อ่านทั้งหมดประชาสัมพันธ์ถาม-ตอบความรู้-วิชาการมีดีมาโชว์ซื้อ-ขาย-ประมูลสัพเพเหระกิจกรรม 2U
มารบกวนถามพี่ๆเพื่อนๆในเวป เรื่องของศรัทธาครับ
หลังจากไปเที่ยวพักร้อนมา ก็คันมือมานั่งเคาะเวปอ่านไปเอยๆ
ได้นึกไปถึงคำถามหนึ่งที่คาใจอยู่ ไม่รู้ว่าคนอื่นที่สะสมพระเครื่องจะคิดเหมือนกันไหม
...ผมเองชอบพูดเสมอๆว่า จะทำอะไรให้เอาศรัทธานำหน้าไว้ก่อน    แต่พอมานั่งนึกว่า เอ้...ทำไมเราจึงศรัทธาพระเครื่องรุ่นนั้น ศรัทธาพระเกจิอาจารย์ท่านนี้
กว่าจะผ่านเข้ามาถึงขั้นศรัทธาได้ก็ต้องผ่านการพิสูจน์หลายครั้งหลายหนเสียก่อน ถึงจะแน่ใจและกล้านับถือได้  ดังนั้นขั้นตอนของการพิสูจน์และการกลั่นกรองในสิ่งที่เกิดขึ้นจากการพิสูจน์นั้น น่าจะเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด
...ผมอยากจะเรียนเชิญพี่ๆเพื่อนๆในเวปมาถ่ายทอดในขั้นตอนดังกล่าวจนท่านกล้าพูดและยอมรับว่า ท่านศรัทธาพระเครื่องรุ่นนั้น พระอาจารย์ท่านนี้
เพื่อเป็นวิทยาทานแก่คนอื่นครับ
ผู้โพสต์ : กิตติ   วันที่ : 01 - พ.ค. - 48  เวลา 02:26:42   , ip : 203.151.xxx.xxx    แจ้งลบทั้งกระทู้   



ผมขอเล่าถึงความศรัทธาในตัวหลวงพ่อจ้อย วัดหนองน้ำเขียว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี

      ผมเองนั้นได้รู้จักกับหลวงพ่อจ้อย  มาก็นานหลายปีแล้ว น่าจะประมาณห้าปีเห็นจะได้  ตอนนั้นผมเพิ่งเล่นเวป Amuletsinthai.com ใหม่ๆ  แล้วก็ได้รู้จักกับรุ่นพี่ในเวปนั้นก็คือพี่Torpong ( ต่อพงษ์ )  ซึ่งพี่ต่อ ทำงานอยู่ศูนย์คอมพิวเตอร์ ของ ม.บูรพา  หลังจากที่ได้สนทนากันทางเมลล์ และ ทางโทรศัพท์ อยู่หลายครั้งหลายครา  ผมก็ถามพี่ต่อว่า  ทางชลบุรีมีหลวงพ่อองค์ใดที่เป็นพระที่ปฏิบัติดี  ปฏิบัติชอบ  สามารถกราบได้อย่างสนิทใจ  พี่ต่อก็บอกว่าคนพื้นที่ก็นับถือกันอยู่หลายรูป  ผมก็เลยถามต่อว่า แล้วพี่ต่อนับถือหลวงพ่อองค์ใดล่ะ  เอาที่พี่ต่อไปกราบแล้วสบายใจ  พี่ต่อก็บอกว่า งั้นลองไปกราบหลวงพ่อจ้อยดูละกัน  จะชอบไม่ชอบ  ก็แล้วแต่

    หลังจากนั้นผมก็ได้นัดแนะกับพี่ต่อ  เพื่อที่จะได้ไปกราบท่าน โดยนัดเจอกันที่ ม.บูรพา  แล้วจึงออกเดินทางไปตามเส้นทางบ้านบึง บ้านค่าย  ระยะทางจาก ม.บูรพา ก็ราวๆ 20 กิโลเมตรได้  ผมไปกราบท่านครั้งแรก  ก็นั่งฟังท่านสอน ให้คำแนะนำ  ก่อนจะกลับก็เอ่ยปากขอพระเครื่อง  ท่านก็ไปหยิบมาให้ ( พี่ต่อบอกว่าถ้าไม่ขอท่านก็ไม่แจก )  ผมจำได้ว่าท่านหยิบพระกริ่งบัวเข็ม เนื้อนวะโลหะ ก้นปิดแผ่นเงินมาให้  แล้วก็จารใต้ฐานให้ด้วย  โดยที่ท่านไม่ได้เรียกร้องให้ทำบุญหรือใส่ซองแม้แต่บาทเดียว    ซึ่งผมมารู้ทีหลัง ( สามปีต่อมาถึงจะรู้ ) ว่าพระที่ท่านแจกให้ผมนั้นสร้างปี 2540 เปิดให้ทำบุญองค์ละสามร้อย

    หลังจากนั้นผมก็ได้เพียรพยายามไปหาท่านอีก  เอาคำถามที่ผมเจอมาในชีวิต ไปถามท่าน แล้วท่านก็จะให้คำแนะนำกลับมา  และทุกครั้งผมก็จะต้องขอพระเครื่องท่านกลับมา  แน่นอนครับ  บางครั้งผมก็ถวายปัจจัย ( ร้อยนึง ) บางครั้งก็ไม่ถวาย    บางครั้งท่านหยิบพระมาให้ ผมดูว่าผมเคยได้รับแล้ว ก็ร้องบอกท่านว่า  หลวงพ่อครับรุ่นนี้ผมเคยได้แล้ว  อยากได้รุ่นอื่นบ้าง  ท่านก็เข้าไปหยิบรุ่นอื่นมาให้  ซึ่งทุกครั้งท่านก็ไม่เคยที่จะเอ่ย หรือ แสดงท่าทีว่าต้องการให้เราทำบุญ  เวลาที่ผมถวายเงินให้ท่าน ท่านก็รับแล้วก็วางไว้ในถาดใส่ปากกา ใส่ยา ที่วางไว้ข้างๆท่าน    ครั้งหนึ่งผมไปหาท่าน แล้ว ก่อนจะกลับ ก็อยากให้ท่านแปะทองที่หน้าผาก แล้วผมไม่ได้เอาทองคำเปลวไป  ผมก็ไปค้นๆตรงถาดใส่ปากกา หยิบซองจดหมายแต่ละซองที่เหน็บๆไว้ เปิดมาก็เจอแต่เงิน เปิดตั้งหลายซอง กว่าจะเจอแผ่นทอง  ผมก็หันไปถามหลวงพ่อว่า  หลวงพ่อครับในซองนี่เงินทั้งนั้นเลย หลวงพ่อไม่เอาไปเก็บหรอครับ  ท่านก็หันมาแล้วก็ยิ้มๆ แล้วก็บอกว่า " เขาให้มาก็วางๆไว้นั่นแหละ "

      ผมประทับใจหลวงพ่อจ้อย ตรงที่ท่านมักจะให้พระธรรม คำสั่งสอน  ท่านสอนให้คนเราอยู่ด้วยกันอย่างสันติสุข  มีเมตตาต่อกัน  ไม่ทำร้ายกัน    ส่วนเรื่องวัตถุมงคลก็เป็นเรื่องรองลงมา ถ้าไปถามท่านเรื่องคงกระพัน ท่านจะหัวเราะแล้วบอกว่า เมตตาดีกว่า ไม่มีเรื่อง ไม่เจ็บตัวไม่ดีกว่าหรือ  ผมก็ถามท่านว่าแล้วถ้าเขาไม่เมตตากับเราล่ะหลวงพ่อ  เกิดเขามายิงเราไม่ตายหรือ  ท่านก็บอกว่าถึงเวลาแล้วช่วยเอง  เอาเมตตาแหละดี  เจอหน้ากันก็ไม่ยิงเราแล้ว  แล้วก็หัวเราะ  แต่ละครั้งที่ผมไปขอวัตถุมงคลของท่าน  หรือไปขอหให้ท่านทำตะกรุด หรือ จารธนบัตร  ท่านก็ไม่ขัด  ท่านก็ทำให้ตามที่เราขอ  ครั้งที่ผมไปขอให้ท่านจารธนบัตรใบละ๕บาท จำนวน 100 ใบ  ท่านก็ยังทำให้  ครั้งนั้นผมถวายเสื่อตาตามิ ของญี่ปุ่น ยัดด้วยนุ่นอย่างดี ของญี่ปุ่นให้ท่านไว้นั่ง  จะได้ไม่ต้องนั่งพื้นกระดานแข็งๆ  พอออกพรรษาผมไปรับธนบัตรกลับมา  ก็เหลือบไปเห็นว่าเสื่อแผ่นนั้น ปลวกกินไปแล้ว แต่ยังไม่แกะพลาสติกเลย  ผมถามหลวงพ่อว่าหลวงพ่อไม่ใช้หรือ  ท่านก็ยิ้มๆ

    หลวงพ่อจ้อย ท่านเป็นพระที่ต้องการจะให้ มากกว่าจะรับ  ผมจึงศรัทธาในตัวท่าน  ส่วนเรื่องอิทธิ์ฤทธิ์ ปาฏิหารย์  ผมก็ไม่ค่อยสนใจ  แม้ว่าจะเจอเรื่องแปลกๆกับตัวเองหลายครั้ง  ผมก็จะนึกไปว่า เป็นเรื่องบังเอิญ  เพราะว่าถ้าเราไปใส่ใจตรงนี้มากไป มันจะไม่ดีกับตัวเรา  และ ตัวหลวงพ่อจ้อย      จนผมมั่นใจแล้วว่า ผมจะต้องไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์ท่าน  ผมก็นัดกับเพื่อนรุ่นพี่  ดูวันว่าจะไปวันไหนดี แล้วก็ได้วันพฤหัส  ที่ตรงกับวันธงไชย ตามปฏิทินจีน  ผมก็โทรไปเช็คล่วงหน้าว่าหลวงพ่ออยู่วัดแน่  แล้วก็เดินทางไปหาท่าน โดยที่ไม่ได้บอกท่านว่าจะไปฝากตัวเป็นศิษย์ แค่บอกว่าจะไปกราบท่านที่วัด  พอได้พบท่านก็บอกว่า พวกผมจะมาฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อครับ  หลวงพ่อต้องการอะไรบ้าง  พานพุ่ม ดอกไม้ ธูปเทียน หรือสิ่งอื่นใด  ที่จำเป็นต้องใช้ในการรับพวกผมเป็นศิษย์  หลวงพ่อท่านบอกว่า " แค่คิดถึงกัน ก็เป็นศิษย์แล้ว แค่นี้แหละ " ........... 
   ความเห็นที่ 1 โดยคุณ : niwat วันที่ : 03 - พ.ค. - 48  เวลา 09:33:39  ,ip :202.176.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



ย้อนหลังไปเมื่อปี พ.ศ.2517  หนังสืออภินิหารและพระเครื่องเคยนำเสนอประวัติของพระเกจิฯรูปหนึ่งที่น่าเคารพสักการะบูชาอย่างยิ่ง เพราะจริยาวัตร ปฏิปทางดงามเคร่งครัดในพระธรรมวินัย มุ่งปฏิบัติธรรมเพื่อความหลุดพ้นอย่างแท้จริง  ไม่ติดยึดในรูป รส กลิ่น  เสียง  ฉันเจ ตลอดชีวิต คือพระครูภาวนาภิรัติหรือ หลวงปู่ทิม อิสริโก  วัดละหารไร่ จ.ระยอง  ข้อความสั้นๆข้างต้นเป็นสิ่งที่จุดประกายความศรัทธาในตัวผมให้เกิดขึ้นต่อหลวงปู่ทิม อย่างจับจิตใจ เพราะไม่คิดว่าในยุคปัจจุบัน จะยังมีพระอริยสงฆ์หลงเหลืออยู่  แต่หากท่านคือพระอริยสงฆ์จริง ผมก็นับว่ามีบุญวาสนาที่ได้มีโอกาสมาพบกับท่าน  และติดตามข่าวสารในนิตยสารพระเครื่องฉบับนี้มาโดยตลอดทำให้ได้รับทราบข้อมูลในการจัดสร้างพระเครื่องรุ่นต่างๆ และทำให้ผมได้มีโอกาสเก็บพระเครื่องของท่านไว้ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน 
   ความเห็นที่ 2 โดยคุณ : ants วันที่ : 17 - พ.ค. - 48  เวลา 01:05:28  ,ip :61.7.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ขอบคุณพี่antsกับพี่นิวัติที่นำเรื่องราวมาให้อ่านครับ
   ความเห็นที่ 3 โดยคุณ : กิตติ วันที่ : 08 - มิ.ย. - 48  เวลา 09:34:32  ,ip :203.151.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น
เชิญ Login เพื่อร่วมแสดงความเห็น
  Username :   
  Password :   
    







Copyright©2004 Amulet2U.com. All rights reserved. Develop by NetworkDD.com.