อ่านทั้งหมดประชาสัมพันธ์ถาม-ตอบความรู้-วิชาการมีดีมาโชว์ซื้อ-ขาย-ประมูลสัพเพเหระกิจกรรม 2U
***เล่าสู่กันฟัง...***
ช่วงนี้คอมประจำของผมที่ใช้พิมพ์เก็บภาพและแสกน มีปัญหาจอไม่ดี เลยนั่งจิ้มกับโน๊ตบุ๊คของแฟนผม ลำบากน่าดูเลยครับ อุตสาห์นั่งพิมพ์เรื่องที่เก็บข้อมูลมาอีกสองเรื่อง ผมรับรองว่าลองได้อ่านแล้วจะ....(เติมเองแล้วกันครับ)
นำมาจาก นิตยสารเซียนพระฉบับที่ ๓๔๕ ปักษ์หลังเดือนกรกฎาคม ๒๕๔๖ หน้า๓๕-๓๗
"  เล่าสู่กันฟัง โดย...มณฑิรา
    หลายปีที่แล้ว ผมเห็นว่าพระเครื่องที่แตกๆหักๆของผมซึ่งมีอยู่หลายองค์นั้น น่าจะเอามาสร้างพระเครื่องขึ้นมาใหม่แทนที่จะปล่อยทิ้งไว้เปล่าๆซึ่งพระเครื่องที่แตกๆหักๆเหล่านี้ล้วนเป็นพระเก่าที่มีอายุเป็นหลายสิบปี บางองค์ก็อายุหลายร้อยปีเพราะว่าเป็นพระกรุ
  เมื่อคิดตกลงใจดีแล้ว จึงจุดธูปขอขมาบอกกล่าวถึงผู้สร้างพระเครื่องเหล่านั้นแต่ครั้งก่อน แล้วลงมือตำชิ้นส่วนพระเครื่องเหล่านั้นในครกหินจนป่นเป็นผงละเอียด จากนั้นก็ไปเสาะหาวัสดุบางอย่างมาเป็นส่วนผสมเพิ่มเติม เช่นผงธูปหน้าพระประธาน,ดอกไม้แห้งบางชนิด,กาฝากต้นมะยม,และทรายในกระถางธูปหน้าพระประธานในพระอุโบสถ เป็นต้น.สำหรับทรายจากกระถางธูปหน้าพระประธานในพระอุโบสถนี้ ถือกันว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ด้วยง่าผ่านการสวดเจริญพระพุทธมนต์จากพิธีสังฆกรรมอยู่เป็นประจำ เมื่อเอาไปโรยรอบบ้านจะสามารถป้องกันภูตผีและสิ่งลี้ลับต่างๆได้ แต่การไปเอาทรายหน้ากระถางธูปหน้าองค์พระประธานในพระอุโบสถนี้ มีเคล็ดอยู่ตรงที่ว่า เมื่อได้ทรายมาแล้ว ขณะที่กำลังเดินออกจากพระอุโบสถ ห้ามหันหน้ากลับไปมองเป็นอันขาด
  เมื่อหามวลสารเพิ่มเติมบางชนิดได้แล้ว จึงเอามวลสารนั้นมาโขลกตำในครกหินทีละอย่างจนครบ เอามวลสารนั้นคลุกเคล้าจนเข้าด้วยกันดีแล้ว ก็เอามวลสารไปเคล้ารวมกับผงที่ได้จากพระแตกๆหักๆอีกทีหนึ่ง ทีนี้ก็มาถึงการหาตัวประสานเนื้อหา ซึ่งผมก็ไม่มีความรู้ทางด้านการสร้างพระเลย แต่ที่สร้างในครั้งนั้นเพราะใจมันอยากจะสร้าง แต่ก็นึกได้ว่าเมื่อตอนเด็กๆเคยเห็นสามเณรที่วัดข้างๆบ้านมาขอกล้วยน้ำหว้าจากแม่โดยบอกว่าจะเอาไปให้ท่านเจ้าอาวาสสร้างพระ จึงตามสามเณรไปที่วัดด้วย ก็รู้ว่าท่านเจ้าอาวาสต้องการกล้วยน้ำหว้าเพื่อเอามาตำผสมกับเนื้อหามวลสาร เพื่อให้เนื้อพระเกาะยึดตัวให้แน่น
  นึกขึ้นได้อย่างนั้นจึงไปหากล้วยน้ำหว้าแก่ๆมาตำบดคลุกเคล้ากับมวลสารนั้น เมื่อมวลสารเข้าด้วยกันดีแล้ว จึงเอามวลสารไปกดในแม่พิมพ์พระสมเด็จที่ทำขึ้นเอง เนื่องจากต้องการสร้างเท่ากับเนื้อหามวลสารเท่าที่มีนั้น จึงกดพิมพ์พระได้เพียง 8องค์เอาพระที่กดพิมพ์ได้วางผึ่งลมอีกหลายวันจนเห็นว่าเนื้อแห้งดีแล้ว ก็เอาชะแลคมาทาองค์พระเพื่อให้ช่วยรักษาเนื้อพระอีกทีหนึ่ง เมื่อชะแลคแห้งก็เป็นอันว่าขั้นตอนการสร้างพระครั้งนั้นเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ขั้นตอนต่อไปก็เป็นเรื่องของการปลุกเสก.ผมตั้งใจว่าจะเอาพระที่สร้างได้ไปขอบารมีจากพระสงฆ์ที่มีความเชี่ยวชาญทางวิทยาคมช่วยปลุกเสกให้เป็นท่านๆไป ไม่คิดที่จะเอาพระไปฝากร่วมพิธีพุทธาภิเษกเด็ดขาด เพราะยุ่งยากเปล่าๆ
ผู้โพสต์ : กิตติ   วันที่ : 14 - ก.ย. - 48  เวลา 23:13:59   , ip : ..xxx.xxx    แจ้งลบทั้งกระทู้   


  พระสงฆ์ท่านแรกที่ผมคิดจะเอาพระไปให้ท่านปลุกเสก ก็เป็นพระสงฆ์สูงอายุท่านหนึ่ง อายุของท่านก็80ปีเศษๆแล้ว แต่ท่านมาบวชเอาเมื่อตอนอายุมาก คือบวชเอาเมื่ออายุ50ปีเศษๆ นับพรรษาของท่านก็ประมาณ30พรรษา บวชมาแล้ว30 พรรษา ก็คิดว่าท่านต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญทางวิทยาคมพอสมควร
  วัดที่พระสงฆ์สูงอายุท่านนี้จำพรรษาอยู่ก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านผมเท่าไหร่ เดิมวัดนี้ได้เปิดเป็นสำนักสอนปริยัติธรรม ภายหลังเจ้าอาวาสซึ่งเป็นเจ้าสำนักสอนปริยัติธรรม ทางคณะสงฆ์ได้เรียกไปเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมที่สำนักหนึ่งซึ่งเป็นวัดใหญ่สำคัญตั้งในตัวเมือง พระสงฆ์ที่เคยเรียนที่สำนกสงฆ์นี้จึงย้ายไปเรียนที่สำนักอื่นๆกันหมด จึงทำให้วัดนี้มีแต่พระสงฆ์สูงอายุท่านนี้จำพรรษาอยู่เพียงรูปเดียว นานๆถึงจะมีพระสงฆ์มาจำพรรษาบ้างสัก3-4 รูปอย่างเช่นช่วงเข้าพรรษาเป็นต้น.ผมคิดว่าพระสงฆ์รูปนี้ต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญทางคาถาอาคมพอสมควร เพราะเคยเห็นท่านรดน้ำมนต์และทำน้ำมนต์ให้ชาวบ้านอยู่บ้าง แต่เมื่อผมเอาพระไปขอให้ท่านปลุกเสกพร้อมกับเล่าถึงการสร้าง
    ท่านกลับปฎิเสธ
    โดยบอกว่า........
  ปลุกเสกไม่เป็น
  ผมก็สงสัย ก็เห็นท่านทำน้ำมนต์และรดน้ำมนต์ให้ชาวบ้าอยู่ แล้วทำไมท่านถึงบอกว่าปลุกเสกไม่เป็น?
  เมื่อสงสัยจึงถาม ท่านก็ตอบว่า...”ทำน้ำมนต์กับปลุกเสกพระไม่เหมือนกัน”
  ก็ยังไม่หายสงสัยอยู่ดี จึงถามอีกทานก็อธิบายว่า”คนที่จะปลุกเสกพระให้ศักดิ์สิทธิ์ได้ คนนั้นต้องได้ฌาน พระถึงจะบวชมาสักกี่พรรษาแต่เมื่อไม่ได้ฌาน ปลุกเสกอะไรๆก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์”
  แม้ท่านจะอธิบายอย่างนี้ผมก็ยังไม่หายสงสัย เมื่อถามต่อท่านก็เมตตาอธิบายต่ออีกว่า”เราเองก็ไม่ได้ฌานหรอก แต่ที่รดน้ำมนต์ให้กับคนที่มาขอนั้น เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์หรือเปล่า? แต่เห็นว่าคนที่มาขอน้ำมนต์เขากำลังมีความทุกข์ใจ น้ำมนต์ถึงจะไม่ศักดิ์สิทธิ์แต่อย่างน้อยๆ ก็ช่วยทำให้เขาสบายใจผ่อนคลายความทุกข์ได้บ้าง เพราะอย่างนี้แหละเราถึงรดน้ำมนต์ทั้งๆที่ไม่มีความมั่นใจเลยว่าน้ำมนต์นั้นศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ศักดิ์สิทธิ์? แต่ถ้าให้เราปลุกเสกพระ เราเชื่อแน่ว่าปลุกเสกอย่างไรก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะเราไม่ได้ฌานไม่มีฌาน”
  ผมจึงถามท่านว่าวัตถุมงคลจะศักดิ์สิทธิ์ก็ต่อเมื่อได้รับการปลุกเสกจากผู้ที่ได้ฌานใช่ไหม? ซึงท่านก็ตอบว่า”ก็บอกแล้วว่าของจะศักดิ์สิทธิ์ก็ต่อเมื่อคนปลุกเสกมีฌาน แต่ความศักดิ์สิทธิ์จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีศรัทธาด้วย ถ้ามีแต่ศรัทธาอย่างเดียว แต่คนปลุกเสกไม่มีฌาน ความศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่เกิด”
  หลังจากคุยกับพระสงฆ์สูงอายุท่านนั้นแล้วผมก็เริ่มวิตกว่าจะหาผู้มีฌานจากไหนได้บ้าง?ก็ให้พอดีที่ผมนั้นศรัทธาใน”พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา”รวมทั้งศิษย์สำนัก”เขาอ้อ”ทั้งหลาย เพราะเคยเห็นศิษย์สำนักนี้แสดงความศักดิ์สิทธิ์ให้เห็นต่อหน้าต่อตากันจะๆก็หลายครั้ง.เมื่อมีโอกาส จึงเดินทางไปกราบนมัสการพระอาจารย์นำที่วัดดอนศาลา เมื่อรอจนได้พบท่านแล้วก็บอกถึงความประสงค์ให้ทราบ โดยขอท่านช่วยปลุกเสกพระให้หน่อย เพราะตั้งแต่สร้างเสร็จแล้วก็ยังไม่ได้ปลุกเสกที พระอาจารย์นำท่านก็ยิ้มๆซึ่งก็เป็นปกติวิสัยของท่านอยู่แล้ว พร้อมกับบอกให้เอาพระมา.พระทั้ง 8องค์ ผมเอาใส่ในกล่องใบชาที่เป็นสังกะสีส่งให้โดยไม่เปิดฝา เมื่อพระอาจารย์นำรับกล่องใส่พระมาถือ ก็มองไปที่กล่องนิดหนึ่งแล้ว พูดว่า
  “ไหนบอกว่ายังไม่เสก พระนี้มันเสกมาแล้วนี่”
  ผมก็งงเหมือนกันว่าปลุกเสกมาแล้วได้ยังไง เพราะว่าพระสงฆ์ท่านแรกที่ผมเอาไปให้ท่านก็ไม่ได้ปลุกเสกให้ แต่พอดีนึกขึ้นได้ว่า พระที่สร้างนี้ได้เอาพระเก่าๆที่แตกๆหักๆมาสร้าง บางทีพระอาจารย์นำท่านอาจจะรู้ถึงพลังที่แฝงอยู่ในเนื้อพระได้ ผมจึงบอกท่านว่าพระนี้เอาพระเก่าๆที่แตกๆหักๆมาสร้าง ท่านก็ยิ้มๆจากนั้นก็เอามือทั้งสองประคองกล่องใส่พระแล้วทำสมาธิเพ่งปลุกเสกทันที
  ปลุกเสกไปยังไม่ทันได้  5นาทีดีก็มีเสียงเคลื่อนไหวกุกกักๆดังให้ได้ยินมาจากกล่องใส่พระนั้น เสียงนั้นดังอยู่ตลอดจนพระอาจารย์นำปลุกเสกเสร็จ.พระอาจารย์นำปลุกเสกเสร็จใช้เวลาประมาณ 7-8นาทีเท่านั้น ปลุกเสกเสร็จท่านก็ส่งกล่องพระคืนให้แล้วพูดยิ้มๆว่า....”ถึงไม่ได้เสก พระนี้ก็ดีอยู่แล้ว”
   ความเห็นที่ 1 โดยคุณ : กิตติ วันที่ : 14 - ก.ย. - 48  เวลา 23:22:10  ,ip :..xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


  ออกจากกุฏิพระอาจารย์นำแล้วผมก็เดินมุ่งไปที่กุฏิ”พระอาจารย์ปาล”ทันที จริงๆแล้ว พระอาจารย์ปาลท่านอยู่วัด”เขาอ้อ”แต่ตอนนั้นท่านอาพาธ ลูกศิษย์จึงนิมนต์มาจำพรรษาที่วัดดอนศาลาเพื่อสะดวกต่อการรักษาพยาบาล.
กุฏิพระอาจารย์ปาลปกติคนจะไม่มากเหมือนกุฏิพระอาจารย์นำ แต่ศิษย์สำนักเขาอ้อท่านนี้ศักดิ์สิทธิ์ไม่ธรรมดาจริงๆ เมื่อกราบนมัสการและบอกวัตถุประสงค์ให้ทราบ ท่านรับเอาพระไปก่อนที่จะปลุกเสก ท่านพูดขึ้นก่อนเลยว่า...”พระนี้แรงดีจัง” จากนั้นท่านก็ปลุกเสกให้โดยใช้เวลาในการปลุกเสกประมาณ 7-8นาทีเหมือนกัน.หลังจากที่เอาไปให้พระอาจารย์นำและพระอาจารย์ปาลปลุกเสกแล้ว ผมก็เก็บพระที่สร้างนั้นอยู่หลายปีโดยไม่ได้นำไปให้พระอาจารย์ใดปลุกเสกอีก ต่อมาเมื่อมีโอกาสได้ร่วมคณะผ้าป่าไปทอดที่”วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย จ.ชุมพร” ครั้งนั้นเมื่อเสร็จพิธีถวายกองผ้าป่าแล้วคณะที่ไปด้วยกันได้นำเอาพระเนื้อผงที่สร้างขึ้นสำหรับแจกกองผ้าป่าใส่ถาดให้”หลวงพ่อสงฆ์”ปลุกเสก ผมเลยถือโอกาสเอาพระที่สร้างขึ้นนี้ใส่ถาดรวมไปด้วย เพราะมีความตั้งใจมาจากบ้านแล้วว่า จะเอาพระที่สร้างไปขอบารมีหลวงพ่อสงฆ์ช่วยปลุกเสก”
  ถาดใส่พระนั้นวางห่างจากหลวงพ่อสงฆ์พอสมควร ท่านให้เอาสายสิญจน์วนรอบถาดใส่พระ แล้วโยงมาหาท่าน จากนั้นก็ปลุกเสก ท่านปลุกเสกอยู่ประมาณ 10นาทีก็เสร็จ เมื่อเสร็จแล้วหลวงพ่อสงฆ์เอามือชี้ไปที่ถาดใส่พระแล้วกวักมือ ทำกิริยาอาการว่าให้ยกถาดใส่พระไปวางใกล้ๆท่าน เมื่อยกถาดใส่พระไปวางตรงหน้าแล้ว หลวงพ่อสงฆ์ท่านก็มองไปที่ถาดแล้วก็หยิบเอากล่องใส่พระที่ผมสร้างขึ้นมาเปิดดูข้างใน เมื่อเห็นเป็นพระท่านก็หยิบขึ้นมามองแล้วพูดพอที่คนนั่งใกล้ๆได้ยินชัดเจนว่า
  “เสกมาแต่ไหนนี่!ดีจริงๆ”
  คณะผ้าป่าที่ไปด้วยกัน เมื่อได้ยินหลวงพ่อสงฆ์พูดเช่นนั้น จึงพากันขอพระที่ผมสร้าง แต่ด้วยที่ว่าพระที่สร้างมีเพียง 8องค์ แต่คนที่อยากได้มีถึงกว่า 20 กว่าคน จึงบอกว่าพระที่สร้างขึ้นนี้มีเจ้าของแล้วทุกองค์ เพียงแต่เขาฝากมาร่วมปลุกเสก จึงให้ไปไม่ได้ ขอให้เห็นใจเถิด  ทุกคนที่ผมอธิบายก็เข้าใจ แต่ก็มีอยู่คนหนึ่งพอเห็นปลอดคนตอนผมเข้าห้องน้ำ ได้เข้ามาเซ้าซี้ขอออดอ้อนเหมือนลูกแหง่ขอกินนมแม่ ทั้งเห็นใจและรำคาญจึงให้ไปองค์หนึ่งอย่างขัดไมได้ ตกลงพระที่สร้างจึงเหลือ 7องค์.
   ความเห็นที่ 2 โดยคุณ : กิตติ วันที่ : 14 - ก.ย. - 48  เวลา 23:23:26  ,ip :..xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


  หลังจากนั้นไม่กี่เดือน เพื่อนได้ชวนไปขอตะกรุดกับ”หลวงพ่อมุม วัดนาสัก”ซึ่งตะกรุดของท่านศักดิ์สิทธิ์มาก การลงอักขระและการม้วนตะกรุดของท่านทำด้วยมือท่านเองทุกขั้นตอน เมื่อไปถึงก็เห็นท่านนั่งอยู่ที่กุฏิ มีลูกศิษย์และชาวบ้านนั่งคุยอยู่ด้วย 2-3คน แต่เนื่องจากตอนนั้นมีคนไปขอตะกรุดกันมากจนท่านทำไม่ท้น เพราท่านต้องทำตามฤกษ์ด้วย ผมมองที่โต๊ะหมู่บูชาของท่านก็เห็นแผ่นทองแดงและตะกั่ววางกองอยู่ไม่ต่ำกว่า 20 แผ่นเป็นของที่คนมาขอให้ท่านช่วยลงตะกรุดทั้งนั้น แล้วการทำตะกรุดแต่ละดอกของหลวงพ่อมุมก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆกว่าจะถึงคิวของเราเมื่อไหร่ก็ไม่รู้? จึงตกลงว่าจะไม่ขอตะกรุดกับท่านแล้ว แต่ได้ขอท่านช่วยปลุกเสกพระที่สร้าง ซึ่งก็เตรียมมาจากบ้านแล้ว.หลวงพ่อมุมท่านจัดแจงห่มจีวรเรียบร้อย รับกล่องพระไปถือในมือแล้วหลับตาทำสมาธิปลุกเสกทันที ไม่ทันใดแค่อึดใจเดียว หลวงพ่อมุมท่านก็ลืมตามองไปที่กล่องพระอย่างแปลกใจ!แล้วพูดว่า...
  “มันเต็มแล้วนี่!แล้วยังจะเอามาให้อัดเข้าไปอีก”
  แต่ผมก็ขอให้ท่านช่วยปลุกเสกเพิ่มเติม ท่านก็ไม่ว่าอะไรหลับตาปลุกเสกใช้เวลาประมาณ2-3นาที ก็ส่งคืนแล้วบอกว่า...”มันดีอยู่แล้ว ไม่พักเสกให้มากหรอก”
  เพื่อนที่ไปด้วยกันเมื่อรู้เห็นอย่างนั้น จึงขอแบ่งพระไปหนึ่งองค์ ตกลงผมจึงเหลือพระอยู่ 6 องค์ ผมก็เอามาเลี่ยมทองขึ้นคอหนึ่งองค์ แล้วก็ใช้ติดตัวตลอดมาร่วม20ปี มาเมื่อ 10ปีที่ผ่านมา วันหนึ่งได้ลงไป จ.พัทลุงไปหาอาจารย์ฆราวาสท่านหนึ่ง อาจารย์ท่านนี้เป็นศิษย์สำนักเขาอ้อเหมือนกัน แม้ท่านจะเป็นฆราวาส แต่ก็แก่กล้าทางพลังจิตและวิทยาคมเป็นยิ่งนัก ครั้งนั้นผมได้ถอดพระองค์ที่ห้อยคอออกให้ท่านช่วยลงอาคมเพิ่ม ท่านหยิบพระไปวางในฝ่ามือแล้วเพ่งมองอยู่ครู่ใหญ่ๆแล้วก็เปรยๆขึ้นว่า...
  “อืม...ม...ม...พลังมันเหมือนๆกัน เอาไปเสกที่ไหนมาบ้างแล้ว?”
  ผมก็บอกรายนามอาจารย์ที่เคยเอาพระไปให้ปลุกเสกมาก่อนให้ฟัง ท่านก็พูดว่า...
  “แค่อาจารย์ทั้งสอง(หมายถึงพระอาจารย์นำและพระอาจารย์ปาล)เสกก็พอแล้ว เราไม่กล้าเสกทับของอาจารย์ลงไปหรอก”
  พูดแล้วก็ส่งพระคืน
  ผมถามท่านถึงเรื่องที่ว่าพระเครื่องที่ปลุกเสกแล้วจะสามารถตรวจพุทธคุณได้หรือไม่? ท่านก็บอกว่า
  “พระเครื่องใช่ว่าเมื่อเสกแล้วจะต้องมีพลังเสมอไป ถ้าคนเสกพลังจิตไม่กล้าแข็ง เสกเท่าไหร่ๆก็ไม่มีพลัง แต่ถ้าคนเสกมีพลังจิตเสกพระก็ต้องมีพลัง แล้วต้องเป็นคนที่มีพลังจิตกล้าแข็งด้วยถึงจะรู้ในพลังของพระเครื่อง คนไม่มีพลังจิตหารู้ในพลังของพระเครื่องได้ไม่ ที่สร้างและเสกพระกันเดี๋ยวนี้ มีพลังกันหรือเปล่าก็ไม่รู้?”
  แต่พระเครื่องบางทีก็ศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่ยังไม่ปลุกเสกเสียด้วยซ้ำ เมื่อครั้งที่ลูกศิษย์ลูกหาสร้างพระเครื่องพิมพ์”หลวงพ่อทวด”ให้”คุณแม่บุญเรือน”อธิษฐานจิตเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๖ ตอนที่เอาพระใส่ลังไปให้ท่านอธิษฐานจิตโดยที่ยังไม่ได้เปิดฝาลัง ตอนนั้นมีลังใส่วัตถุมงคลหลายอย่างวางอยู่รวมกันรอท่านอธิษฐานจิตพร้อมๆกัน
  คุณแม่บุญเรือนได้เอามือชี้ไปที่ลังใส่หลวงพ่อทวด แล้วพูดว่า
  “พระนี้ดี ศักดิ์สิทธิ์แล้ว”
   ความเห็นที่ 3 โดยคุณ : กิตติ วันที่ : 14 - ก.ย. - 48  เวลา 23:29:10  ,ip :..xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


  เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ได้อ่านคอลัมภ์พระเครื่องในหนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ซึ่งได้พูดถึงสมเด็จจิตรลดาที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นผู้สร้างผสมเนื้อมวลสารและกดพิมพ์ด้วยพระองค์เอง แต่ไม่ได้มีพิธีพุทธาภิเษก ก็ยังมีประสบการณ์มากมาย
    เคยอ่านเจอว่าเมื่อปี๒๕๑๕ที่มีพิธีเสกหลวงพ่อเงิน ที่พิจิตรนั้น มีคนไปเก็บใบปลิวที่ติดประกาศตามที่ต่งๆไว้ เพราะมีประสบการณ์ยิงไม่ออกซึ่งตรงนี้ผมไม่แน่ใจว่า จะลองยิงปืนใกล้ๆกับที่ติดใบประกาศแล้วปืนยิงไม่ออก หรือมีคนถูกยิงแต่ไม่เป็นอะไร เพราะในกระเป๋ามีใบปลิวพับไว้(ซึ่งใบปลิวนี้ติดประกาศก่อนวันปลุกเสกแน่นอน
    จำได้ไหมครับว่าผมเคยพิมพ์เรื่องเหรียญของหลวงพ่อเทศ วัดสระทะเล ที่ไม่ได้มีการปลุกเสกแต่ลองยิงแล้วไม่ออก
    พิมพ์มาให้อ่านเอาสนุกๆ ไม่ซีเรียสอะไรเลยครับ ลงแลกเปลี่ยนความเห็นประสบการณ์ได้เต็มที่ เป็นเวทีเปิดครับ
   ความเห็นที่ 4 โดยคุณ : กิตติ วันที่ : 14 - ก.ย. - 48  เวลา 23:37:29  ,ip :..xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ถ้าอย่างนั้น...พิธีเสกที่พยายามจัดให้ดูยิ่งใหญ่มีเกจิมามากๆเป็นหลายร้อยหลายพัน กับการทำพระเครื่องด้วยมวลสารดีๆและให้เกจิอาจารย์ผู้มีฌานเสกสักรูปสองรูปจะแตกต่างกันหรือเปล่า....
...จากที่ผมอ่านมานั้น ผมเชื่อว่าพระเครื่องที่มีการสร้างโดยเริ่มจากการเน้นมวลสารที่ดีๆแล้วย่อมทำให้พระมีพุทธคุณแล้วในระดับหนึ่ง ส่วนพิธีนั้นเป็นการเพิ่มเติมให้ครบเท่านั้น ถ้าจะว่าไปแล้วในสมัยที่สมเด็จท่านยังอยู่หลังจากกดพิมพ์พระสมเด็จแล้ว ท่านจะเสกหรือเปล่าก็คงไม่มีใครรู้ แต่ผมคิดว่าท่านคงไม่มีการเสก คงแค่นำรพมาวางที่โต๊ะหมู่บูชาในกุฏิท่านหรือที่วิหารแล้วสวดพุทธมนต์มากกว่า
   ความเห็นที่ 5 โดยคุณ : กิตติ วันที่ : 14 - ก.ย. - 48  เวลา 23:44:33  ,ip :..xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


สมเด็จโต...ครับ
   ความเห็นที่ 6 โดยคุณ : กิตติ วันที่ : 14 - ก.ย. - 48  เวลา 23:46:49  ,ip :..xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


      ผมเชื่อว่าพระเครื่องที่ดีนั้นต้องเริ่มตั้งแต่เจตนาการสร้างครับ  ตามมาคือมวลสารที่นำมาสร้าง  และ ผู้ที่เสกพระครับ  สิ่งสุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือ ศรัทธาครับ  .... ถ้าดีครบถ้วนอย่างนี้ผมก็ว่า  พระนั้นดี 100% ครับผม  ถ้าจะคิดเฉลี่ยก็ให้คะแนนอย่างละ 25% ก็ได้ครับ

      โดยส่วนตัว ผมเชื่อเรื่องพวกนี้นะครับ ........ 
   ความเห็นที่ 7 โดยคุณ : niwat วันที่ : 15 - ก.ย. - 48  เวลา 09:50:03  ,ip :..xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


เข้ามาคนแรก งั้นผมได้เบอร์หนึ่ง.....คิวแรกนะครับ อิอิ
   ความเห็นที่ 8 โดยคุณ : เด็กวัด วันที่ : 15 - ก.ย. - 48  เวลา 10:34:25  ,ip :..xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


เข้ามาเป็นคนที่สอง มาต่อคิวครับ
   ความเห็นที่ 9 โดยคุณ : บ้านแพ้ว วันที่ : 15 - ก.ย. - 48  เวลา 16:29:32  ,ip :..xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


..........    เข้าคิวเป็นคนที่สาม 
สงกะสัย ว่า คุณกิตติ.... จะแจกพระ ฮา! 
   ความเห็นที่ 10 โดยคุณ : mahachai วันที่ : 15 - ก.ย. - 48  เวลา 23:22:49  ,ip :..xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



    คุณเด็กวัดแซงคิวกันเห็นๆเลยอ่ะ .......  เสาร์นี้ผมจะไปตามหาตัวคุณมณฑิรา สักหน่อย อยากรู้ว่าพระรุ่นนี้ยังมีเหลือไหม อิๆๆๆ .... 
   ความเห็นที่ 11 โดยคุณ : niwat วันที่ : 16 - ก.ย. - 48  เวลา 08:49:47  ,ip :..xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ถ้าเป็นจริงก็เป็นคนที่สี่ครับ 
   ความเห็นที่ 12 โดยคุณ : ลูกขนุน วันที่ : 16 - ก.ย. - 48  เวลา 09:38:27  ,ip :..xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ผมต่อคิวด้วยครับเป็นคนที่ห้าครับ...ว่าแต่ว่าใครจะแจกหรือครับ
               
   ความเห็นที่ 13 โดยคุณ : กิตติ วันที่ : 16 - ก.ย. - 48  เวลา 10:42:04  ,ip :..xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


555+

มีพระมากมาย ยังไม่พออีกเหรอ จะหามาอีกทำไม เท่าที่มีอยู่ ก็ ไม่รู้จะห้อยพระอะไรอีกแล้ว

ถ้ามีแล้ว จะห้อยไหม ถ้าห้อย ก็ไปเสาะหามา ขอให้ทุกคนมีพระที่อยากได้ และ ก็ได้สมใจ ครับ
   ความเห็นที่ 14 โดยคุณ : ประพนธ์ วันที่ : 16 - ก.ย. - 48  เวลา 10:54:07  ,ip :..xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ผมเป็นเด็กคับแต่มีความสนใจเรื่องพระมาก(นับถึมาก)แต่ก็ไม่มีพระดีๆๆถ้า พี่กิตติ มีพระมากแบ่งผมสักองค์จะเป็นพระคุณอยางยิ้งคับ

09-9983036 ถ้าจะสงค์เคราะ
   ความเห็นที่ 15 โดยคุณ : san111 วันที่ : 16 - ก.ย. - 48  เวลา 19:25:57  ,ip :..xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ผมคิดว่า
บางครั้ง แค่ทองแดง ก้อนดิน แต่ถ้าคนเสก มีพลังจิตสูง ก็ขลังได้เหมือนกันนะครับ

อย่างเหรียญหลวงปู่เอี่ยม หรือพระปิดตาเนื้อตะกั่ว หรือพระหลวงพ่อเงิน บางคลาน ก็ไม่ได้สร้างจากโลหะพิเศษอะไร แต่พลังจิตท่านสูง สามารถทำให้พระขลังได้

รวมถึงเหรียญ หลาย ๆ เหรียญที่มีประสบการณ์ ก็เห็นเป็นเนื้อทองแดง จะมีกระบวนการแตกต่างกันบ้าง ก็น่าจะเป็นก่อนหลอมแล้วปั้ม อาจมีจารบ้าง

กรรมวิธีในการสร้าง บางครั้ง ผมรู้สึกว่าเป็นเรื่องของเทคโนโลยีมากกว่า อย่างสมัยก่อนหล่อโบราณ แต่สมัยนี้มีเครื่องฉีด เหวี่ยง ปั๊ม ฯลฯ แต่บางสำนักสมัยนี้ เอาจุดขายตรงหล่อโบราณมาเพิ่มมูลค่าว่าขลัง (เพราะที่อื่นอาจจะทำไม่เป็น หรือเป็นก็ขาดความชำนาญ)

จะสร้างเยอะน้อย ถ้าคนสร้างท่านเก่ง ผมก็ได้ยินประสบการณ์มีไม่แพ้กัน
   ความเห็นที่ 16 โดยคุณ : hidden_dragon วันที่ : 17 - ก.ย. - 48  เวลา 10:14:41  ,ip :..xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


อยากได้เสือ หลวงพ่อมุม วัด นาสัก จัง ใครมี โทรมาที่ 086-9729425 ศรัณย์ น่ะครับ
   ความเห็นที่ 17 โดยคุณ : กำแพงแสน วันที่ : 13 - ก.พ. - 51  เวลา 05:06:42  ,ip :202.57.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


สุดยอดครับ...
ได้อ่านเรื่องของคุณ กิตติแล้ว...แจ่มครับ
   ความเห็นที่ 18 โดยคุณ : viagra วันที่ : 28 - มิ.ย. - 52  เวลา 12:10:22  ,ip :117.47.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น
เชิญ Login เพื่อร่วมแสดงความเห็น
  Username :   
  Password :   
    







Copyright©2004 Amulet2U.com. All rights reserved. Develop by NetworkDD.com.