อ่านทั้งหมดประชาสัมพันธ์ถาม-ตอบความรู้-วิชาการมีดีมาโชว์ซื้อ-ขาย-ประมูลสัพเพเหระกิจกรรม 2U
ศาสตร์ในการใช้พระเครื่อง

เมื่อวันที่ ๑๑ เม.ย.๕๓ ที่ผ่านมา เพื่อนบอกว่าได้มีโอกาสไปไหว้ขอพรจาก
ผู้อาวุโสในวงการพระเครื่องท่านหนึ่ง ท่านเชี่ยวชาญและค้นคว้าเกี่ยวกับพระสมเด็จวังหน้า หรือสมเด็จเจ้าคุณกรมท่า มานาน ขณะนี้ท่านมีอายุ ๙๑ ปี คิดว่าบางคนคงได้มีโอกาสอ่านหนังสือที่ท่านเขียนกันมาบ้าง ท่านคือ อ.ประถม อาจสาคร  ครับ ท่านได้แนะนำการห้อยบูชาพระเครื่องว่า การเลี่ยมพระแบบเปิดหน้ากับการเลี่ยมแบบปิดหมดเป็นอย่างไร  จึงได้นำมาบอกกับทุกคน จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่จะพิจารณา  แต่ผมเชื่อผู้ใหญ่ไว้หน่อยดีกว่า ครับ
ผู้โพสต์ : mangowood   วันที่ : 21 - เม.ย. - 53  เวลา 13:58:02   , ip : 125.25.xxx.xxx    แจ้งลบทั้งกระทู้   


        ท่านว่า  ลักษณะการเดินของรังสีจิต กับรังสีจิตที่อยู่ในสภาพถูกบรรจุในวัตถุมันต่างกันไฟฟ้าไม่เปิด สวิทช์มันก็ไม่เกิดแสงสว่างการกรอกน้ำลงในขวดเสร็จแล้วรินออกได้  แต่ถ้าปิดจุกมันก็ไหลออกไม่ได้ สายไฟฟ้าดูดคนตายแต่ถ้าใช้สายยางห่อหุ้มมันก็ทำอันตรายเราไม่ได้  ถ้าเกิดรั่วก็เป็นอันตรายกระแสน้ำกระแส ไฟฟ้ามีทางเดินคล้ายกระแสจิตถ้าไปกั้นมันเข้ามันก็ไม่มีทางออก  ถึงจะออกได้ก็ชักช้าไม่ทันการ เป็นเช่นนี้
                            พระสมเด็จราคาแสนจึงไม่สามารถช่วยอะไรได้ เห็นตายสนิททุกราย ใครว่าใช้พระสมเด็จแล้วไม่ตายโหง อาจเป็นได้ถ้ารู้จักการใช้ นายแพทย์ประจำ วัชราปานเคยกล่าวว่าผู้ใด
ที่มีพระร่วงหลังรางปืนสนิมแดงกรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สวรรคโลก เรื่องการตายโหงแล้วรับรองไม่มี สำหรับเหตุผลในข้อนี้วินิจฉัยยากเพราะพระร่วงชนิดนี้มีจำนวนน้อยราคาสูงมาก และมักอยู่กับผู้มีชาตาวาสนาสูงส่ง โอกาสที่จะผจญอันตรายมีเปอร์เซ็นต์น้อยแต่ก็ปรากฏแล้วว่าผู้ที่แขวนพระร่วงชนิดนี้ และเป็นองค์ที่ได้รับรางวัลที่หนึ่งชนะการประกวดมาแล้วตายโหงไปแล้วว่าไงครับ วงการเงียบกริบ ควรออกหนังสือแสดงการตายของพระเครื่องเสียบ้างจะได้หยุดเล่นกันเสียที เล่นไม่ยุติธรรมเซียนพระผู้ยิ่งยงสองท่านขอสงวนนาม คนหนึ่งดูพระสมเด็จเก่งชะมัดถูกตีที่ศีรษะเย็บ 15 เข็ม อีกคนหนึ่งแขวนพระสมเด็จเต็มคอถูกฟาดด้วยเก้าอี้เหล็กฐานไปหลอกลวงเขาเย็บ 18 เข็ม เท่านั้นครับ ไม่มากมายอะไรทหารปฏิบัติการรบที่จังหวัดชายแดนแขวนพระชนิดสะพายนับได้ 108 องค์เก๊ดีผมไม่ทราบ ทราบแต่เลี่ยมอัดหมด โดนสหายตอกด้วยปืนอาก้าเบาะ ๆ หยุดพูดเลย ต้องเชิญอาจารย์ชุมไชยคีรีไปแสดงอรรถาธิบาย คงมีพระของท่านปนอยู่ด้วย อาจารย์ชุมบอกว่ามันถึงคราวตาย สำหรับศาสตร์นี้จะอธิบายในตอนหลัง ผมจะยกตัวอย่างในการใช้พระอัดพลาสติคให้ดูสักหลายเรื่อง

      1. รูปไหว้ห้าครั้งของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ เจริญ ญานวรเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลือชื่อมาช้านานในด้านกันภูตผีปีศาจ ศิษย์หน้าวัดเขาบางทรายมีอาชีพขับรถยนต์รับจ้างถูกผีเข้าขณะที่มีรูปไหว้ห้าครั้งติดตัว เขาเชื่อพระคุณเจ้าว่าไม่มีอะไรกางกั้นกระแสจิตได้ จึงนำไปเลี่ยมอัดพลาสติคและได้รับผล ผีมันคอยโอกาสมานานแล้ว เกิดสงสัยจึงนำไปพิจารณาทางในดูปรากฏว่ารังสีจิตหมุนวนอยู่ภายในกรอบพลาสติคไม่สามารถออกมาได้จริงตามที่เล่าลือ อีกรายหนึ่งถูกสุนัขที่บ้านกัดเข้าก็มีรูปไหว้ห้าครั้งอัดพลาสติคเช่นเดียวกัน ความจริงของ ๆ ท่านเก่งทางเขี้ยวงา และเคยปรากฏความศักดิ์สิทธิ์มาแล้วมากครั้ง
          2. เพื่อนฝูงคนหนึ่งเป็นหัวหน้าส่วนรัฐวิสาหกิจ แขวนพระชั้นดีเต็มคอแท้ทั้งนั่นแนะนำอย่างไรก็ไม่เชื่อ เชื่อวงการดีกว่า ถูกยิงด้วยปืนลูกกรดขนาด .22 ห้านัดเข้าทุกนัดอาการสาหัส เจอหน้าเข้าตีหน้าชอบกล
          3. เมื่อวันมหาวิปโยคิ 14 ตุลาคม 2516 มีคนถูกยิงตาย และยิงไม่เข้าหลายรายผมขอร้องให้คุณชินพร สุขสถิต บรรณาธิการหนังสืออภินิหารและพระเครื่องนำเรื่องลงพร้อมกับถ่ายภาพคนที่ถูกยิงไม่เข้าปรากฏว่าเป็นชายชาวชนบท แขวนพระเครื่อง 3 องค์ ที่จำได้มีพระถ้ำเสือ พระปิดตาวัดจากแดง และพระอะไรอีกองค์หนึ่งจำไม่ได้ ปรากฏว่าเลี่ยมเปิดหมด ถ้าไม่เปิดรับรองสบายแน่ ส่วนที่เลี่ยมปิดตายเรียบทุกราย ไม่ตายก็สาหัส
<O </O
            4. ที่ตำบลบางวัว อำเภอบางปะกงชายผู้หนึ่งมีเหรียญหลวงพ่อดิ่งรุ่น 2481 ของแท้ติดตัวอยู่เหรียญหนึ่ง เคยถูกแทงด้วยมีดไม่เข้า ต่อมาขัดสนทางการเงินจึงขายให้นักเลงพระผู้หนึ่งไป เขาผู้นั้นก็นำไปเลี่ยมอัดอย่างดีตามคตินิยมได้ผลทันที ครั้งแรกถูกสุนัขกัดเป็นแผลเหวอะ ครั้งที่สองไปชนเหลี่ยมเสาเพียงเบาะ ๆ หน้าผากแตก ทำให้ผู้เป็นเจ้าของ เหรียญงงยิ่งกว่าไก่ตาแตกจนมีเพื่อนล้อเลียนว่าแขวนเหรียญเก๊
<O </O
            5. ที่ตำบลบางวัว อำเภอบางปะกงมีผู้แขวนพระไตรภาคี คือพระสมเด็จ ฯ พระนางพญาพิษณุโลก พระผงสุพรรณวงการรับรองว่าเป็นของแท้ ขณะนั่งดูงิ้วรบกันเพลิน มีใครไม่ทราบแสดงงิ้วนอกโรงใช้มีดแทงทะลุหน้าอกถึงแก่ความตาย ปรากฏว่าเป็นพระเลี่ยมอัดพลาสติคตามคตินิยมเป็นการใช้พระนอกครู
<O </O
            6. มีผู้แขวนพระร่วงหลังรางปืนสนิมแดง กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สวรรคโลกองค์ชนะการประกวดถูกยิงนัดเดียวตายคาที่พระองค์นั้นไม่ต้องบอกก็นั่งทางในตอบได้ว่าเลี่ยมอัดอย่างแข็งแรง
<O </O
            7. วัยรุ่นที่จังหวัดสมุทรปราการ ได้รับสมเด็จวัดระฆังขนานแท้และดั้งเดิมจากบรรพบุรุษ ซึ่งเคยมีประสบการณ์มาแล้วมากครั้ง ครั้งแรกถูกยิงด้วยปืนลูกซองพกไม่ระคายผิวหนัง ต่อมานำไปเลี่ยมอัดพลาสติคเพียงถูกสุนัขกัดเบาะ ๆ ต้องเย็บถึง 8 เข็ม
<O </O
            8. นักเลงพระชั้นเซียนผู้หนึ่งได้พระท่าเสาเมืองกาญจน์มาหนึ่งองค์ ทดลองความเหนียวคงโดยนำพระยัดใส่ปากปลาช่อนแล้วฟันด้วยมีดอย่างแรงหลายที ปรากฏว่าฟันไม่เข้าจึงนำไปเลี่ยมอัดพลาสติคตามคตินิยม วันหนึ่งจะอวดของดีกับเพื่อนฝูง จึงไปซื้อปลาช่อนมาจากตลาดลองฟันดูใหม่ปรากฏว่าฟันเข้าหมดลองดูถึง 10 ตัวไม่ได้ผล จึงลองแกะพลาสติคแล้ว ไปหาปลามาทอลองฟันใหม่ปรากฏว่าฟันไม่เข้า การทดลองเช่นนี้ทำให้เพื่อนฝูงเกิดลาภปาก รับประทานปลาแป๊ะซะกันจนอิ่มหนำสำราญ วันนั้นเองเซียนพระผู้นั้นนำพระเครื่องชนิดต่าง ๆ มาแกะพลาสติคออกได้พลาสติคประมาณครึ่งกระบุง
<O </O
              9. นักเลงพระชื่อวันชัย อยู่จังหวัดอยุธยามีพระสมเด็จวัดระฆังราคาแสนแขวนสร้อยห้อยคอ ถูกยิงเข้าทุกนัด นักปราชญ์ ท่านยังเชียร์ว่าพระสมเด็จไม่ตายโหง เช่นนี้ ถ้าถูกเอ็ม 16 ที่หน้า หน้าอาจจะไม่เละกระมังเพราะท่านไม่ตายโหง แต่ที่ตายโหงมาแล้วเหลือคณานับ นักปราชญ์ท่านแก้ว่าได้ตรวจทางในแล้ว ถึงสมเด็จ ฯ ปลุกเสกพระของท่าน ถึงวันละสามเวลาไม่ขาดเกิน ก็ไม่ปรากฏนิมิตว่าเหนียวคง ตรวจหลายองค์แล้ว อนิจจา หลงเล่นพระปลอมอยู่ได้
<O </O
            10. ที่อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม นายตำรวจตระเวนชายแดนคนหนึ่งชื่อ สำราญ นามสกุลจำไม่ได้ นำพระสมเด็จ ฯ มาให้ดู ปรากฏว่าเป็นพระสมเด็จวัดระฆังไม่มีการเลี่ยมใช้พกกระเป๋าเฉย ๆ เล่าให้ฟังว่า ใช้พระองค์เดียวถูกยิงด้วยกระสุนเจาะเกราะอย่างจังที่ขา ระยะเผาขน พอเป็นผื่นเล็กน้อยเท่านั้นเอง ใครว่าพระสมเด็จไม่เหนียว นอกจากของเก๊ ไม่รับรอง
<O </O
              11. ที่อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ มีการจ้างนักเลงทำร้ายบุคคลผู้หนึ่งผู้ดักทำร้ายล้วนเคยเป็นเสือปล้นและมีประวัติโชกโชนมาแล้วทั้งนั้น แบ่งเป็นมือปืน มือมีด มือขวาน แยกย้ายกันเป็นขั้นตอน ชั้นแรกมือปืนใช้ปืนพกขนาด 11 มม.ยิงถูกท้ายทอยเต็มรัก แรงผลักดันของลูกปืนทำให้ผู้ถูกทำร้ายถึงกับกระเด็นตีลังกาจากรถเครื่อง น่าสงสารตัวเล็กนิดเดียวมองไปข้างหน้าเห็นกลุ่มดาบและกลุ่มมือขวานดักรอ อยู่อีก ได้สติจึงหลบมุดท่อน้ำข้างถนนรอดไปได้ การที่กลุ่มประหารวางแผนอย่างเข้มแข็งเช่นนี้ เพราะทราบว่าผู้ถูกทำร้ายมีพระพีเคยถูกยิงไม่ออก ความจริงคือพระสมเด็จองค์เก่า ๆ ของปู่องค์เดียวเท่านั้นใช้เลี่ยมทองเปิดหน้าเปิดหลังมาเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่เป็นพระสมเด็จวัดไชโยวรวิหาร 
<O </O
              12. ที่จังหวัดภาคใต้ มีนายตำรวจชั้นรองผู้กำกับการตำรวจภูธรรับคณะเดินทางไปราชการท้องที่โดยรถจิ๊บแลนโรเว่อร์ เกิดอุบัติเหตุ รถคว่ำมีคนเจ็บและตาย ตัวท่านรองเองขาหัก ขณะที่แล่นรถเข้าตัวเมือง มีการประทับทรงเสด็จปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืดอยู่ริมถนน ร่างทรงได้เรียกให้รถหยุดแล้วเข้าไปต่อว่าท่านรองฯ ว่าไปขังท่านไว้ออกมาช่วยไม่ได้ เพียงขาหักก็ดีแล้ว ปรากฏว่าคอของท่านรองฯ แขวนรูปหลวงปู่ทวดอยู่หนึ่งองค์จริง ๆ ต้องรีบนำไปแกะออกด่วน
<O </O

<O </O นิทานเรื่องนี้ ถ้าจะกล่าวต่อไปก็นับเป็นพัน ๆ รายและยังมีอยู่ทุกวันและจะมีต่อไปไม่สิ้นสุด เป็นที่น่าเสร้าใจเพราะคบคนผิดคิดว่าเขาเป็นผู้รอบรู้เชี่ยวชาญ ที่แท้คบเอาเถรส่องบาตรเข้าเต็มเปา ผมจึงค้นคิดวิธีการใช้พระเครื่องไว้ดังนี้<O </O
<O </O
                1. การเลี่ยมพระควรเปิดหน้าและจำเป็นต้องตรวจพลังภายในก่อนที่จะใช้ในการคุ้มครองป้องกันชีวิต ถ้าเป็นเหรียญรูปพระคณาจารย์ซึ่งมีราคาค่างวดสูงต่ำกว่ากันตามค่านิยม ชนิดราคาเรือนพันเรือนหมื่นควรเป็นตลับทองคำเจาะตรงพระพักตร์ให้เป็นรูกว้างพอสมควรอย่าเจาะเล็ก ๆ เพื่อการแผ่พุ่งของรัวสี ถ้าเหรียญราคาไม่แพงใช้พลาสติคสี่เหลี่ยมเปิดหน้าหลังยกขอบกันสึกเพื่อเป็นการอนุรักษ์ให้ถาวรทนทาน ถ้าเป็นพระชินตะกั่วสนิมแดงหรือพระเนื้อผงไม่จำเป็นต้องเปิดหลัง คนสมัยก่อนนิยมเลี่ยมเปิดหลังเรียกว่าพระเจ้าเปิดโลก เพื่ออาศัยการสัมผัสจากธาตุสี่ในการตัวขับดันรังสีพระ ความจริงนั้นเพียงรังสีขององค์ท่านก็เป็นการเพียงพอแล้ว การเจาะที่ก้นรังสีไม่ออกชัดเจน ใครจะรักพระหรือรักชีวิตเลือกพิจารณาดูเอง
<O </O
                2. ถ้าเลี่ยมเปิดหมดจะต้องยกขอบให้เกิดองค์พระไว้ เพื่อป้องกันการเสียดสีถ้าเลี่ยมแบบไม่ใช้ตลับเจาะหน้าก็ได้แต่มีจุดบกพร่องเพระฝุ่น จะเข้าเกาะในองค์พระแลดูไม่งามยากแก่การทำความสะอาด ถ้าเลี่ยมแบบตลับนาน ๆ ถอดออกทำความสะอาดได้
<O </O
                3. ผู้ที่นิยมแขวงพระมากองค์จะเลี่ยมปิดทั้งหมดก็ได้ แต่ควรเลือกองค์ใดองค์หนี่งที่มีประสิทธิภาพสูงและสุนทรียภาพค่อนข้างต่ำเปิดกันเลยองค์เดียวก็พอ อย่าเลี่ยมปิดหมดทั้งชุด และควรใช้พระในอัตราคี่เช่น 1 องค์ 3 องค์ 5 องค์ ( บางคนถือเคล็ดไม่ยอมใช้พระอัตราคู่ )

พระพุทธคุณไม่มีในองค์พระเครื่อง (ตอนที่ 9)<O </O

                1. รูปไหว้ 5 ครั้งของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดเทพศิรินทร์ นับว่ามีความศักดิ์สิทธิ์สูงมาก และทดสอบได้ ขนาดผีเข้าและหมอไล่ไม่ออก ถ้าเรามีรูปติดตัวไป พอเหยียบบรรใดบ้านผีร้ายที่สิงอยู่จะหนีออกทันที มีคนรับมาแล้วหุ้มพลาสติค ผีเข้าสิงได้ ตรวจสอบดูปรากฏว่ารังสีไม่สามารถทะลุออกมาได้ คงวนเวียนอยู่ภายในกรอบนั้นเอง แม้พระคุณท่านเองก็มีผู้เล่าว่าเคยกล่าวว่า ไม่มีสิ่งใดปิดกั้นกระแสจิตได้ แต่ผู้เขียนพิจารณาแล้วว่ามันเป็นคนละลักษณะ ต่างกรรมต่างวาระกัน<O </O
                2. สหายของผู้เขียนท่านหนึ่งถูกยิงด้วยปืนลูกกรดกระสุนปืนทะลุและฝังใน 5 นัด จาการยิงเผาขน 5 ครั้ง แขวนพระเครื่องดังนี้ สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ทรงเจดีย์ สมเด็จปิลันท์ หลวงพ่อหม่น คลองสิบสองลำลูกกา พระวัดพลับพิมพ์พุงป่องเล็ก ฯลฯ ล้วนเป็นของแท้ทั้งสิ้น แต่เสียที่อัดปิดด้วยพลาสติคทุกองค์ ท่านจึงช่วยอะไรไม่ได้ สำหรับท่านที่ไม่เชื่อ สักวันหนึ่งคงรู้ดี และมันก็อาจสายเกินการเพราะละทิ้งปัจฉิมวาทะแห่งพระพุทธองค์<O </O
                  3. นักเลงพระชื่อวันชัย แห่งจังหวัดอยุธยา แขวนพระสมเด็จวัดระฆัง ถูกส่องด้วยปืนตัวพรุนสาหัสเป็นการแสดงชัดว่า 1. ไม่มีคุณในทางเมตตาเขาจึงยิงเอา 2. ไม่มีคุณทางแคล้วคลาดเขาจึงยิงถูก 3. ไม่มีคุณทางคงกระพันจึงยิงเข้า 4. ไม่มีคุณทางอุดจึงยิงออก ตกลงไม่มีคุณอะไรเลย ทั้ง ๆ ที่กล่าวกันว่าเจ้าประคุณสมเด็จเสกพระเครื่องของท่านวันละ 3 เวลา มิได้ขาด หลวงพ่อธัมมะวิตตักโก นั่งหันหลังเสก 2 ชั่วโมงยังถูกยิงไม่เข้าเลย แล้วจะว่าอย่างไรกัน อย่าไปโทษว่าพระสมเด็จไม่ดีไม่ได้ อย่าสงสัยเลยต้องเลี่ยมอัดพลาสติคแน่นอน แต่ว่าขณะ ที่ผู้เขียนอยู่อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม เพื่อนฝูงที่เป็นนายตำรวจ ตชด. เคยงัดพระเครื่องออกอวดแล้วถามว่าว่าวัดอะไร ผู้เขียนตอบว่าวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ ทำไมหรือ เขาพูดว่านับถือมากจริง ๆ เคยถูกยิงด้วยกระสุนเจาะเกราะถูกเข้าที่น่องขวาถึงล้มเพราะแรงผลักดันของกระสุนปืน แปลกแท้ ๆ ไม่ยักเข้าเพียงแต่เป็นรอยแดง ๆ เพียงไม่กี่วันก็หายเป็นปกติ และใช้พระองค์นี้องค์เดียว โทนจริง ๆ ไม่เลี่ยมเลยพกใส่กระเป๋าเท่านั้นเอง ผู้เขียนไม่ได้แนะนำให้เลี่ยม บอกว่าใช้อย่างนี้แหละ ถ้าเลี่ยมแล้วบางทีอาจจะไม่ได้ใช้เพื่อนผู้นี้เชื่อและเลื่อมใสในองค์เจ้าประคุณสมเด็จ ฯ จริง ๆ ส่วนอีกรายหนึ่งเกิดขึ้นที่อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ มีการจ้างฆ่าโดยดักยิงด้วยปืนพกขนาด .45 หรือเรียกว่า 11 ม.ม. ผู้ถูกยิงแขวนพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ทรงเจดีย์ ไม่เลี่ยมปิด เพราะเป็นคนบ้านนอกคอกนา ปรากฏว่าถูกเข้าอย่างจังที่ก้านคอถึงกับพลิกตีลังกาตกจากอานรถจักรยานยนต์ รายนี้เพียงแต่รู้สึกขัดยอกและเอี้ยวคอไม่ถนัดไปหลายวัน อันพระสมเด็จที่แท้นั้นหักแบ่งเป็นชิ้น ๆ แล้วอมใส่ปากเข้าตะลุมบอนกันก็ยังได้ พระสมเด็จวัดไชโยวรวิหารจึงโด่งดังด้วยเหตุนี้ สักวันหนึ่งอาจมีพระของพระคุณเจ้าธัมมะวิตตักโก เกิดไม่ขลังขึ้นมาโดยการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็อาจเป็นได้ ทำให้เกิดการงงงันยิ่งกว่าไก่ตาแตก ก็เพียงพระสมเด็จบางขุนพรหมกรุเก่าพิมพ์ฐานเส้นด้าย สมัยสงครามมหาบูรพาเอเชีย หน่วยงิของญี่ปุ่น ไปจ๊ะกับหน่วยแงะของไทยแลนด์เข้า เกิดความพิศวาสถึงสุดขีด ประเคนด้วยซามูไรขนาดสองมือเง่นตามกำลังของพ่อแม่ประทานมา ปากก็ตะโกนร้องเอ๊ะแบบยูโด ตั้งใจจะผ่าออกเป็นสองท่อน พลพรรคฝ่ายหน่วยแงะถึงกลับกลิ้งหลุน ๆ เสื้อขาดมีผื่นหลังพอเป็นยางบอนเท่านั้น เล่นเอาหน่วยงินึกว่าผีหลอกกลางวัน ใครว่าพระสมเด็จไม่อยู่คง ใครว่า นอกจากของปลอมไม่รังรอง ส่วนเสี่ยสุรัต ราชาไนต์คลับ ใช้พระสมเด็จราคา 4 หมื่นบาทตวงสิทธิ จารุเสถียรใช้พระสมเด็จที่วงการรับรองแล้ว ทำไมจึงตายโหง ไม่เพราะอิทธิพลของพลาสติคหรอกหรือ ผิดไปแล้วจะเอาอะไรมาแก้ให้ฟื้นคืนชีวิต<O </O
                4. ที่อำเภอเมืองจังหวัดสมุทรปราการ มีผู้ได้รับพระสมเด็จวัดระฆัง ของแท้ ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ใช้กันมาจนหักกร่อน ประสบการณ์มาแล้วโชกโชน เจ้าของเห็นว่าไม่ดีจึงนำไปเลี่ยมพลาสติคอัดแน่น สุนัขกัดต้องเย็บหลายเข็ม ทำให้เป็นไม่เบื่อไม้เมาและศรัทธาไม่เต็มที่ เสียแรงเชื่อมานาน<O </O
                  5. ที่ตำบลบางวัว อำเภอบางปะกง มีประสบการณ์อยู่สองราย รายแรกมีเหรียญหลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว ซึ่งกำลังฮิตกันอยู่ในขณะนี้ ประวัติเดิมใช้ได้ผลมาแล้ว เคยถูกแทงอย่างจังไม่เข้า เคยถูกตีด้วยใบพายถึงกับพลัดตกจากเรือลงน้ำ ไม่แตก ต่อมาเกิดขัดสนเงินทองจำเป็นต้องเปลี่ยนมือให้กับคนในตำบลเดียวกันนั้นเองก็นำมาเลี่ยมอัดซีครับ มิฉะนั้นจะเชยไม่ทันสมัย เริมแรกชนเหลี่ยมไม้ศีรษะแตกเลือดไหลย้อย ต่อมาถูกสุนัขงับเข้าที่น่องถึงกับเย็บ ต้องตีหน้าแหย ๆ ชอบกล นี่คงเกิดอาการสงสัยอีกว่า เอ๊ะถ้าจะไม่แน่จริงกระมังเห่อ รายที่สองเป็นบุคคลมีสตางค์แขวนพระไตรภาคี ของแท้ครับ บรรจุตลับทองคำเลี่ยมอัดแน่นปึ๋ง ถูกแทงที่โรงงิ้วบางวัว ทีเดียวแท้ ๆ เสียใจเลิกกินข้าวกินน้ำมาจนถึงทุกวันนี้ และในวงการของเราก็มีอยู่สองท่าน จัดว่าเป็นถึงขั้นอาจารย์ มีพระสมเด็จแขวนรอบคอ หัวแบะทั้งสองท่าน อย่าเอ่ยชื่อเลยพวกกัน<O </O
5. ที่จังหวัดพระนคร นายตรวจรถเมล์นักพระเครื่องฝีมือสูง แขวนพระชั้นดี 12 องค์ โพละเดียวเท่านั้นศีรษะย้อมสีแดงไปหมด เลี่ยมอัดไว้อย่างดี<O </O
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเรื่องเอาพอหอมปากหอมคอนะครับ การอัดพลาสติคนั้นสิ่งที่หวงแหนที่สุดของนักพระเครื่องก็คือ สุนทรียภาพขององค์พระ เพราะของเก่าใช้กันสมบุกสมบันมานานนักแล้ว น่าจะทะนุถนอมในเมื่อโอกาสอำนวย นี่เป็นเรื่องใหญ่ แต่ความเป็นจริงพวกเราก็มิได้มีพระเพียงองค์ครึ่งองค์ ควรหาพระที่เชื่อแน่ว่ากฤตยาคมครบถ้วนบริบูรณ์และสุนทรีจะไม่ค่อยสมบูรณ์ เปิดใช้สักองค์ครึ่งองค์ก็จะเป็นการดี ถ้าเป็นพระเครื่องชนิดบรรจุตลับ ควรเจาะด้วยสว่านเฉพาะพระพักตร์ โดยประมาณเมล็ดถั่วเขียวเพื่อความแผ่พุ่งแห่งรังสี และสามารถเปิดทำความสะอาดได้ หากมีที่ไปจะต้องผจญภัยอย่างสาหัส เปิดเลย การเจาะที่อื่นปราศจากผล ถ้ามิใช่ตลับฝุ่นจะแทรกซึมเกาะองค์พระยากแก่การทำความสะอาด ทั้งนี้ท่านจะรักชีวิตอันเป็นของมีค่าหรือรักสวยงามก็สุดแต่ใจเถิด ผู้เขียนอัดอั้นมานานแล้ว ไม่โต้แย้งอธิบายใด ๆ ทั้งสิ้น นับว่าเป็นเรื่องและเหตุผลซึ่งท่านจะรับไปพิจารณาเอาเอง <O </O
   ความเห็นที่ 1 โดยคุณ : mangowood วันที่ : 21 - เม.ย. - 53  เวลา 14:03:15  ,ip :125.25.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



        ขออนุญาต แสดงความเห็นนะครับ  จากที่คุณ mangowood ได้นำเสนอผมสรุปใจความได้ว่า ถ้าพระเลี่ยมพลาสติก ก็เหมือนเป็นการปิดกั้นพลังไม่ให้ออกมาช่วยคุ้มครองกับผู้ที่บูชา  .... ผมขอเสนอแนวความคิดของผม เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกันครับ

        1.เวลาเสกพระ บ่อยครั้งที่ผมเห็นเขาเอาพระใส่ไว้ในลังไม้ หรือ ลังเหล็ก ที่ถูกปิดสนิท  โดยที่เวลาเสกก็ไม่ได้เปิดฝาออก  แต่พระเครื่องเหล่านั้นก็มีประสบการณ์มากมาย  ยกตัวอย่างเช่น พระกริ่งชินบัญชร หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ผู้สร้างได้นำใส่ไว้ในลังเหล็กปิดฝา แล้ว หลวงปู่ทิมท่านก็เสก ..... กระผมจึงเชื่อว่า เปิดฝา หรือ ปิดฝา ก็สามารถส่งพลังไปยังวัตถุมงคลได้ ( กรณีนี้เป็นลังเหล็กที่เป็นสื่อไฟฟ้าได้ )

        2.ในพิธีพุทธาภิเษก ทั้งสมั้ยนี้ และ สมัยก่อน  จะมีการโยงสายสิญณ์ จากพระเกจิอาจารย์ที่นั่งไปยังวัตถุมงคล  มีทั้งใกล้ กลาง และ ไกล  ถ้าใกล้ๆ เช่น หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค ท่านลืมตาปลุกเสก ใช้มือจับบาตรที่ใส่พระ , ระยะกลาง ก็โยงสายสิญณ์ไปยังวัตถุมงคลตรงหน้า ระยะห่าง 1-10เมตร  , ระยะไกล ก็เช่น ท่านเจ้าคุณนรฯ โยงสายสิญณ์ไปยังกุฏิของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์(เจริญ)  ..... กระผมจึงเชื่อว่า พลังสามารถถ่ายทอดผ่านสือที่เป็นฉนวนไฟฟ้าได้

        3.ประสบการณ์ตรงกับตัวผม  แบบที่ชัดเจน
                  ครั้งแรก ผมขี่มอไซด์ Kawasaki BOSS ไปทำงานตอนเช้า วิ่งถนนเพชรเกษม ผ่านหน้า ม.สยาม แล้วเลี้ยวซ้ายขึ้นทางโค้ง เพื่อเข้าสู่ถนนราชพฤกษ์ รถผมล้มไถลขึ้นทางโค้ง ระยะทางที่ไถลประมาณ 30เมตร ครูดไปกับถนน สรุปว่า กางเกงขาด รองเท้าเปิด ..... ผมมีแผลถลอกที่หัวเข่าแผลเดียว ขนาดเท่าเหรียญสิบบาท  ไปหาหมอ ล้างแผล ใส่ทิงเจอร์ กลับบ้าน
                  ครั้งสอง ผมขี่มอไซด์ Honda Phantom ไปทำงานตอนเช้า วิ่งถนนจรัญสนิทวง อัดมาเต็มๆ ทางตรงๆ มี Hondo Sonic เลี้ยวกลับรถตัดหน้า  ผมชนเข้าที่ล้อหลังของ Honda Sonic สรุปว่า Sonic ล้อหลังหลุดออกมา คนขี่ล้ม ถลอกไปทั้งแขน  รถผม โช๊คอัพคู่หน้างอ จากเดิมที่เอียง กลายเป็นตั้งตรง  ล้อหน้ายางระเบิด ผมล้มฟาดกับถนน แล้วครูดไปกับถนนอีกยี่สิบเมตร .... ผมไม่มีแผลหรือรอยถลอกใดๆ ทั้งหมอ ทังพยาบาล และ ตำรวจ ต่างก็แปลกใจ  แต่ผมกระดูกไหปลาร้าซ้ายหัก

        ทั้งสองเหตุการณ์ผมใส่สร้อยเส้นเดิม  เป็นสร้อยประจำตัวผม  พระทุกองค์ที่ผมห้อยอยู่แท้ตามมาตรฐานวงการพระเครื่องเมืองไทย และ พระทั้งหมด เลี่ยมพลาสติกกันน้ำ

        แต่ไม่ใช่ว่า ผมจะไม่เคยเสียเลือดนะครับ  เวลาไปเจาะเลือด เข็มแทงเข้าทุกครั้ง  หลายเดือนก่อน ผมยกอิฐตัวหนอนมาเรียงที่บ้าน ปลายนิ้วสะกิดกับเม็ดทราย เลือดทะลัก  และ เมื่อวานซืน ผมเปิดกระป๋องนมข้นหวาน แล้วใช้นิ้วจับฝากระป๋องที่เปิด ปรากฎว่า บาดนิ้วเลือดไหลเหมือนกัน


                  ผมสรุปว่า ต่างกรรม ต่างวาระ ครับผม
   ความเห็นที่ 2 โดยคุณ : niwat วันที่ : 22 - เม.ย. - 53  เวลา 10:36:29  ,ip :58.8.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



        มอไซด์ Kawasaki BOSS บังลมหน้าแตก แฮนด์เบี้ยว ก้านบีบครัชสึกไปพอควร
   ความเห็นที่ 3 โดยคุณ : niwat วันที่ : 22 - เม.ย. - 53  เวลา 10:37:44  ,ip :58.8.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



        กางเกงขาด
   ความเห็นที่ 4 โดยคุณ : niwat วันที่ : 22 - เม.ย. - 53  เวลา 10:38:25  ,ip :58.8.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



        กระเป๋าข้างขวา ตัวล๊อคที่เป็นเหล็ก ถูกกับถนน จนเหล็กขาด ล๊อกคไม่ได้ และกางเกงขาดอีกนิดนึง
   ความเห็นที่ 5 โดยคุณ : niwat วันที่ : 22 - เม.ย. - 53  เวลา 10:39:16  ,ip :58.8.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



        แผลที่เป็น ก่อนทำแผล  เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 24 ธันวาคม 2547  ช่วงนั้นผมพกกล้องถ่ายรูปติดตัวตลอด (เห่อกล้อง)
   ความเห็นที่ 6 โดยคุณ : niwat วันที่ : 22 - เม.ย. - 53  เวลา 10:41:01  ,ip :58.8.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



        ไปปลาร้าที่หัก หลังจากผ่าตัดใส่เหล็กแล้ว  / ไม่มีรูปที่เกิดเหตุเพราะว่า ตอนที่เกิดเหตุผมเอา Nokia N70 ถ่ายรูปแล้ววางไว้ข้างตัว  แล้วก็มีคนไม่ดีมาหยิบไปตอนที่ผมนั่งอยู่ริมถนน  ผมถ่ายไว้หลายรูปเหมือนกัน  น่าเสียดาย
   ความเห็นที่ 7 โดยคุณ : niwat วันที่ : 22 - เม.ย. - 53  เวลา 10:44:57  ,ip :58.8.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



        มีแผลเพราะว่า หมอผ่า เอาเหล็กไปใส่ เหตุการณ์รถชนกันครั้งนี้ เกิดเมือ 27 หรือ 28 ก.พ. 2552 นี่ก็ครบปีแล้ว นัดหมอไปผ่าเอาเหล็กออกเดือนหน้าครับ
   ความเห็นที่ 8 โดยคุณ : niwat วันที่ : 22 - เม.ย. - 53  เวลา 10:47:37  ,ip :58.8.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


  แสดงความคิดเห็ฯด้วยคนนะครับ
ผมว่าแล้วแต่หลวงพ่อนะครับเรื่องเสกพระ  ส่วนตัวผมเองนับถือหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ  หลวงพ่อเดิม เวลาเสกพระส่วนใหญ่ (อาจารย์เก่าๆส่วนใหญ่) มักจบด้วย นะ โม พุท ธา ยะ ขอพลังจากพระเจ้า5พระองคื และจะต้องหนุดธาตุ จบด้วย นะ มะ พะ ธะ อีกครั้ง เสมอๆในวัตถุมงคงของหลวงพ่อเดิม

  ฉนั้น ถามว่าเลี่ยมปิดได้ไหม ส่วนตัวบอกว่าได้ หากใครว่าไม่ได้ เอาพระมาผมจะเอาไปเลี่ยมปิดให้ดู แต่ถามว่าจะเต็ม 100ไหม ผมก็ไม่ค่อยเชื่อว่าจะะ100เปอรืเซนต์ 
  เหตุเพระาองค์พระไม่เกื้อหนุม ตามการหนุดธาตุ ทั้ง4
ดิน ..คราบไคลของผู้ใส่..น้ำ ..เกิดจากเหงื่อ..ลมก็คืออากาส ภายนอก..ไฟ  ..อุณหภมิในร่างกายและควารู้สึกของผู้ใส่

  หากเลี่ยมปิดก้ไม่ครบองคืประกอบ
ส่วนตัวผมเอง หากใส่พระทุกครั้ง ไม่ค่อยเอาพระไปเลี่ยมกันน้ำเลยด้วยเหตุผลดังที่กล่าว  ไผมไม่กลัวผิวพระเสีย เพราะผมใส่พระเพื่อให้ให้คุ้มครอง  ไม่ใช่ใส่พระเพื่อต้องดูแลผิวพระไม่ให้ผิวเสีย

  น้ำเข้า ก็หมั่นทำความสะอาด ก็แค่นั้น
นี่คือความคิดส่วนตัวนะครับ  ส่วนใครจะคิดอย่างไร ก็เป็ฯความเชื่อของตัวบุคนนะครับ 
   ความเห็นที่ 9 โดยคุณ : สิทธิ์พยุหะ วันที่ : 22 - เม.ย. - 53  เวลา 11:26:08  ,ip :58.136.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


อ้อ  ประสบการรืผม รูปถ่ายหลวงพ่อคำ ชาตะสุโข หลังตะกรุดเลี่ยมอัดกันน้ำเดิมจากวัด แขวนไว้หน้ารถ ลั่นแตก
เมื่อตอนผมจะประสบอุบัตเหตุ ที่ถนนสายเอเซีย

ลุกพี่ลุกน้องผม รถคว่ำ บน ทางด่วน หลวงพ่อทวดหลังเตารีดอาปาเซ่ ที่เลี่ยมกันน้ำ ก็ ลั่นแตก ตอนรถคว่ำ

คุยกันสนุกๆเนอะแลกเปลื่อยนความคิดเห็ฯกัน
   ความเห็นที่ 10 โดยคุณ : สิทธิ์พยุหะ วันที่ : 22 - เม.ย. - 53  เวลา 11:30:13  ,ip :58.136.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


พอมีประสบการณ์(หรืออุบัติเหตุก็ไม่รู้)บ้างเหมือนกันครับ ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับหรือเปล่า?
    ผมเอากริ่งนเรศวรไปใส่ซุ้มสแตนเลสไว้ ห้อยบ่อยครั้งเหมือนกัน มีอยู่วันหนึ่งอธิฐานจิต องค์พ่อทำไมไม่ช่วยลูกบ้าง สักพักพระหลุดมือตกลงพื้น ซุ้มที่ครอบไว้ส่วนที่เป็นพลาสติกก็แตก(แตกด้านหลัง) เป็นรูเลยครับ สงสัยพุทธคุณออกมาไม่ได้แน่ อธิฐานเสร็จหลุดมือตกเป็นรูเลย ฟังดูเหมือนจะขำๆ แต่ผมซีเรียสเหมือนกันนะเนี๊ยะ ว่าจะเอาไปใส่ซุ้มใหม่หรือว่าจะปล่อยไว้แบบนี้ดี?
   ความเห็นที่ 11 โดยคุณ : Punchai วันที่ : 22 - เม.ย. - 53  เวลา 17:22:17  ,ip :58.147.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ผมขออธิบายโดยการเปรียบเทียบกับ"แสง"นะครับ เพราะดูเหมือนว่า แสงจะมีอะไรที่ใกล้เคียงกับพลังจิตมากที่สุด (ถึงแม้จะยังด้อยกว่าพลังจิตมากมายหลายปีแสงก็ตาม) นักวิทยาศาสตร์ได้มีการถกเถียงกันมานานหลายศตวรรษแล้วว่า "แสงเป็นคลื่น หรือเป็นอนุภาค"

ปัจจุบัน ก็มีข้อสรุปแล้วว่า แสงมีคุณสมบัติเป็นทั้งคลื่น และอนุภาค ดังที่จะศึกษาได้จาก http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87

ถ้าอ่านแล้วยังงุนงง ก็ไปศึกษาที่ http://www.obromsook.com/light.htm ซึ่งจะอ่านง่าย และเนื่อหาค่อนข้างกระชับหน่อย

พลังจิตที่ผู้ปลุกเสกประจุลงในวัตถุมงคล ก็อาจแตกต่างกันไปได้หลายระดับ เหมือนกับ Battery ไงครับ มีแบบ 1.5V, 9V, 12V, 24V, 110V, 220V, 380V และแบบหลายแอมป์อีกต่างหาก

หลอดไฟฟ้า ถ้าเอาฝามาครอบก็จะได้แสงสว่างลดลง แต่ถ้าหลอดไฟนั้นมี watts สูงมาก ก็สามารถให้แสงสว่างได้เกินพอ ถึงแม้จะเอาฝามาครอบ

พลังจิตที่บริสุทธิ์จริงๆจะไร้ขอบเขต และไร้กาลเวลา ครับ มีคุณสมบัติที่เร็วกว่าแสวง และเหนือกว่าแสงมากมาย วิทยาการในโลกปัจจุบันยังศึกษาไปไม่ถึง

ผมขอสรุปว่า แนวคิดของทุกท่านก็ถูกทั้งนั้นครับ 
   ความเห็นที่ 12 โดยคุณ : รัตน์ วันที่ : 27 - เม.ย. - 53  เวลา 12:58:13  ,ip :58.9.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


กระแสพลังจากวัตถุมงคลยังไม่สามารถอยู่เหนือกระแสกรรมของบุคคลผู้นั้นด้วยครับ

ผมขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบ เพื่อให้เห็นภาพคร่าวๆหยั่งงี้ครับ

วัตถุมงคลเปรียบได้เหมือนกับบัตรเครดิต(Credit card) หรือบัตรเดบิต (Debit card) ที่มีวงเงินแตกต่างกันไป แล้วแต่ผู้ออกบัตร และแล้วแต่ผู้ถือบัตร

ถ้าสถาบันการเงิน หรือองค์กรขนาดใหญ่ ก็อาจให้วงเงินมากหน่อย และใช้ได้ในวงการที่กว้างกว่า ขณะเดียวกัน ผู้ทรงบัตร (ผู้ถือบัตร) ก็จำเป็นต้องมีเครดิตดี หรือมีเงินหมุนเวียนในบัญชีได้คล่องตัวดี คือ รู้จักรักษายอดเงินไม่ให้ติดลบ

พูดง่ายๆ คือ รู้จักทำบุญ หรือเติมบุญอย่างสม่ำเสมอ จึงจะยังคงใช้วัตถุมงคลนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

เป็นที่พิสูจน์มาอยู่เสมอๆว่า วงเงินมาก แต่วงบุญน้อย มักจะไม่ค่อยรอด ดังจะเห็นได้จาก ผู้ที่กระทำชั่ว ต่อให้รวยแสนรวยเพียงไร ก็มักจะต้องได้รับผลกรรมของตน ไม่ช้าก็เร็ว......ทรัพย์สินเงินทอง หรือเครื่องบินส่วนตัวกี่ลำ ก็ไม่มีความหมาย

อย่างที่พระท่านสอนไว้ว่า กรรมตามสนอง !!!

ขอให้ทุกท่านหมั่นเติมบุญไว้ในบัญชีส่วนตัวนะครับ บางท่าน ก็ไม่จำเป็นต้องใช้บัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต เพราะมีเงินสดอยู่แล้วนี่ครับ แน่นอนกว่าบัตรซะอีก

บางที ผมเห็นคนที่พกบัตรเยอะแยะแล้ว ผมก็งงไปเหมือนกัน
เอาแค่บัตรที่ไม่หมดอายุใบเดียว ก็ไปได้ทุกที่แล้ว ที่สำคัญ คือ มีเงินอยู่ในบัญชีเท่าไหร่ตะหาก
   ความเห็นที่ 13 โดยคุณ : รัตน์ วันที่ : 28 - เม.ย. - 53  เวลา 13:47:50  ,ip :58.9.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ชอบความเห็นของพี่รัตน์จังครับ สุดยอดท่านบอกว่าแขวนพระเพื่อให้ระลึกถึงพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์
   ความเห็นที่ 14 โดยคุณ : 012 วันที่ : 21 - ต.ค. - 53  เวลา 14:23:52  ,ip :61.19.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น
เชิญ Login เพื่อร่วมแสดงความเห็น
  Username :   
  Password :   
    







Copyright©2004 Amulet2U.com. All rights reserved. Develop by NetworkDD.com.