีคณะแพทยศาสตร์ และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต และความดันโลหิต รวมทั้งการเฝ้าดูอาการของหลวงปู่ของศิษยานุศิษย์ทั้งพระสงฆ์สามเณร และฆราวาสจำนวนมากตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา โดยอาการของหลวงปู่ดวงดีทรุดลงตั้งแต่บ่ายวันที่ 5 ก.พ. จากนั้นทีมแพทย์ได้พยายามฟอกไต แต่อาการของหลวงปู่ซึ่งมีอายุสังขารมากแล้วไม่ตอบสนองใด ๆ จนกระทั่งมรณภาพลงด้วยอาการไตวายเฉียบพลัน

        พระปลัดธีระพงษ์ ธัมมธโร รองเจ้าอาวาสวัดท่าจำปี และผู้ดูแลปรนนิบัติหลวงปู่ตลอดเวลา เปิดเผยว่า นับตั้งแต่คณะศิษย์และศรัทธาจากกรุงเทพฯ ได้นิมนต์หลวงปู่เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กทม.เมื่อคืนวันที่ 15 ก.ย. 2552 อาการดีขึ้นเป็นลำดับ จากนั้นวันที่ 2 ธ.ค. จึงกลับมาพำนักที่วัดท่าจำปี ให้หลวงปู่ได้พักผ่อนเต็มที่โดยไม่รับกิจนิมนต์ใด ๆ ทั้งสิ้น พอวันที่ 19 ม.ค. 2553 ก็เริ่มมีอาการความดันโลหิตต่ำ จึงนิมนต์เข้ารักษาที่โรงพยาบาลสันป่าตอง แต่อาการไม่ดีขึ้น วันที่ 25 ม.ค. จึงย้ายเข้ารักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จนถึงวาระสุดท้าย ขณะที่นางกรทอง อริยทรัพย์กมล แม่ของซุปเปอร์ริชชี่(พีระวัฒน์) ซึ่งเป็นศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่อีกคน กล่าวว่าหลังจากย้ายมาอาคารศรีพัฒน์ได้ไปเยี่ยมหลวงปู่ พบว่าอาการดีขึ้นมาก ยังคุยกันว่าถ้าถึงวันครบรอบวันเกิดพระคุณท่านเดือนเมษายนจะทำบุญใหญ่ ไม่คาดท่านจะมาด่วนละสังขารไปเสียก่อน

        นายจำลอง กิตติศรี ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยก่อนขึ้นเครื่องบินเข้าไปรับน้ำหลวงอาบศพที่สำนักพระราชวัง กทม. ว่าเป็นความสูญเสียของชาวพุทธอีกครั้ง เมื่อพระเถระผู้ใหญ่ระดับพระราชาคณะถึงแก่มรณภาพลง ซึ่งวันที่ 6 ก.พ. เวลา 13.00 น. จังหวัดเชียงใหม่ และคณะสงฆ์จะได้อารธนาศพหลวงปู่ครูบาดวงดี จากโรงพยาบาลมหาราชไปยังวัดท่าจำปี เพื่อตั้งบำเพ็ญกุศล และรอประกอบพิธีขอพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ วันอาทิตย์ที่ 7 ก.พ. เวลา 14.00 น. ขบวนน้ำหลวงอาบศพจะเดินทางไปถึง และคณะศรัทธาพุทธศาสนิกชน ศิษยานุศิษย์จะประกอบพิธีก่อน จากนั้น เวลา 16.00 น. นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผวจ.เชียงใหม่ จะเป็นประธานในพิธีสรงน้ำหลวงอาบศพ ณ วัดท่าจำปี อ.สันป่าตอง ส่วนกำหนดการอื่นๆ นั้นจะแจ้งให้ทราบต่อไป

        สำหรับประวัติหลวงปู่ครูบาดวงดี สุภทโท ถือกำเนิดที่บ้านท่าจำปี ต.ทุ่งสะโตก อ.สันป่าตอง บิดาชื่อพ่ออูบ มารดานางจั๋นติ๊บ อาชีพทำไร่ทำนา หลวงปู่เกิดเมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2449 ปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งตรงกับสมัยเจ้าอินทวิชยานนท์ ครองนครเชียงใหม่ มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 8 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 4 คน สำหรับหลวงปู่เป็นคนที่ 7 โดยมีน้องสุดท้องชื่อแม่นิน ซึ่งล้วนถึงแก่กรรมไปหมดแล้ว เมื่อครั้งเยาว์วัยได้ติดตามบิดามารดาไปทำบุญกับครูบาศรีวิชัย ณ วัดพระธาตุหริภุญชัย ขณะที่ต้องอธิกรณ์ไม่มีตราตั้งพระอุปัชฌาย์แต่บวชให้กุลบุตร ครั้งนั้นครูบาศริวิชัยเห็น ด.ช.ดวงดีแล้วก็มีเมตตาบอกให้พ่อแม่พาเข้าบวช ต่อไปภายหน้าจะได้ไหว้สามัน ต่อมาจึงได้พาไปฝากเป็นศิษย์วัดอยู่กับครูบาโปธิมา เจ้าอาวาสวัดท่าจำปี

        เมื่ออายุได้ 13 ปี ด.ช.ดวงดี ได้บรรพชากับครูบาโสภา เจ้าคณะตำบลทุ่งสะโตก ซึ่งเป็นสหธรรมิกกับครูบาศริวิชัย ทำให้สามเณรดวงดีได้ถูกส่งตัวเข้ามาปรนนิบัติ และรับการอบรมสั่งสอนจากครูบาศริวิชัย ขณะจำพรรษาอยู่ที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร และวัดสวนดอก ในเมืองเชียงใหม่ จนกระทั่งหลวงปู่ดวงดีอุปสมบทเป็นพระได้ 12 พรรษา ครูบาศริวิชัยก็มรณภาพลงในปี 2481 แล้วมีงานถวายเพลิงศพในปี 2484 ขณะนั้นหลวงปู่อายุได้ 35 ปี ได้ติดตามครูบาขาวปี เจริญรอยตามครูบาศรีวิชัยด้วยการสร้างวัดวาอารามหลายแห่ง รวมทั้งการสร้างวิหารวัดท่าจำปี และดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส และเจ้าคณะตำบลทุ่งสะโตกต่อจากครูบาโสภา เมื่ออายุได้ 42 ปี พรรษา 22 สำหรับสมณศักดิ์ที่ได้รับ พ.ศ. 2518 เป็นพระครูชั้นประทวน พ.ศ. 2530 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นโท ราชทินนามที่พระครูสุภัทรสีลคุณ พ.ศ. 2540 ได้เลื่อนเป็นชั้นเอกราชทินนามเดิม และ พ.ศ. 2550 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในนราชทินนามที่พระมงคลวิสุต ขณะอายุย่าง 102 ปี.


ที่มา : http://www.cm108.com/bbb/25776.html
ผู้โพสต์ : niwat   วันที่ : 08 - ก.พ. - 53  เวลา 16:29:35   , ip : 58.8.xxx.xxx    แจ้งลบทั้งกระทู้   


        คณะศิษยานุศิษย์ ร่วมกันเคลื่อนย้ายศพของครูบาดวงดี สุภัทโท หรือพระมงคลวิสุต เจ้าอาวาสท่าจำปี ซึ่งมรณภาพด้วยอาการไตวายเฉียบพลัน ออกจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ไปยังวัดท่าจำปี อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่เพื่อตั้งบำเพ็ญกุศล และรอประกอบพิธี ขอพระราชทานน้ำหลวงอาบศพในวันพรุ่งนี้

        ครูบาดวงดี เป็นพระเถระผู้ใหญ่ระดับพระราชาคณะ ที่มีอายุพรรษาสูงสุดของประเทศไทย คือ อายุย่าง 104 ปี พรรษาที่ 83 เกิดในปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ที่บ้านท่าจำปี อำเภอสันป่าตอง สมัยเป็นสามเณร เคยปรนนิบัติอยู่กับครูบาศรีวิชัย พระเถระแห่งล้านนาไทย


ที่มา : http://www.ch7.co.th/news/news_thailand_detail.aspx?c=2&p=376&d=69316
   ความเห็นที่ 1 โดยคุณ : niwat วันที่ : 08 - ก.พ. - 53  เวลา 16:30:23  ,ip :58.8.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



        มรณภาพแล้ว 'หลวงปู่ครูบาดวงดี' เจ้าอาวาสวัดท่าจำปี นักบุญล้านนา ด้วยโรคปอดติดเชื้อไตวายฉับพลันอายุได้ 103 ปี

        วันนี้ (6 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ พระครูสุภัทรสีลคุณ (หลวงปู่ครูบาดวงดี  สุภัทโท) เจ้าอาวาสวัดท่าจำปี อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ นักบุญผู้เจริญรอยตามครูบาเจ้าศรีวิชัย ผู้เป็นพระอาจารย์ได้มรณภาพอย่างสงบ หลังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล 14 วัน จากโรคปอดติดเชื้อ และเกิดไตวายฉับพลัน อายุได้ 103 ปี 83 พรรษา 

        สำหรับ หลวงปู่ครูบาดวงดี ถือกำเนิดที่บ้านท่าจำปี ต.ทุ่งสะโตก อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ เป็นคนพื้นเพบ้านท่าจำปีมาแต่กำเนิด บิดามารดา เป็นชาวไร่ชาวนา หลวงปู่มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 8 คน เป็นชาย 4 คน เป็นหญิง 4 คน หลวงปู่เป็นลำดับที่ 7 และมีน้องสุดท้องชื่อแม่นิน เมื่อหลวงปู่อายุได้ 11 ปี ได้ติดตามพ่อแม่ไปทำบุญตักบาตรถวายภัตตาหารแด่ท่านครูบาเจ้าศรีวิชัย ซึ่งขณะนั้นท่านครูบาถูกทางการจังหวัดลำพูน นำตัวมากักขังบริเวณที่วัดพระธาตุเจ้าหริภุญชัย (วัดหลวงลำพูน) ในข้อหาเป็นพระอุปัชฌาย์เถื่อนไม่มีหนังสืออนุญาตบวชพระ เมื่อท่านครูบาเจ้าฯได้เห็นเด็กชายดวงดี ท่านก็มีเมตตาอย่างสูงเรียกเข้าไปหาพร้อมกับบอกพ่อแม่ว่า "กลับไปให้เอาไปเข้าวัดเข้าวา ต่อไปภายหน้าจะได้พึ่งพาไหว้สามัน" นับเป็นพรอันประเสริฐ ยิ่งในการที่ท่านครูบาเจ้าฯได้พยากรณ์พร้อมกับประสาทพรให้หลวงปู่ตั้งแต่ยังเด็ก.


ที่มา : Dalynews.co.th
   ความเห็นที่ 2 โดยคุณ : niwat วันที่ : 08 - ก.พ. - 53  เวลา 16:32:09  ,ip :58.8.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



        เกจิดังมรณภาพ “ครูบาดวงดี” เจ้าอาวาสวัดท่าจำปี จ.เชียงใหม่ ละสังขารอย่างสงบ ขณะอายุ 103 ปี ที่โรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่ หลังอาพาธมานานด้วยโรคชรา เข้า-ออกโรงพยาบาลหลายครั้ง สุดท้ายไตวายเฉียบพลัน เหล่าศิษยานุศิษย์ทั้งพระสงฆ์-ฆราวาสเศร้า เคลื่อนศพกลับวัดตั้งบำเพ็ญกุศล เผยเป็นศิษย์รุ่นสุดท้ายสาย “ครูบาศรีวิชัย” เกจิดังแห่งล้านนา

        เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงาน  ว่า พระมงคลวิสุต หรือหลวงปู่ครูบาดวงดี    สุภัทโท เจ้าอาวาสวัดท่าจำปี อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ เกจิอาจารย์ชื่อดังและเป็นลูกศิษย์สายสุดท้ายของครูบาเจ้าศรีวิชัย เกจิดังแห่งล้านนา ได้มรณภาพลงแล้ว ขณะอายุ 103 ปี    83 พรรษา ที่ห้องไอซียู ชั้น 4 อาคารศรีพัฒน์ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ เมื่อเวลา 06.37 น. ท่ามกลางความโศกเศร้าของกลุ่มศิษยานุศิษย์และพระสงฆ์จากวัดต่าง ๆ ที่มาเฝ้ารอฟังอาการด้วยความเป็นห่วงอยู่แน่น รพ. โดยหลังละสังขาร พระปลัดธีรพงศ์ ธัมมธโร ซึ่งเป็นพระเลขาของหลวงปู่ พร้อมพระสงฆ์ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ ได้เข้าเปลี่ยนจีวรให้ และทำพิธีสวดทางศาสนา พร้อมนำพานธูปเทียน และ พวงดอกมะลิ มาขอขมาศพหลวงปู่
   
        พระปลัดธีรพงศ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้หลวงปู่อาพาธด้วยโรคปอดติดเชื้อและแผลในลำไส้ รวมทั้งมีโรคแทรกซ้อน เนื่องจากชราภาพ เข้ารับการรักษามาแล้วหลายครั้ง โดยเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 52 เดินทางไปรักษาตัวที่รพ.บำรุงราษฎร์ กรุงเทพฯ กระทั่งวันที่ 2 ธ.ค. 52 เดินทางกลับมาพักฟื้นที่วัดท่าจำปี กระทั่งในช่วงเช้าวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา อาการกำเริบขึ้นอีก จึงพาหลวงปู่เข้ารับการรักษาที่รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ อาการก็ทรง ๆ ทรุด ๆ จนวันที่ 5 ก.พ. เริ่มไม่รู้สึกตัว แพทย์ยังคงใช้เครื่องช่วยหายใจ ความดัน  โลหิตปกติ แต่บางครั้งหัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะ แพทย์พยายามเยียวยารักษาอย่างเต็มที่ แต่ไม่สำเร็จเกิดอาการไตวายเฉียบพลัน ในที่สุดก็มรณภาพลงอย่างสงบ
   
        พระปลัดธีรพงศ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับสังขารของหลวงปู่ จะเคลื่อนกลับไปยังกุฏิของท่านที่วัดท่าจำปี จากนั้นจะประชุมหารือกับผู้เกี่ยวข้องภายในวัดว่าจะดำเนินการอย่างไร และใช้ระยะเวลาเท่าใด แต่เบื้องต้นพระเทพวรสิทธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพ บอกว่าจะให้ลูกศิษย์ลูกหาและประชาชนเข้าสรงน้ำศพในเวลา 14.00 น. วันที่ 7 ก.พ.นี้ก่อน จากนั้นเวลา 16.00 น. จะมีพิธีน้ำหลวงอาบศพ และตั้งสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 15 วัน อย่างไรก็ดี ต้องประชุมหารือกันอีกครั้งถึงกำหนดการต่าง ๆ เพื่อความชัดเจน
   
        สำหรับหลวงปู่ครูบาดวงดี สุภัทโท เกิดเมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2449 ที่บ้านท่าจำปี ต.ทุ่งสะโตก อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ บิดามารดาเป็นชาวไร่ชาวนา โดยหลวงปู่เป็นบุตรคนที่ 7 จากพี่น้องทั้งหมด 8 คน เริ่มเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เมื่ออายุ 11 ขวบ หลังติดตามพ่อแม่ไปทำบุญตักบาตรถวายภัตตาหารแด่ท่านครูบาศรีวิชัย ซึ่งขณะ  นั้นถูกทางการจังหวัดลำพูน นำตัวมากักขังบริเวณที่วัดพระธาตุเจ้าหริภุญชัย (วัดหลวงลำพูน) ในข้อหาเป็นพระอุปัชฌาย์เถื่อนไม่มีหนังสืออนุญาตบวชพระ โดยครูบาศรีวิชัยเห็นเข้าก็ทักว่าให้พ่อแม่พาเข้าวัด พร้อมประสาทพรให้ ไม่กี่วันต่อมาจึงเข้าถวายตัวเป็นศิษย์หรือเด็กวัด (ขะโยม) ให้ครูบาโปธิมา อธิการวัดท่าจำปี ซึ่งคอยพร่ำสอนหนังสือให้ และบรรพชาเป็นสามเณรโดยมีครูบาโสภา เจ้าอาวาสวัดท่าจำปีเป็นพระอุปัชฌาย์ และถูกส่งตัวไปรับใช้ครูบาศรีวิชัยที่วัดพระสิงห์ ซึ่งอยู่ในช่วงที่ครูบาศรีวิชัยกำลังแก้ข้อกล่าวหาต่าง ๆ
   
        กระทั่งบวชเป็นพระภิกษุเมื่ออายุ 21 ปี ที่วัดสารภี โดยมีครูบาโสภาเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ฉายาว่า “สุภัทโท” และมา  จำพรรษารับใช้ครูบาศรีวิชัยเหมือนเช่นเดิม กระทั่งครูบาศรีวิชัยประสบปัญหาต้องแยกตัวไปแสวงบุญในพม่า บรรดาลูกศิษย์ลูกหาของครูบาศรีวิชัยต้องแยกย้ายกันไปแสวงบุญคนละทิศละทาง จน พ.ศ. 2480-2481 ครูบาศรีวิชัยถูกชำระความพ้นผิดเดินทางกลับเมืองลำพูน แต่อยู่ได้ไม่นานก็มรณภาพที่วัดจามเทวี ขณะหลวงปู่อายุ 32 ปี หลังจากนั้นหลวงปู่ก็เดินทางไปก่อสร้างวัดวาอารามเจริญรอยตามท่านครูบาศรีวิชัยผู้เป็นพระอาจารย์ และปฏิบัติกรรมฐานที่วัดป่าเมี้ยงป๋างมะกล้วย อ.แม่แตง ซึ่งท่านมาสร้างไว้ในป่าดง นาน 7 ปี ก่อนจะมาสร้างวัดท่าจำปีจนแล้วเสร็จ และดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าจำปี กับเจ้าคณะตำบลทุ่งสะโตก กระทั่งได้รับสถาปนาประทวนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นประทวนเจ้าคณะตำบล และได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโทที่ “พระสุภัทรสีลคุณ” ณ พุทธมณฑล จ.นคร  ปฐม จน พ.ศ. 2540 ได้เลื่อนเป็นชั้นเอกราชทินนามเดิม และ พ.ศ. 2550 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามที่พระมงคลวิสุต ขณะอายุ 103 ปี ย่าง 104 ปี
   
        ส่วนเครื่องรางของขลังที่เคยปลุกเสกไว้มีอยู่หลายรุ่น แต่ที่โด่งดังและฮือฮาไม่แพ้ที่อื่นคือ จตุคามฯรุ่น 101 หรือรุ่นหนึ่งศตวรรษ นอกจากนั้น ยังมีทั้งตะกรุด พระเหรียญ พระเนื้อผง รวมทั้งตลับขี้ผึ้ง รูปหล่อเหมือนครูบาดวงดี และล็อกเกตครูบาดวงดี.


ที่มา : Dalynews.co.th
   ความเห็นที่ 3 โดยคุณ : niwat วันที่ : 08 - ก.พ. - 53  เวลา 16:32:43  ,ip :58.8.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



              กราบอาลัยท่านครูบาดวงดี  ท่านเป็นพระที่มีเมตตามาก  ผมเคยไปกราบท่าน เมื่อ พ.ศ.2548 และขอแผ่นชนวนโลหะเพื่อมาหลอมสร้างเป็นพระเครื่อง  โดยผมได้นำมาหลอมสร้างเป็นพระหลวงปู่ทวด พิมพ์เตารีดจิ๋ว ในปี พ.ศ.2549 และได้ถวายให้กับหลวงพ่อจ้อย วัดหนองน้ำเขียว
   ความเห็นที่ 4 โดยคุณ : niwat วันที่ : 08 - ก.พ. - 53  เวลา 16:39:47  ,ip :58.8.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


กราบอาลัยท่านครูบาดวงดี ครับ
   ความเห็นที่ 5 โดยคุณ : เซาะปากดง วันที่ : 09 - ก.พ. - 53  เวลา 04:18:33  ,ip :113.53.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


กราบนมัสการหลวงปู่ครับ
เพียงแค่ 40 วันแรกของปี 2553 เราก็สูญเสียพระอริยสงฆ์ไปหลายรูปแล้ว 
   ความเห็นที่ 6 โดยคุณ : รัตน์ วันที่ : 10 - ก.พ. - 53  เวลา 10:59:40  ,ip :58.9.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น
เชิญ Login เพื่อร่วมแสดงความเห็น
  Username :   
  Password :   
    







Copyright©2004 Amulet2U.com. All rights reserved. Develop by NetworkDD.com.