อ่านทั้งหมดประชาสัมพันธ์ถาม-ตอบความรู้-วิชาการมีดีมาโชว์ซื้อ-ขาย-ประมูลสัพเพเหระกิจกรรม 2U
เผยเล่ห์เหลี่ยมที่ไม่มีในตำราไหนสอน
สำหรับนักสะสมพระหน้าใหม่ หาอ่านให้ได้นะครับ

คัมภีร์ หนี กลโกง  ถนนพระเครื่อง
เรียบเรียงโดย
                      วีรพล    จ้อยทองมูล

ตัวอย่าง

                                เข้า  “  ศูนย์พระ”
                                  ระวัง  “ สูญพระ ”
ศูนย์พระเครื่องปัจจุบันมีมากมายหลายแห่ง  แต่ก็ตอบได้ไม่แน่นอนเพราะระบบเปิดให้เช่าบูชา หรือการเช็คพระแท้หรือปลอม ยังคลุมเคลือ หาข้อสรุปไม่ได้
ทดสอบง่ายๆ  ลองเช่าพระจากศูนย์หนึ่ง แล้วนำไปขายอีกศูนย์หนึ่ง  ราคาอาจหดหาย  หรือไม่ก็บอกปลอม  แล้วจะเชื่อใครได้ ในเมื่อแต่ละศูนย์ไม่ได้มีจุดยืนเดียวกัน ไม่อาจเป็นมาตรฐานให้ลูกค้าเชื่อใจได้เลย
เซียนบางท่านเรียนวิชามาคนละตำรา  คนละอาจารย์ ศึกษามาคนละสาย  และที่สำคัญยังขัดแย้งทางความคิดอยู่เป็นประจำ  จึงเกิดอาการ “ หลงตัวเองเสียเป็นส่วนใหญ่ ”
สมัยก่อนพระเก๊  ยังมีไม่ค่อยมากนัก การถูกทุบถูกถอนจึงค่อนข้างเบาบาง  การเล่นไม่ค่อยมีทิศทาง  เช่าดะไปเรื่อย เพราะปราศจากผู้แนะนำ ถ้าหากมีผู้แนะนำที่ดี  ตกมาถึงยุคสมัยนี้บางท่านอาจจะมีพระชุดเบญจภาคีหลายองค์ก็เป็นได้
ในช่วง พ.ศ. 2510 พระสมเด็จบางขุนพรมกรุใหม่ ราคาเพียงองค์ละ 5  พัน ถึง 8 พันบาทเท่านั้น ยุคนั้นก็ยังถือว่าแพงอยู่  แต่ตัดใจจริงๆ ก็ทำได้ เพราะสมัยก่อนการเช่าพระมีให้ผ่อนส่งได้ ถ้าหากมีใครเช่าเก็บไว้เท่ากับมีเงินสะสมเป็นล้าน
ยอดปรารถนาของนักเลงพระก็คือ พระสมเด็จของสมเด็จพระพุฒาจารย์โต สมัยนั้นราคา 2  พันบาท โดยผู้ให้เช่ารับประกันว่าแท้แน่นอน ผู้เช่าซื้อตลับทองใส่เลย  ต่อมาเมื่อนำไปให้เซียนยุคนั้นดูปรากฏว่าเก๊  ก็มี
ยุคไหน ๆ ก็มีคนประเภทนี้อยู่  เรื่องแนวนี้อยากให้เป็นข้อคิดและคำแนะนำแก่นักสะสมพระเครื่องหน้าใหม่  พึงระลีกอยู่เสมอว่า “ อ้อยเข้าปากซ้าง” โอกาสจะได้เงินคืนนั้นยาก แม้จะมีการรับประกันไว้ล่วงหน้าก็ตาม
ศูนย์พระในปัจจุบันเปิดกันราวดอกเห็ด จึงต้องระวังให้ดีเดินสุ่มสี่สุ่มห้า เข้าไปศูนย์พระอาจจะสูญเงินได้พระปลอมหรือไม่ก็บอกกับเราว่าพระที่เราจะเอามาปล่อยนั้นเก๊ก็เป็นได้
ผู้โพสต์ : เหลือ   วันที่ : 25 - พ.ย. - 51  เวลา 20:51:46   , ip : 58.9.xxx.xxx    แจ้งลบทั้งกระทู้   


ขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำสั่งสอนที่ดีมากๆครับ

สมัยที่ยังเล่นพระใหม่ๆ ผมก็เคยโดนมาเหมือนกัน ถูกใจที่สุดคือคำว่า"อ้อยเข้าปากช้าง"ครับ ใครไม่เคยโดนไม่รู้หรอก มันเจ็บปวดจริงๆครับ กว่าจะได้ตังคืนไม่ใช่ง่ายๆ แถมบางทียังหัก%อีก ทั้งๆที่ไม่มีในเงื่อนไข

สุดท้ายขอเสริมอีกนิดว่า "ต้องไม่โลภ" ด้วยนะครับ เป็นกำลังใจให้สุจริตชนในถนนสายนี้ทุกท่านครับ

   ความเห็นที่ 1 โดยคุณ : เพชรน้ำหนึ่ง วันที่ : 25 - พ.ย. - 51  เวลา 21:30:51  ,ip :117.47.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



ถ้าผมมีเวลาว่าง ผมจะลงเพิ่มให้เรื่อย ๆ    เรื่องราวในวงการพระเครื่อง ใช่จะมีแต่เรื่องดีล้วนๆ สิ่งที่ก่อให้เกิดช้อฉงนส่อไปในทาง  ไม่สมควร  นั้นมีอยุ่มาก  โดยเฉพาะมือใหม่หัดขาย    บางเรื่องอาจจะไปกระทบใจใครบางคนที่ประพฤติอยู่
 
ตัวอย่างที่ 2 นะครับ

                                                      เล่นพระแผง
                                                  ต้องช้ำใจภายหลัง

ลองฟังตัวอย่างต่อไปนี้

คุณสมชายเป็นนักสะสม  เป็นคนมีเงินใช้จ่ายคล่องมือเพราะเป็นเจ้าของโรงงานเฟอร์นิเจอร์ส่งนอก  คุณสมชายชอบสะสมพระเครื่อง ชอบสมาคมกับนักเลงพระ  และเป็นคนชอบดื่มพอสมควร เป็นเรื่องธรรมดาที่  คุณสมชาย จะเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวเสมอเมื่ออยู่ในกลุ่มที่สนทนากับเพื่อนฝูงที่รู้กัน  แต่การเช่าพระหลักแสนก็ไม่ใช่จะเช่าสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะสมชายเป็นพ่อค้า  ความละเอียดถี่ถ้วนและความน่าเชื่อถือของพระแต่ละองค์ได้ถูกตรวจสอบจากบรรดาเพื่อนๆ ที่รักชอบพอกันอยู่เสมอแต่คุณสมชายมีข้อเสียที่ว่าเป็นคนเจอลูกยอไม่ได้  เขาเป็นคนใจอ่อนต่อคำป้อยอ บางครั้งจีงได้ของแพงจนเกินไป คุณสมชายสะสมพระเครื่องอยู่หลายปี พอมากๆ เข้าคิดเป็นเงินก็หลายสิบล้านบาท
วันดีคืนดีกิจการที่คุณสมชายประกอบการอยู่เกิดปัญหาติดขัดเรื่องเงินๆ ทองๆ คุณสมชายก็มานั่งคิดว่าพระเครื่องที่เช่าหามาสะสมอยู่นั้นมากมายอยู่เห็นทีจะปล่อยออกเอาเงินมาหมุนซะหน่อย
คุณสมชายก็แวะเวียนไปหาเพื่อนฝูงที่เคยคบค้าสมาคมกันเพื่อจะให้เป็นธุระช่วยปล่อยของให้หน่อย  เพื่อนฝูงบางคนก็ช่วยเหลือดีเพราะคุณสมชาย ถือได้ว่าเป็นกัลยามิตร  บางรายก็บ่ายเบี่ยงตอบปฎิเสธแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นก็มาก  แต่ที่น่าช้ำใจคำตอบที่ว่าพระที่หอบไปให้ดูนั้นมันบอกว่าผิดพิมพ์  คำว่าผิดพิมพ์ก็คือพระเก๊  คุณสมชายก็ยั๊วะซีครับ ก็พระซื้อจากพรรคพวกกันทั้งนั้นแถมไอ้คนที่บอกว่าผิดพิมพ์ก็อยู่ในกลุ่มซะด้วย  อีตอนที่ซื้อไม่เห็นว่ามันจะบอกว่าผิดพิมพ์ซะหน่อย  พอคุณสมชายวังเว้งมากเข้าหน่อยมันก็บอกว่า “พิมพ์นี้เขาไม่นิยมกัน” เขานิยมพิมพ์อื่น  คุณสมชายกว่าจะปล่อยพระกะเอาเงินออกมาหมุนหน่อยก็เล่นเอาปลงไปเลย
คุณสมชายพระออกไปค่อนกรุที่สะสมไว้หลายปี  ได้เงินไม่ถึงล้านบาท คุณสมชายเป็นพ่อค้าถ้าคิดแบบพ่อค้าก็ถือว่าขาดทุนป่นปี้
ราคาซื้อขายพระขึ้นอยู่กับกระแสของท้องตลาดเป็นสำคัญ ถ้าหากคิดจะซื้อพระมาเพื่อเก็งกำไรเป็นเรื่องยาก แต่สะสมเพื่อใจรักและเชื่อใน “ พุทธคุณ ”ขององค์พระ เช่าหรือแลกเปลี่ยนในหมู่ที่ชอบเหมือนกันย่อมสบายใจกว่า
   ความเห็นที่ 2 โดยคุณ : เหลือ วันที่ : 25 - พ.ย. - 51  เวลา 23:27:07  ,ip :58.9.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ถูกต้องที่สุด...
   ความเห็นที่ 3 โดยคุณ : Punchai วันที่ : 26 - พ.ย. - 51  เวลา 10:37:54  ,ip :118.172.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


อยากสะสมพระแท้ๆๆแบบสบายใจนั้น ต้องสะสมความรู้ก่อนครับ เมื่อสะสมความรู้ได้มากพอแล้ว พระแท้ๆๆมักจะมาเองครับแล้วคราวนั้นการเก็บก็สบายใจ แขวนบูชาก็สบายใจ การไหว้พระก็จะเปี่ยมไปด้วยศรัทธา แน่นอนครับปาฏิหาริย์ก็ย่อมเกิดครับ ดังพุทธพจน์ที่ว่า ที่ใดมีการบูชา(เพราะศรัทธา) ที่นั่นย่อมมีปาฏิหาริย์


ด้วยความปราถนาดีครับ
   ความเห็นที่ 4 โดยคุณ : เมืองเก่า วันที่ : 26 - พ.ย. - 51  เวลา 12:25:57  ,ip :117.47.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


  พวกเหลี่ยมจัดทั้งหลายมาหลอกอะไรผม ก็ไม่ได้เก่งกาจหรอก
แน่จริง ไปหลอก "คุณเหลือ" ให้ได้สิ 

  ขอบคุณครับ "คุณเหลือ" ที่เอามาเล่าสู่กันฟัง
   ความเห็นที่ 5 โดยคุณ : รัตน์ วันที่ : 26 - พ.ย. - 51  เวลา 12:35:28  ,ip :58.9.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


เคยมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ได้ให้คำแนะนำและสอนผมไว้ ท่านบอกว่า ถ้ามีใครเอาพระมาให้ดู ถ้าดูไม่รู้ บอกเขาไปเลยว่าไม่รู้ ไม่ต้องกลัวเสียหน้าว่าเราไม่มีความรู้เรื่องพระ หรือถ้าไม่แน่ใจว่าแท้รึเปล่า ก็บอกเขาว่าไม่แน่ใจนะครับ เพราะไม่มีใครรู้เรื่องพระทุกองค์ทุกพิมพ์ แต่ถ้ารู้และดูแน่ใจแล้วว่าใช่ ก็บอกเขาไปเลยว่า ดีครับ ใช่ครับ เก็บได้ ห้อยคอได้ ดีเยี่ยม เขาจะได้นำไปเหลี่ยมทอง หรือนำขึ้นบูชา ก็จะทำให้คนที่ดูให้เขา ได้รับแต่สิ่งดีๆไปด้วย เนื่องจากเขานำพระองค์ที่ท่านดูว่าดีนำไปบูชา แต่ที่สำคัญถ้าพระองค์นั้นดี แล้วเรารู้อยู่แล้วว่าดี แต่บอกไปว่าไม่ดีหรือเก๊  ท่านสอนไว้ว่า เราจะไม่มีโอกาสได้พระดีๆ ไว้ครอบครองเลย  ก็เป็นคำสอนจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ซึ่งผมนับถือท่านมากครับ ปัจจุบันท่านอายุร่วม 80 แล้ว ขอบพระคุณทุกท่านครับ
   ความเห็นที่ 6 โดยคุณ : tutai09 วันที่ : 26 - พ.ย. - 51  เวลา 12:46:59  ,ip :125.27.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


                              ตัวอย่างที่ 3

                                งานประกวดพระเครื่อง

    ปัจจุบันงานประกวดพระเครื่องจะมีให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ เมื่อก่อนนี้จะเห็นเกิดขึ้นแทบทุกอาทิตย์  แต่ปัจจุบันลดน้อยลงเพราะมีเสียงสะท้อนของความไม่มีมาตรฐานหลายต่อหลายครั้งและเห็นประโยชน์ส่วนตนมากเกินไป
    ผมมีข้อสังเกต อยากจะเล่าเกี่ยวกับงานประกวดพระเครื่องให้รับทราบ  การประกวดพระถือเป็นการแข่งขัน อีกอย่างหนึ่งมีแพ้มีชนะ เมื่อมีชนะก็มีผลประโยชน์  ผลประโยชน์ก็คือพระที่ได้รับรางวัลก็จะมีราคาค่างวดสูงขึ้น  ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา  พระติดรางวัลนี่ครับ งานประกวดที่ไม่ได้มาตรฐานมักจะมีเสียงสะท้อนในทางตำหนิออกมามาก  ปัญหาพอได้ยินได้ฟังมาดังนี้
                  1. กรรมการเล่นพระพรรคเล่นพวก
          เขาจะพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้พระของพรรคพวกตัวเองติดรางวัล  หรืออันที่จริงก็พระของกรรมการเองนั้นที่ยืมชื่อคนอื่นใส่ติดประกาศ
                  2. ผู้ประกวดเชิญผู้ไม่มีประสบการณ์เป็นกรรมการ
กรณีในลักษณะนี้จะมีมากในงานประกวดพระเครื่องที่อยู่ในช่วงบูม สุดๆ อาชีพในการประกวดพระเครื่องจะใช้ทุนประมาณ 35,000 บาท ไม่มากไม่น้อยกว่าถ้าจัดในกรุงเทพฯ ถ้าต่างจังหวัดก็แพงหน่อยเพราะต้องจ่ายค่าโรงแรม ค่าจัดเลี้ยง ค่าจิปาถะอีกมากมาย  ส่วนใส่ซองของกรรมการที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของวงการนั้น ส่วนมากแล้วท่านจะไม่รับหรอกครับ ส่วนใหญ่มาด้วยใจ มาด้วยความเอื้อเฟื้อของวงการ หรือเพื่อการกุศลซะมากกว่า
งานประกวดไหนที่ชื่อเสียงของกรรมการไม่เป็นที่ยอมรับของวงการ  แถมชื่อเสียงก็ไม่ค่อยมีคนรู้จัก นั้นเป็นเพราะว่าผู้ที่ได้รับเชิญเขาปฎิเสธที่จะมาร่วมด้วยเพราะท่านเหล่านั้นเห็นว่ามันเป็นธุรกิจมากจนเกินไป  ที่นี้ผู้ประกวดก็เอาพรรคพวกของตนเองนั้นหละเข้ามา  บางคนเล่นพระมาไม่เท่าไหร่  ความรู้แค่งูๆ ปลาๆ แต่ก็ติดโบว์หราเป็นกรรมการยืนเท่ถ่ายรูปกับเขาซะโก้ก็มี
                  3 รับทุกพระไม่ว่าแท้หรือเก๊ เน้นหาเงินลูกเดียว
            เมื่อก่อนหากพระเครื่ององค์ใดได้รับการคัดเลือกเอาเข้าไปตัดสิน แล้วจะเป็นพระแท้แน่นอน จะได้ติดรางวัลหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องแต่ที่แน่ๆ รับประกันได้ว่าเป็นพระแท้ มาตอนนี้สิ่งที่ดีเหล่านั้นได้หายไปเพราะผู้จัดมุ่งหวังที่จะเอาเงินค่าสมัครประกวดพระมากจนเกินไป ใครส่งพระอะไรมารับหมด  งานประกวดพระที่ไม่ได้มาตรฐานบางงานจึงมากไปด้วยพระปลอมเป็นจำนวนมหาศาล งานประกวดพระหลังๆ จึงไม่ค่อยได้รับความเชื่อถือเหมือนเมื่อก่อน
ประเด็นหลังสุด  ก็คือกรรมการตัดสิน เพราะกรรมการแต่ละท่านต่างจิตต่างใจ บางท่านชอบพระเนื้อจัด บางท่านชอบสะอาด การตัดสินอยู่ที่ใจกรรมการเป็นหลัก ซึ่งอาจจะตรงกันข้ามกับใจท่านผู้ชม  บางงานเชิญกรรมการที่ไม่ค่อยมีความรู้ หรือชำนาญไม่ตรงกับงาน มาตัดสินพระที่ไม่ชำนาญ  เลยกลายตัดสินพระปลอมกลายเป็นแท้ไป ส่วนพระแท้คัดออก  พระปลอมติดรางวัล  ผู้ชมบางคนมีความรู้ จึงประท้วง ก็เลยทำงานนั้นพลอยเสียชื่อไปก็มี
   ความเห็นที่ 7 โดยคุณ : เหลือ วันที่ : 26 - พ.ย. - 51  เวลา 19:16:07  ,ip :58.9.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ถูกๆๆๆๆต้องๆๆๆๆนะคร๊าบ สิ่งเหล่านี้สำคัญกับพวกเราคนนิยมสะสมพระเครื่องอย่างมากเลยครับ จะติดตามกระทู้ของคุณเหลือต่อๆไปนะครับ
   ความเห็นที่ 8 โดยคุณ : เก่ง ชินเขียว วันที่ : 04 - ธ.ค. - 51  เวลา 19:18:34  ,ip :203.146.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


อ่านแล้วได้ความรู้จังเลยค่ะ  ดูเหมือนว่า  ตัวอย่างที่2  ที่คุณเหลือเล่าให้ฟังจะอยู่
เชียงใหม่รึป่าวคะ  เหมือนกับชีวิตพี่ชายหนูเลย
ตอนนี้เขาให้พระหนูขึ้นคอ3องค์ ว่างๆจะถ่ายรูปมาให้ดูค่ะ
มีพระซุ้มกอ พระนางพญา และพระลีลาเม็ดขนุนค่ะ
   ความเห็นที่ 9 โดยคุณ : jammy วันที่ : 09 - ธ.ค. - 51  เวลา 20:51:15  ,ip :202.29.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ขอบคุณทุกท่านแวะมาหาความรู้ และแสดงความคิดเห็น    เอาตัวอย่างที่  4  ไป  เลย 
   ความเห็นที่ 10 โดยคุณ : เหลือ วันที่ : 14 - ธ.ค. - 51  เวลา 20:10:57  ,ip :58.9.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



ตัวอย่างที่ 4


                                          ผีสนามพระ
                                          หักคอเซียน

เรื่องราวในวงการพระเครื่องเมื่อสักปีเป็นไง  เดี่ยวนี้ก็ไมต่างกันสักเท่าไหร่ บางอย่างออกจะแพรววพราวกว่าเมื่อก่อนด้วยซ้ำ  เซียนจำนวนมากที่อยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงทุกวันนี้ ล้วนเคยต้องเผชิญกับปัญหาดีเลวมาเกือบสารพัด ความซื่อสัตย์และความดีเท่านั้นที่ทำให้กลุ่มเซียนตัวจริง  อยู่รอดปลอดภัยมาได้อย่างสมบูรณ์  ส่วนพวกที่สร้างความเลวทรามไว้มาก  ก็มีอันต้องล้มหายตายจากไปในที่สุด  แต่ที่แอบแฝงอยู่ก็มีไม่ใช่น้อย  พร้อมทั้งพวกหน้าใหม่ที่เรียกกันว่า เชื้อร้ายไม่เคยตาย
ในสนามพระเรื่องผีๆ  เป็นเรื่องที่ผู้ที่จะก้าวเข้ามาเป็นเซียนไม่สมควรพลาด  ควรศึกษาหาความรู้ไว้ประดับวิชาเล่นหาพระในยุคปัจจุบัน
ถามว่า  การเล่นพระเกี่ยวอะไรกับผี  เกี่ยวแน่นอน  ถ้าตราบใดยังมีสนามพระและเซียน  อยู่ในประเทศนี้  ผีกลุ่มนี้จะอยู่หน้าด่านคอยล่าเหยื่อทุกชนิดที่ผ่านมา
พระจากนอกสนามหลงเข้ามา  ร้อยทั้งร้อย  ต้องผ่านด่านผี  เป็นอันดับแรก  พวกนี้หูตาเร็วมาก จะเดินตั้งแต่หัวสนามยันท้ายสนาม ผีประจำสนามจะมีบทบาทสูงมาก จะเป็นผู้นำพาไปหาผู้ซื้อ  เมื่อมีการซื้อขาย คนซื้อก็จะต้องจ่ายค่าผีตามธรรมเนียมปฎิบัติ  วันดีคืนดี บางครั้งผีก็จะทำหน้าที่เป็นนายหน้าขายพระเสียเอง วิธีทำบ่อยที่สุดก็คือ นำพระอีกแผงไปให้อีกแผงนั้นเอง
ผีเท่าที่เห็นส่วนใหญ่จะมีรายได้ดี ในสนามพระผีมักจะชนะเซียนเสมอ  เพราะเซียนส่วนใหญ่จะซื้อของจากผี  ในขณะที่ผีไม่เคยซื้อของจากเซียนเลย  ผู้ที่พลาดจีงมีแต่เซียนเท่านั้น  ผีบางคนสายตาเฉียบ  เก่งเหนือเซียนหลายเท่า  และบางคนก็เก่งขนาดทำเอาเซียนก่ายหน้าผากมาแล้วหลายครั้ง  บุคลิกและนิสัยผี  มักไม่คุย ไม่อวดรู้ ไม่แสดงตัว  เน้นสุขุมรอบคอบและแกล้งโง่เป็นสำคัญ  ขืนอวดรู้คุยมาก  รังแต่จะขายของให้เซียนไม่ได้  ท้องใส้จะหิวเปล่าๆ  พาลอดอยากเอาง่าย ๆ
บนเส้นทางชีวิตของผี  ต้องพึ่งพาการถ่ายเทโภคทรัพย์จากกระเป่าเซียน อีกต่อหนึ่ง เมื่อเป็นเช่นนี้  ผี  ต้องเงียบสถานเดียวรับรองรุ่งแน่ ถ้าศึกษาประวัติผีอย่างลีกซึ้งถึงแก่นจะรู้ว่าผีบางคนคือขุมข่ายกำลังทางปัญญาที่เซียนหลายคนมักแอบพึ่งพาความรู้และภูมิปัญญาอยู่เนืองนิจ
                  นักสะสมที่ดีควรเข้าหา  ไม่ว่าจะเป็นเซียนในสวรรค์หรือผีในนรก เพื่อประโยชน์ในการศึกษาเชิงสะสม  ควรมีไมตรีทั้งสองฝ่าย
   ความเห็นที่ 11 โดยคุณ : เหลือ วันที่ : 14 - ธ.ค. - 51  เวลา 20:17:23  ,ip :58.9.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


อ่านแล้วได้ความรู้มากครับ
   ความเห็นที่ 12 โดยคุณ : zoomgor วันที่ : 24 - ธ.ค. - 51  เวลา 12:11:03  ,ip :118.172.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


อ่านแล้ว ขอแชร์ครับ
   ความเห็นที่ 13 โดยคุณ : nilchan19 วันที่ : 21 - ก.ย. - 57  เวลา 14:29:16  ,ip :223.205.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น
เชิญ Login เพื่อร่วมแสดงความเห็น
  Username :   
  Password :   
    







Copyright©2004 Amulet2U.com. All rights reserved. Develop by NetworkDD.com.