อ่านทั้งหมดประชาสัมพันธ์ถาม-ตอบความรู้-วิชาการมีดีมาโชว์ซื้อ-ขาย-ประมูลสัพเพเหระกิจกรรม 2U
กระทู้ตอบแทนคุณแผ่นดิน ศรีสัชนาลัย เมืองคนดี

Warning: getimagesize(images/board/3_1193888361.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

ไม่ค่อยว่างเลย ไกล้เลือกตั้งแล้ว เศรษฐกิจเงียบ งานกลับยุ่ง พอดีมีเวลาว่างนิดหน่อยจึงเอาเรื่องราวของพระกรุที่มากมายสุดคณนานับของสุโขทัยมาเล่าให้ฟังครับ

อำเภอศรีสัชนาลัย จะตั้งมาแต่ปี (พ.ศ. หรือ ร.ศ.) ใดไม่มีปรากฎหลักฐานแน่ชัด ชื่อ " อำเภอด้ง "  ตั้งอยู่บ้านปลายนา หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านตึก ปัจจุบันห่างไปทางทิศเหนือของที่ตั้งอำเภอปัจจุบัน ประมาณ 8 กิโลเมตร ตั้งอยู่นาน 12 ปี ต่อมาเห็นว่าการคมนาคมไม่สะดวกเพราะต้องใช้ลำน้ำเป็นเส้นทางคมนาคม จึงได้ย้ายอำเภอมาตั้งที่ป่างิ้ว (ฝั่งตะวันออกริมแม่น้ำยม) หมู่ที่ 1 ตำบลป่างิ้ว และให้ชื่อว่า "อำเภอด้ง" อยู่อย่างเดิม โดยที่บ้านเดิมตั้งอยู่ริมแม่น้ำยม (ฝั่งตะวันออก) มีกระแสน้ำไหลแรงมากเดิมจะเรียกชื่อบ้านอย่างไรไม่ปรากฎ แต่มีหลักฐานเป็นที่น่าเชื่อถือได้ว่าสมัยนั้น ธิดาสาวเจ้าเมืองเชียงรายมาลงเรือมาด (เรือขุดแบบพื้นเมืองขนาดใหญ่ 4 แจว) ที่เมืองแพร่ เสด็จตามลำน้ำยมลงมาเพื่อจะไปเยี่ยมธิดาสาวเจ้าเมืองตาก (พระสหาย) ผ่านมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งบังเอิญเรือรั่ว จึงแวะจดยาเรือนั้นประกอบกับแม่น้ำยมไหลผ่านเป็นสองสาย (สำเนียงคนพื้นเมืองว่า 2 คอน) เมื่อเสด็จขึ้นไปชมหมู่บ้านในระหว่างยาเรือนั้น ได้สอบถามชาวบ้านว่าหมู่บ้านนี้ชื่อว่าอะไร แต่ไม่มีใครทราบถึง จึงได้แนะนำให้หัวหน้าตั้งชื่อหมู่บ้าน "บ้านหาดเสี้ยว" (สำเนียงเหนือ คือบ้านหาดเชี่ยว และสำเนียงใต้ แปลว่าน้ำไหลแรงหรือน้ำไหลผ่านเป็นสองสายแบ่งหาดทรายออกเป็นสองเสี้ยว) หมู่บ้านนั้นจึงมีชื่อว่า "บ้านหาดเชี่ยว" หรือ"หาดเสี้ยว" ต่อมา "บ้านหาดเสี้ยว" หรือหาดเชี่ยว เปลี่ยนเป็นบ้านหาดเสี้ยว อำเภอด้ง เป็นอำเภอหาดเสี้ยว วัดโพธิ์ไทรเป็นวัดหาดเสี้ยว ทั้งนี้เพราะอำเภอและวัดตั้งอยู่ที่บ้านหาดเสี้ยว การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้เนื่องจาก

                    1. เมื่อ ปี พ.ศ.2460 สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสเสด็จมาที่วัดโพธิ์ไทร (วัดหาดเสี้ยวในปัจจุบัน) ได้ทรงเห็นว่า อักษร ซ. และ ช. เรียกยากขัดต่อลิ้น หู เวลาพูด ฟัง ของชาวบ้านประกอบกับแม่น้ำยมไหลผ่านเป็นสองคอน (สองกระแส) ซึ่งเรียกว่าผ่าเสี้ยว จึงรับสั่งให้แก้ไข

                2. เมื่อปี พ.ศ. 2465 คณะรัฐบาลพิจารณาเห็นว่า คำว่า "หาดเชี่ยว" ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสมกับภาษาไทยจึงให้เปลี่ยนชื่ออำเภอใหม่ต่อมาหลังจากที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบบสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย คณะรัฐบาลยุคนั้นเห็นว่าการนำเอาปูชนียสถานหรือสิ่งสำคัญทางประวัติศาสตร์มาตั้งเป็นชื่ออำเภอหรือจังหวัด จะทำให้เป็นมงคลนานอย่างยิ่ง แก่อำเภอ หรือจังหวัด จึงได้เปลี่ยนชื่ออำเภอหาดเสี้ยว เป็นอำเภอศรีสัชนาลัย เพราะเมืองศรีสัชนาลัย มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีมาช้านานแล้ว เริ่มใช้แต่ปี 2486 เป็นต้นมา ประวัติเมืองศรีสัชนาลัย เมืองศรีสัชนาลัย เป็นเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติไทย นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีเชื่อกันว่าเมืองศรีสัชนาลัย ถือกำเนิดเมื่อสมัย พ.ศ. 1400 (ก่อนเมืองสุโขทัย) สมัยขอมเรืองอำนาจเอกสารจีนของราชทูตโตต้ากวน ซึ่งมาอยู่ในราชสำนักเขมรบันทึกถึงราชอาณาจักร "เฉิงเหลียง" ว่าอยู่เหนืออาณาจักรหล่อฮก (ละโว้) ทั้งนี้ เนื่องจากชื่อของเมืองสันนิฐานว่าตามลักษณะแม่น้ำยมที่โค้งมาก หักงอคล้ายไส้ไก่เฉียงหรือเฉลียง มีโบราณสถานแบบขอมอยู่เหนือสุดในประเทศไทย  (องค์พระปรางค์) กษัตริย์ที่ครองเมืองนี้ จีนเรียกว่า " กัม มันติง" หรือ      "กมรเต็ง" อันเป็นยศกษัตริย์ในภาษาเขมรนั่นเอง แต่คนไทยเรียกกษัตริย์เมืองนี้ว่า "พระร่วง " ทุกพระองค์มีศาลให้เคารพสักการะ จนถึงปัจจุบัน เป็นพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร ซึ่งตำบลหมู่บ้าน ล้วนแต่เป็นตำนานพระร่วงทั้งสิ้น เช่นพระร่วงทรงว่าว มาสุดตา หมู่บ้านก็มีชื่อเรียกว่า บ้านแสนตอ ล้มลงแล้วคุกเข่า หมู่บ้านนั้นชื่อว่าบ้านคุกใจหายเสียจริงเพี้ยนไปเป็นบ้านสารจิตร ตำบลสารจิตร เป็นต้น ต่อมาเมือง          "เฉิงเหลียง" หรือเมือง "เฉลียง" เพี้ยนเสีย ฉะ เป็น ชะ ตามศิลาจารึกหลักที่ 2 จึงกลายเป็นเมืองเชลียงและได้จารึกไว้ว่าพระร่วงเมืองนี้ชื่อ      "พ่อขุนศรีนาวนำถม" ได้ตีเมืองสุโขทัย และไปครองเมืองสุโขทัย พ่อขุนศรีนาวนำถมมีพระโอรส ชื่อพ่อขุนผาเมืองให้ไปปกครองเมืองราด ต่อมาเมื่อพ่อขุนศรีนาวนำถมสวรรคต เมืองเชลียงสุโขทัย ก็ถูกพวก "ขอมสมาดโขลงลำพง" ยึด พ่อขุนผาเมือง จึงร่วมกับ พ่อขุนบางกลางหาว ต่อสู้กับขอมจนชนะแต่พ่อขุนผาเมืองสละบัลลังก์และยกพ่อขุนบางกลางหาวนั่งเมือง นามว่า "พ่อขุนศรีอินทราทิตย์" และได้รับพระราชทานให้พ่อขุนรามคำแหงไปครองเมืองเชลียง มีลักษณะภูมิประเทศคล้ายเกาะขยายเมืองยาก จึงทรงสร้างเมืองใหม่ห่างจากเดิมประมาณ 2 กิโลเมตร ผังเมืองเป็นสี่เหลี่ยมกำแพงเป็นตรีบูร 3 ชั้น สร้างด้วยดิน ภูเขาล้อมอีก 3 ด้านและโอบยอดเขาอีก 2 ยอด กลางเมืองมีน้ำตกแก่งหลวงหน้าเมืองนับว่าสวยงามที่สุดถูกต้องตามวิชา เพงสุย (ภูมิพยากรณ์) ทุกประการ ประทานนามวา "ศรีสัชนาลัย" ฐานะเป็นเมืองอุปราช (ลูกหลวง) ดูเหมือนจะด้อยกว่าสุโขทัย แต่แท้จริงแล้วเสมอกันหรืออาจจะเหนือกว่า เพราะศิลาจารึกเรียกควบกันว่า "ศรีสัชนาลัย สุโขทัย" ในฐานะเมืองนี้เป็นต้นกำเนิดพระร่วง  ต่อมาในราวปีพุทธศักราช 2,000 ราชอาณาจักรสุโขทัย เสื่อมอำนาจลงและกรุงศรีอยุธยา ได้เป็นราชธานีของไทย เมืองศรีสัชนาลัย ลดความสำคัญลงมีสถานะเป็นเพียงเมืองกั้นระหว่างกรุงศรีอยุธยากับลานนา  ร่องรอยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ของเมือง "ศรีสัชนาลัย" ที่สำคัญได้แก่ แหล่งโบราณสถาน ประเทศศาสนสถาน และเตาเผาเครื่องถ้วยชามสังคโลก ศาสนสถานมีโครงสร้างเป็นศิลาแลงที่ตัดมาจากศิลาแลงธรรมชาตินอกเมือง ฉาบผิวนอกและปั้นแต่งลวดลานด้วยปูนบางแห่งตบแต่งด้วยภาพจิตรกรรม สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผาเตาทุเรียง มีอยู่จำนวนมากว่า 300 แห่ง โครงสร้างของเตา เป็นทั้งอิฐและดินธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีแหล่งสาธารณูปโภค เช่น คลอง สระน้ำ บ่อน้ำ คูน้ำ เป็นต้น  เมืองศรีสัชนาลัย ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลศรีสัชนาลัย ชาวบ้านเรียกว่าบ้านเมืองเก่า อยู่ทางทิศใต้ ของ ที่ว่าการอำเภอในปัจจุบัน ประมาณ 12 กิโลเมตร ทางกรมศิลปากร ได้กำหนดแนวทาง การอนุรักษ์เมืองศรีสัชนาลัย ซึ่งเรียกว่า โครงการอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2525 และสามารถบูรณตบแต่งจนเปิดเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2533 ภายในเขตกำแพง เมืองมีโบราณสถานซึ่งบูรณะซ่อมแซมตบแต่งเรียบร้อยแล้ว ที่สำคัญมีอยู่ 8 แห่ง คือวัดช้างล้อม วัดเจดีย์เจ็ดแถว วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ วัดนางพญา วัดสวนแก้วอุทยานน้อย ศาลหลักเมือง วัดเขาพนมเพลิง และ วัดสุวรรณคีรี อันเป็นสถานที่อันสำคัญของอุทยาน สำหรับคำว่า "อำเภอศรีสัชนาลัย" เดิมเป็น "อำเภอศรีสัชชนาลัย" มี ช 2 ตัว ปัจจุบันใช้ ช. ตัวเดียว ทั้งนี้คณะกรรมการจัดทำอักขรานุกรรมภูมิศาสตร์แห่งราชบัณฑิตยสถานและกรรมการบัญญัติศัพท์ภาษาไทย ได้ประชุมรับรองแล้วให้เปลี่ยนชื่ออำเภอศรีสัชนาลัย เป็นอำเภอ          ศรีสัชนาลัย ซึ่งมีความหมาย ดังนี้ ศรี หมายถึง ความดีงาม (ธรรมะ) สัชชนะ หมายถึง เงินทอง ลัย หมายถึง เมืองน่าอยู่ รวมความแล้ว หมายถึง เมืองธรรม เมืองทอง หรือเมืองอันเป็นที่อยู่ของคนดี
ผู้โพสต์ : เมืองเก่า   วันที่ : 01 - พ.ย. - 50  เวลา 10:39:21   , ip : 222.123.xxx.xxx    แจ้งลบทั้งกระทู้   


ศรีสัชนาลัยเป็นชื่อเมืองที่เคยมีความเจริญรุ่งเรืองแห่งหนึ่งของประเทศไทย ปัจจุบันมีความสำคัญในฐานะที่เป็นแหล่งศึกษาทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ของชาติ ผนวกกับเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเมืองมรดกโลก World Heritage ที่ประกอบด้วยสุโขทัย กำแพงเพชรและศรีสัชนาลัย

ปัจจุบันเมืองศรีสัชนาลัยมีสถานะเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ บริเวณที่เคยเป็นเมืองเก่ามาก่อนครอบคลุมพื้นที่ตำบลศรีสัชนาลัย ตำบลท่าชัย ตำบลหนองอ้อ และบางส่วนของตำบลสารจิตร ในพื้นที่เขตอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

ความหมายของชื่อเมือง : ศรีสัชนาลัยเป็นภาษาสันสกฤต มีความหมายว่า "ถิ่นที่อยู่ของผู้มีวงศ์สกุลอันดี" หรือ "ที่อยู่ของคนดี" ศรี + สัชชน + อาลัย ศรี แปลว่า ดี เป็นศิริมงคล สัชชน แปลว่า ผู้ดี อาลัย แปลว่า ที่อยู่อาศัย ถิ่นฐาน มีการสันนิษฐานจากนักประวัติศาสตร์และโบราณคดีว่า ศรีสัชนาลัยเป็นชื่อที่พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วงเป็นผู้สถาปนานาม

เนื่องจากแต่เดิมเมืองศรีสัชนาลัยมีนามว่า "เชลียง" (ชะ-เลียง) เป็นชื่อแต่ดั้งเดิมของเมืองนี้ ซึ่งมีความเก่าแก่ ก่อนที่จะสถาปนาเมืองสุโขทัยเป็นศูนย์กลางรัฐ เชลียง เป็น คำสมาส ระหว่างคำไทยและสันสกฤต ชล + เวียง = ชะ - เลียง ชล แปลว่า น้ำ , เวียง แปลว่า เมือง รวมความหมายก็คือ เมืองน้ำ สอดคล้องต้องรับกับสภาพทางภูมิศาสตร์ที่ตั้งจริงของเมือง ซึ่งมีแม่น้ำยมไหลโอบล้อมรอบจบเกือบจะเป็นเกาะ โดยมีวัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียงราชวรวิหาร ( พระปรางค์ ) เป็นศูนย์กลางเมือง

เอกสารพงศาวดารจีนเรียกเมืองเชลียงว่า "เฉิงเหลียง" คู่กับเมือง "หลอหู" หรือ ละโว้ หรือลพบุรีในปัจจุบัน เชลียง สุโขทัยก่อนราชวงศ์พระร่วงและละโว้ เป็นเมืองร่วมสมัยขอมเรืองอำนาจในเขตแดนไทย ผ่านประสบการณ์ ติดต่อสัมพันธ์กัน มีหลักฐานทางโบราณคดียุคนั้นยืนยันหลายประการ


ปัจจุบัน ศรีสัชนาลัยได้ถูก อนุรักษณ์ไว้เป็นหนึ่งในมรดกโลก การขุดค้นของเก่านับเป็นคดีอาญาที่มีความร้ายแรง หลายท่านถูกจับได้ติดคุกหลังถูกดำเนินคดี ซึ่งสมัยก่อนใช้วิธีลงโทษ คือให้ถางหญ้าบ้าง ขุดดินบ้าง ให้มาเฝ้าเป็นยามบ้าง  แต่เดี๋ยวนี้ติดคุกครับ
   ความเห็นที่ 1 โดยคุณ : เมืองเก่า วันที่ : 01 - พ.ย. - 50  เวลา 10:44:40  ,ip :222.123.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/3_1193888932.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124













พระปางมะค่า  หรือพระกรุมะค่า หายากนะครับ ขนาดชื่อยังไม่ค่อยได้ยินเลย

(โบราณสถานร้างที่ราบเชิงเทือกเขาพระศรี มีศิลาแลงแท่งขนาดใหญ่ ไม่หลงเหลือว่าเป็นโบราณสถานอะไร โดยพบมานานกว่า 50 ปีมาแล้ว และในปัจจุบันก็ยังพบบ้างเล็กๆน้อยๆไม่มาก มีหลายพิมพ์เช่น พิมพ์นารายณ์ทรงปืน ซึ่งชำรุดทั้งหมด พบสมบูรณ์เพียงองค์เดียว พิมพ์เปิดโลก ว่านหน้าทอง (เหลือเพียงเศษทองชิ้นเล็กๆ ไม่เป็นรูปร่างเพียงสองชิ้นเท่านั้น) และชาวบ้านรุ่นเก่ากล่าวว่า เมื่อหลายปีมาแล้ว ได้พบนางข้างเม็ดหนึ่งกำมือ แต่ที่พิเศษมีชนิด เคลือบน้ำยาฟ้าเพียงหนึ่งองค์เท่านั้น และได้ให้กันต่อไปหมดแล้ว)






เมืองสุโขทัย เป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของไทย ซึ่งมีศิลปะที่ช่างศิลป์ในสมัยนั้นได้รังสรรค์ไว้อย่างงดงาม ทั้งงานแกะสลัก งานปูนปั้น ฯลฯ จนถึงงานศิลปะทางพุทธศาสนา พระบูชา ศิลปะสุโขทัย ถูกยอมรับว่าเป็นพระบูชาที่มีความงดงามอ่อนช้อยมากที่สุดกว่าสมัยใดๆ โบราณสถานของสุโขทัยที่มีความงดงามดังปรากฏในปัจจุบันนี้มีมากมาย เช่น วัดมหาธาตุ ซึ่งเป็นวัดที่พบพระเครื่องมากมาย วัดสระศรี วัดพระเชตุพน ที่เป็นต้นกำเนิด พระร่วงนั่งหน้าโหนก วัดตะพังทอง วัดมุมลังกา วัดถ้ำหีบ ที่ปรากฏพระพิมพ์ลีลาวัดถ้ำหีบ ที่สวยงามมาก เป็นศิลปะสุโขทัยบริสุทธิ์ เป็นที่นิยมในวงการพระอย่างมาก

นอกจากเมืองสุโขทัยในสมัยนั้นแล้ว ยังมี เมืองศรีสัชนาลัย ที่มีความสำคัญควบคู่กันไปด้วย (ชาวบ้านเรียกเมืองเชลียง) ดังปรากฏหลักฐานในศิลาจารึกของสุโขทัยที่กล่าวถึงชื่อเมืองทั้งสองควบคู่กันไปว่า "ศรีสัชนาลัย สุโขทัย"

เมื่อครั้งในสมัยของพระมหาธรรมราชาลิไทย ถือได้ว่าเป็นยุครุ่งเรืองที่สุดของพระพุทธศาสนาในสมัยนั้น โบราณสถานที่ตกทอดมาถึงปัจจุบันที่งดงาม และปรากฏกรุพระเครื่องเด่นดัง เช่น

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ (วัดพระปรางค์) หรือ ตามโบราณเรียกว่า วัดพระบรมธาตุ เมืองเชลียง ต้นกำเนิดของพระร่วงประทานพร หลังรางปืน และพระร่วงทรงเกาะ วัดเขาพนมเพลิง วัดนี้มีพระเครื่องเนื้อชินเงินบรรจุอยู่มากมาย หลายร้อยพิมพ์ วัดช้างล้อม เป็นที่พบ พระร่วงนั่งหลังลิ่ม เตาทุเรียง เป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่ใหญ่ที่สุดของสุโขทัย มีการขุดพระเครื่องที่เรียกกันว่า "พระร่วง กรุเตาทุเรียง" และพิมพ์อื่นๆ อีกมาก

เมืองสุโขทัยและเมืองศรีสัชนาลัยนั้น ปรากฏพระเครื่องมากมายนับพันแบบ จึงเป็นที่น่าศึกษาเป็นอย่างมาก

ในที่นี้ จะขอเสนอพระที่น่าสนใจให้ได้ทราบกัน ดังนี้ พระร่วงหลังรางปืน เป็นพระเนื้อชินตะกั่วสนิมแดง แตกกรุมาประมาณ ๕๐ ปีแล้ว จากกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ บริเวณหน้าพระปรางค์ใหญ่

คาดว่าน่าจะมีจำนวนพระไม่เกิน ๒๐๐ องค์ และชำรุดไปกว่าครึ่ง มีพุทธลักษณะเป็นพระยืนอยู่ซุ้มเรือนแก้ว ด้านหลังองค์พระเป็นลักษณะเด่น คือ มีร่องกดลึกลงไปตามแนวยาวขององค์พระ

นักนิยมพระเครื่อง เรียกกันว่า "หลังรางปืน" ลักษณะคล้ายรอยกาบหมากเป็นเส้นทิวๆ จัดได้ว่าเป็นพระที่อยู่อันดับหนึ่งในชุดพระยอดขุนพล มีราคาเช่าหาสูงมากๆ เทียบได้กับรถยุโรปดีๆ สักหนึ่งคัน (ราคาเช่าหาแลกเปลี่ยน)

ส่วนทางด้านพุทธคุณนั้น ถือว่าครบเครื่อง คือ ทางมหาอำนาจ แคล้วคลาด โภคทรัพย์ และคงกระพันชาตรี พระร่วงทรงเกราะ เป็นพระที่พบจากวัดเดียวกับพระร่วงหลังรางปืน แต่พบจากทางด้านทิศใต้ขององค์พระปรางค์

เข้าใจว่าเป็นพระที่สร้างในยุคหลังกว่าพระร่วงหลังรางปืน แต่มีผู้นำไปใช้อาราธนาติดตัวและมีพุทธคุณไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าพระร่วงหลังรางปืนเลย เป็นที่นิยมมากในสมัยนักเลงพระรุ่นเก่า

พระร่วงทรงเกราะที่พบส่วนใหญ่เป็นเนื้อชินเขียว ส่วนที่เป็นเนื้อชินเงิน พบบ้างเล็กน้อย พุทธลักษณะเป็นพระประทับยืน สวมหมวกชีโบตามแบบขอม ยกพระหัตถ์ขึ้นสองข้าง มีอักขระขอมอยู่ตรงหน้าอกพระ ชาวบ้านบางคนเรียกว่า "พระร่วงมัมมี่" เพราะมีลักษณะคล้ายมัมมี่ของชาวอียิปต์

พระร่วงนั่งหลังลิ่ม เป็นพระเนื้อชินเงินผิวดำ พบครั้งแรกจากกรุวัดช้างล้อม เมืองศรีสัชนาลัย และต่อมาพบที่กรุแก่งสารจิต แต่เป็นแบบผิวปรอท มีฝ้าขาวคลุมอยู่ประปราย

พุทธลักษณะเป็นพระนั่งมารวิชัย ศิลปะอู่ทอง ด้านหลังซึ่งเป็นเอกลักษณ์ ทำเป็นหลังร่องคล้าย ลิ่ม จึงเป็นต้นเหตุที่เรียกกันว่า "พระร่วงนั่งหลังลิ่ม" นั่นเอง พุทธคุณโด่งดังมากทางแคล้วคลาด และคงกระพัน เป็นพระที่หายาก มีราคาแพง

   ความเห็นที่ 2 โดยคุณ : เมืองเก่า วันที่ : 01 - พ.ย. - 50  เวลา 10:48:52  ,ip :222.123.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/3_1193888968.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

พระนางแขนอ่อน กรุเจดีย์สูง จ.สุโขทัย

พระนางแขนอ่อน กรุเจดีย์สูง จังหวัดสุโขทัย เป็นพระพิมพ์ศิลปะสุโขทัยที่งดงาม และมีชื่อเสียงมานานแล้ว เช่นเดียวกับพระท่ามะปราง ที่บรรจุอยู่ในกรุเดียวกัน แต่ความจริงแล้ว พระนางแขนอ่อน และพระท่ามะปราง กรุเจดีย์สูง ที่วัดเจดีย์สูงนั้น แตกกรุในชั้นหลัง เมื่อปี พ.ศ. 2508 ก่อนหน้านั้น พระสองพิมพ์ดังกล่าว ขุดพบที่ "วัดมหาธาตุ" เป็นครั้งแรก ทว่าจำนวนไม่มากนัก และภายหลังมีการขุดพบที่ วัดเจดีย์สูงแล้ว ก็ยังขุดพบที่อื่นๆ อีกที่ วัดเจดีย์งาม และวัดเขาพระบาท โดยพบทั้งเนื้อดิน และเนื้อชินเงิน เช่นเดียวกันกับที่พบที่วัดเจดีย์สูง ซึ่งก็แยกไม่ได้หรอกครับว่าองค์ไหนเป็น กรุวัดมหาธาตุ, กรุวัดเจดีย์สูง, กรุวัดเจดีย์งาม และกรุวัดเขาพระบาท นักสะสมจึงอนุโลมเรียกรวมๆ ว่า "กรุเจดีย์สูง" ด้วยการขุดพบจากกรุเจดีย์สูง วัดเจดีย์สูง มีพระออกมาจำนวนมากและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของนักสะสมในช่วงที่กรุแตก
   ความเห็นที่ 3 โดยคุณ : เมืองเก่า วันที่ : 01 - พ.ย. - 50  เวลา 10:49:28  ,ip :222.123.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/3_1193889008.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

หลวงพ่อโต กรุวัดป่ามะม่วง สุโขทัย

เนื้อพระวัดป่ามะม่วง เป็นพระเนื้อดินละเอียด แต่มีความแกร่งและแห้งจัด ซึ่งในเรื่องเนื้อพระสมัยเก่า ๆ จะพบว่าส่วนใหญ่คณาจารย์สมัยโบราณท่านนิยมการผสมว่านร้อยแปด และสรรพสิ่งอันเป็นมงคลต่าง ๆ ไม่ว่าเป็นพวกเกสรดอกไม้ร้อยแปด


ฉะนั้นแม้เนื้อพระจะมีความแกร่งก็จริง แต่ถ้าถูกจับต้องเสียดสีอยู่บ่อยครั้งจนพอช้ำ ก็จะปรากฏความนุ่มให้เป็นที่สังเกตได้เหมือนกัน พระวัดป่ามะม่วงบางองค์จะปรากฏมีทองจากรุปิดอยู่ด้วย และพระพิมพ์เดียวกันนี้ยังได้พบที่ วัดสระศรี อีกด้วย แต่ก็มีข้อแตกต่างกันอยู่ให้เป็นหลักในการจำแนก


พระพิมพ์เดียวกันนี้ ของวัดป่ามะม่วง จะปรากฏว่าพระพิมพ์จะดูกลมป้อมกว่าของพระกรุวัดสระศรี กรุวัดสระศรี จะสังเกตได้ว่าพระพักตร์จะยาวแบบรูปไข่ หรือมีความยาวกว่าของวัดป่ามะม่วง อย่างสังเกตในการจำแนกได้ง่าย ๆ และอีกประการพระพิมพ์วัดป่ามะม่วงจำปรากฏมีทองด้วย แต่ส่วนวัดสระศรีจะไม่ปรากฏมีการปิดทองเลย พระวัดป่ามะม่วง ในเรื่องสีที่พบเห็นมาก คือ สีแดง - สีเหลือง ส่วยสีอื่น ๆ เช่น เชียว - เขียวผ่าน ก็เคยปรากฏได้พบ เห็นอยู่เหมือนกัน แต่มักจะนาน ๆ สักองค์


ผิวพระวัดป่ามะม่วงในองค์ที่ยังปรากฏความสมบูรณ์ จะพบว่าผิวพระจะมีผ้ากรุจับอยู่ และในบางองค์จะปรากฏคราบสีดำ ๆ (บางท่านเรียกขี้มด) ขนาดของพระวัดป่ามะม่วงในด้านความสูงจะอยู่ในราว 5.3 ซม. ส่วนความกว้างโดยประมาณของขอบปีกของฐานจะอยู่ในราว 3.5 ซม.

   ความเห็นที่ 4 โดยคุณ : เมืองเก่า วันที่ : 01 - พ.ย. - 50  เวลา 10:50:08  ,ip :222.123.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/3_1193889360.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

"พระร่วงหลังรางปืน" เป็นพระยอดขุนพลเนื้อชิน ค้นพบที่บริเวณหน้าพระปรางค์องค์ใหญ่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ในคราวแตกกรุเมื่อประมาณไม่น้อยกว่า 50 ปีมาแล้ว มีจำนวนน้อยมากเพียง 200 กว่าองค์เท่านั้น อีกทั้งส่วนใหญ่เป็นพระที่ชำรุดแตกหัก แต่ด้วยพุทธลักษณะที่อ่อนช้อยงดงามแต่แฝงด้วยความเข้มขลัง กอปรกับมีพุทธคุณเป็นเลิศทั้งด้านอำนาจ แคล้วคลาด โภคทรัพย์ เมตตามหานิยม และคงกระพันชาตรี ครบครัน จนได้รับการยกย่องให้เป็น "จักรพรรดิแห่งพระเนื้อชิน" จึงได้รับความนิยมและเป็นที่แสวงหากันอย่างกว้างขวาง ทำให้สนนราคาเช่าหาจัดว่าสูงที่สุดสำหรับพระพิมพ์ประเภทเดียวกันทีเดียว

พระร่วงหลังรางปืน มีพุทธศิลปะแบบเขมรยุคบายน มีอายุอยู่ในราวปี ค.ศ.13 ซึ่งเป็นสมัยที่ขอมเรืองอำนาจ จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นพระพิมพ์ที่ "ขอม" เป็นผู้สร้างและบรรจุไว้ในพระปรางค์ พระส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นพระเนื้อชินตะกั่ว ผิวขององค์พระจะมีสีแดงเข้ม บางองค์ออกสีลูกหว้า ลักษณะพิเศษที่น่าสังเกตคือ จะมีไขคลุมอีกชั้นหนึ่งและมีมากกว่าพระร่วงกรุอื่นๆ มีขนาดความสูงประมาณ 8 ซ.ม. กว้างประมาณ 2.5 ซ.ม. พุทธลักษณะองค์พระประธานประทับยืน แสดงปางประทานพรอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว ยอดซุ้มเป็นลายกระหนกแบบ "ซุ้มกระจังเรือนแก้ว" ส่วนด้านหลังจะมีลักษณะเฉพาะคือ มีร่องกดลึกลงไปเป็นแนวยาวตลอดองค์พระ ซึ่งเรียกกันว่าหลังกาบหมากหรือหลังร่องกาบหมาก ต่อมาได้ปรากฏพุทธคุณทางแคล้วคลาดจากภยันตรายในเรื่องปืน อีกทั้งร่องกาบหมากนั้นมีลักษณะคล้าย "ร่องปืนแก๊ป" จึงขนานนามว่า "พระร่วงหลังรางปืน" มาจนถึงปัจจุบัน มีทั้งหมด 5 พิมพ์ ดังนี้ พิมพ์ใหญ่ ฐานสูง, พิมพ์ใหญ่ ฐานเตี้ย, พิมพ์แก้มปะ, พิมพ์หน้าหนุ่ม และพิมพ์เล็ก

"พระร่วงหลังรางปืน" นับเป็นพระพิมพ์เก่าแก่ที่ทรงคุณค่าทั้งด้านพุทธลักษณะและพุทธคุณ อันเป็นที่นิยมและใฝ่หาของบรรดานักนิยมสะสมพระเครื่องและพุทธศาสนิกชนอย่างถ้วนทั่ว ผู้ที่มีไว้ครอบครองก็ต่างหวงแหนยิ่งนัก จำนวนการค้นพบก็น้อย การทำเทียมเลียนแบบจึงมีสูงมาก
   ความเห็นที่ 5 โดยคุณ : เมืองเก่า วันที่ : 01 - พ.ย. - 50  เวลา 10:56:00  ,ip :222.123.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/3_1193892034.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

พระนาคปรกสุโขทัย พบขึ้นหลายที่ทั้งกรุวัดมหาธาตุ วัดสระศรี วัดพระเชตุพน องค์นี้เป็นพระเนื้อชินเงินสนิมตีนกาสวยมาก บางส่วนปรากฏครบปรอทผิวเดิม ขนาดองค์พระเล็กสวยมากน่าแขวนบูชา พุทธคุณโดดเด่นมาก ในเรื่องเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย ร่มเย็นเป็นสุขและ มีมหิทธิอำนาจเหนือศัจตรูทั้งปวง
   ความเห็นที่ 6 โดยคุณ : เมืองเก่า วันที่ : 01 - พ.ย. - 50  เวลา 11:40:34  ,ip :222.123.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ขอบคุณสำหรับความรู้แบบนี้ครับ พี่เมืองเก่า
   ความเห็นที่ 7 โดยคุณ : shark วันที่ : 01 - พ.ย. - 50  เวลา 12:18:20  ,ip :202.29.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


      ยอดเยี่ยมครับ  ต้องเอามาพิมพ์รวมเล่มไว้ให้อนุชนศึกษากัน 
   ความเห็นที่ 8 โดยคุณ : รัตน์ วันที่ : 01 - พ.ย. - 50  เวลา 23:59:12  ,ip :58.9.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ครับผม เดี๋ยวผมรวบรวมก่อนครับ ค่อยๆๆๆทยอยลงให้อ่านกันสนุกสนุกครับ คุณ รัตน์ คุณ ฉลาม  เล่นพระ ต้องรู้พื้นที่ครับ ไม่งั้นมันจะจิตนาการไม่ออก และจะเกิดอาการที่เรียกว่า เบื่อครับ ในทางตรงกันข้าม เล่นพระถ้ารู้พื้นที่ จะเกิดอาการที่เขาเรียกว่า มันส์ แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวครับ
   ความเห็นที่ 9 โดยคุณ : เมืองเก่า วันที่ : 02 - พ.ย. - 50  เวลา 16:15:17  ,ip :222.123.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/3_1193995224.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

พระซุ้มนครโกษา เป็นพระอีกพิมพ์หนึ่งที่มีการสร้างกันหลายเมือง ขุดพบจากหลายกรุ มีทั้งเนื้อดินเผา และเนื้อชิน ที่เห็นในภาพนี้เป็น พระซุ้มนครโกษา  หรือ บางท่านเรียกกันว่าพระร่วงนั่งซุ้มโกษาก็มี เดิมเป็นพระที่ กลุ่มนักขุดเก่าๆๆของตำบลบ้านแก่งสารจิตรได้ขุดพบ ขุดพบที่บริเวณเนินดินของกู่เก่ากลางทุ่งซึ่งปัจจุบันได้ล่มสลายไปแล้ว การขุดพระครั้งนั้นได้พระซุ้มนครโกษา พิมพ์ฐานสูง  พิมพ์ฐานเตี้ย เป็นจำนวนมาก  เมื่อปี ๒๕๒๐ พระที่ขุดได้มีประมาณ ๒๐๐ องค์ โดยมักจะเป็นพระที่ชำรุดและไม่สมบูรณ์เสียเป็นส่วนมาก และโดยมากมักเป็นพระที่เป็นพิมพ์ฐานเตี้ย พบมีเป็นพิมพ์ฐานสูงเพียง 10 กว่าองค์เท่านั้นและโดยมากมักชำรุด พระที่พบทั้งหมด เป็นพระเนื้อชินเงิน และเนื้อตะกั่วสนิมแดง ศิลปะสมัยลพบุรีตอนปลาย ด้านหลังเป็นลายผ้า ขนาดองค์พระกว้าง ๑.๗ ซม. สูง ๓.๕ ซม. พุทธคุณโด่งดังด้านแคล้วคลาดปลอดภัย และคงกระพันชาตรี เช่าหากันในเวลาอยู่ที่หลักหมื่น พระองค์นี้เป็นของ อดีตกำนันตำบลบ้านแก่งที่ปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว  โดยเช่ามาจากปากกรุเลยทีเดียว ในราคา 1 พันบาทเท่านั้น (แต่ก็แพงมากสำหรับสมัยนั้น) มาถึงวันนี้ต้องเติมเลข ๐ ไว้ด้วย ถึงจะหาเช่าได้
   ความเห็นที่ 10 โดยคุณ : เมืองเก่า วันที่ : 02 - พ.ย. - 50  เวลา 16:20:24  ,ip :222.123.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/3_1193995280.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

ภาพด้านหลังองค์พระ
   ความเห็นที่ 11 โดยคุณ : เมืองเก่า วันที่ : 02 - พ.ย. - 50  เวลา 16:21:20  ,ip :222.123.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/3_1193995474.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

ลายปูนปั้นที่วัดนางพญาเป็นงานปูนที่แสดงออกถึงลวดลายอันวิจิตรและเชิงช่างสุโขทัย โบราณ วัดนี้สร้างราว พศ 1800 ในรัชสมัยของพ่อขุนรามคำแหง เมื่อขึ้นเป็นกษัติรย์ในราชวงค์พระร่วงเพื่อเป็นเกียรติแด่พระมารดา ของพระองค์เอง
   ความเห็นที่ 12 โดยคุณ : เมืองเก่า วันที่ : 02 - พ.ย. - 50  เวลา 16:24:34  ,ip :222.123.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ศรีสัชนาลัยคนดีศรีสยาม สุโขทัยให้หนึ่งเสียงครับ!   
   ความเห็นที่ 13 โดยคุณ : น้ำยม วันที่ : 14 - ม.ค. - 51  เวลา 23:46:10  ,ip :124.120.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น
เชิญ Login เพื่อร่วมแสดงความเห็น
  Username :   
  Password :   
    







Copyright©2004 Amulet2U.com. All rights reserved. Develop by NetworkDD.com.