อ่านทั้งหมดประชาสัมพันธ์ถาม-ตอบความรู้-วิชาการมีดีมาโชว์ซื้อ-ขาย-ประมูลสัพเพเหระกิจกรรม 2U
แนะนําตัว พร้อมนําเสนอพระสมเด็จ จิตรลดา ครับ

Warning: getimagesize(images/board/3_1168735361.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

ผม..จิ๊กโก๋ ขอโชว์ มาขออาศัย เวป amulet2u.com  ด้วยคนครับ ผมผิดพลาด
ประการใด ก็ ต่อว่าหรือด่าได้เลยครับ.และต้องขอโทษ เจ้าของเวป ที่ผมอยู่ๆก็
พรวดพลาดเข้ามาโดยไม่บอกกล่าว .

มาว่ากันเลยดีกว่า พระสมเด็จจิตรลดา  .

พระสมเด็จจิตรลดา, พระกำลังแผ่นดิน พระพิมพ์ฝีพระหัตถ์ขององค์ประมุขของชาติ

ในช่วงเวลาก่อนที่จะทรงมีพระราชดำริ ให้สร้างพระพุทธนวราชบพิตร ในราวปีพุทธศักราช 2508 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ได้ทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายไพฑรูย์ เมืองสมบูรณ์ ข้าราชการกองหัตถ์ศิลป์ กรมศิลปากรเข้ามาเป็นผู้แกะแม่พิมพ์ พระพุทธรูปพิมพ์นี้ในพระราชฐาน ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน และได้ทรงตรวจพระพุทธศิลป์ฯ ของพระพุทธรูปพิมพ์องค์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้พุทธศิลป์ที่สมบูรณ์จนเป็นที่พอพระราชหฤทัย พระพุทธรูปพิมพ์ที่แกะถวายนั้นเป็นพระพุทธรูปพิมพ์ปางนั่งสมาธิแบบขัดราบ พระบาทขวาทับพระบาทซ้าย ประทับเหนือดอกบัวบาน บน 5 กลีบ ล่าง 4 กลีบ ตรงกับรัชกาลที่ 9 รูปทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ขนาดกว้าง 2 ซม. สูง 3 ซม. ส่วนพระพิมพ์องค์เล็กขนาดกว้าง 1.2 ซม. สูง 1.9 ซม. ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้แกะแม่พิมพ์เพิ่มอีกภายหลังจากนั้นไม่มากนัก เพื่อพระราชประสงค์ในการพระราชทานให้แก่เด็กๆพระองค์ได้ทรงสร้างขึ้นด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เองทั้งสิ้น ตั้งแต่การถอดแบบแม่พิมพ์ ทรงผสมมวลสาร ทรงเทลงแม่พิมพ์ ทรงตกแต่งองค์พระพิมพ์เพื่อให้ดูงดงามทั้งหมดนี้ โดยทรงใช้เวลาหลังจากพระอักษร และทรงงานอันเป็นพระราชภารกิจในตอนดึก ประกอบด้วยผงมงคลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ทั้งส่วนในพระองค์และวัตถุมงคลศักดิ์สิทธิ์จากทุกจังหวัด ที่พุทธศาสนิกชนทั่วพระราชอาณาจักรปฏิบัติบูชาสืบเนื่องกันมาเป็นเวลาช้านาน

พระราชประสงค์ ในการสร้างพระพุทธรูปพิมพ์นี้ สืบเนื่องมาจากที่พระองค์ ได้รับทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัยดอกไม้สดจากประชาชนในการเสด็จพระราชดำเนิน เปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธปฏิมากรแก้วมรกต และได้ทรงแขวนไว้ ณ ที่บูชาองค์พระพุทธรูปปฏิมากรตลอดเทศกาล จนถึงคราวที่เสด็จพระราชดำเนินเปลี่ยนเครื่องทรงใหม่ ทรงเห็นเป็นสำคัญที่ควรเก็บดอกไม้แห้งเหล่านี้ไว้ให้เป็นประโยชน์ เพื่อเป็นสิริมงคล ประโยชน์ที่จะใช้ทรงมีพระราชวินิจฉัยว่า สมควรใช้เป็นส่วนผสมสำหรับสร้างเป็นพระพุทธรูปพิมพ์ โดยมีพระราชประสงค์เป็นเบื้องต้น เพื่อจะบรรจุที่ฐานบัวหงายขององค์พระพุทธนวราชบพิตร และพระราชทานแก่ข้าราชบริพารฝ่ายในที่ถวายงานใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท รวมทั้งราชองค์รักษ์ประจำเท่านั้น

เพื่อให้ได้พุทธคุณ เพียงเฉพาะดอกไม้แห้งจากพวงมาลัยดังกล่าว คงไม่พอเพียงที่จะทำเป็นองค์พระได้ จะต้องมีส่วนผสมที่ประสานให้เป็นเนื้อเดียวกันและทรงเทพิมพ์ได้สวยงาม รวมทั้งวัตถุมงคล จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วพระราชอาณาจักรด้วย จึงจะได้อำนาจแห่งพระพุทธคุณโดยสมบูรณ์ จึงทรงให้เจ้าพนักงานรวบรวมเส้นพระเจ้า (เส้นพระเกศา) หลังจากทรงเครื่องใหญ่ (ตัดผม) ดอกไม้แห้งจากมาลัยที่แขวนพระมหาเศวตฉัตร และด้ามพระขรรค์ชัยศรี ในพระราชพิธีฉัตรมงคล สีซึ่งขูดจากผ้าใบที่ทรงเขียนภาพฝีพระหัตถ์ ชัน และ สีซึ่งทรงขูดจากเรือใบพระที่นั่งขณะที่ทรงตกแต่งเรือใบพระที่นั่ง ส่วนผสมอันเป็นมงคลที่เรียกว่า ส่วนในพระองค์


ส่วนที่มาจากจังหวัดต่างๆ อันเป็นวัตถุมงคลที่ได้มาจากปูชนียสถาน หรือพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนเคารพบูชาในแต่ละจังหวัดอันได้แก่ ดิน หรือ ตะไคร่น้ำจากปูชนียสถาน เปลวทองคำ ปิดพระพุทธรูป ผงธูปหน้าที่บูชาและน้ำจากบ่อศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งได้เคยนำมาใช้เป็นน้ำสรงบูรธาภิเษก ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ดังรายละเอียดต่อไปนี้

กรุงเทพมหานคร ผงธูปและดินจากกระถางธูป ที่บูชาในศาลหลักเมืองทุกกระถาง คือหน้าหลักเมือง และหน้าที่บูชาเทพารักษ์ อันได้แก่ พระเสื้อเมือง, พระทรงเมือง, พระกาฬ และเทพารักษ์ ซึ่งเรียกกันว่าเจ้าพระหอกลอง และเจ้าพ่อเจตคุปภ์ และเปลวทองจากหลักเมือง ผงจากพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม ผงธูป และเปลวทองจากพระพุทธรูป สัมฤทธิ์นวโลหะ ที่เรียกกันว่าหลวงพ่อแสน วัดหงษ์รัตนาราม ผงธูปและเปลวทองจากพระพุทธรูปสุโขทัย ที่เรียกกันว่า หลวงพ่อสุข วัดหงษ์รัตนาราม ดินผงธูปและเกสรดอกไม้จากศาลพระเจ้าตากสินมหาราช
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผงจากพระปรางค์วัดมหาธาตุ ผงและเปลวทองจากพระไตรวัดนายก วัดพนัญเชิงมาจากพระเจดีย์ศรีสุริโยทัย วัดสวนหลวงสพสวรรค์ และเปลวทองจากพระมงคลบพิตร
จังหวัดลพบุรี ผงจากศาลพระกาฬ ผงจากศาล สูงลูกศรชี้ และผงจากพระที่นั่ง ดุสิตสวรรค์ชัญมหาปราสาท
จังหวัดสิงห์บุรี ผงจากพระวิหารพระอาจารย์ธรรมโชติบ้านบางระจัน ดินจากบ่อน้ำ พระอาจารย์ธรรมโชติ เปลวทองจากพระพุทธรูปในวิหาร หลังพระธาตุเจดีย์วัดสิงห์ ผงจากพระธาตุเจดีย์วัดสิงห์ ผงธูปจากพระนอนจักรีสีและเปลวทองจากพระนอนจักรีสี
จังหวัดอ่างทอง ผงธูปและเปลวทองจากมหาพุทธพิมพ์วัดไชโยวรวิหาร ผงธูปและเปลวทองจากรูปหล่อสมเด็จพุฒาจารย์(โต) วัดไชโยวรวิหาร และผงธูปและเปลวทองจากพระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมก
จังหวัดสระบุรี ผงธูปและเปลวทองจากรอยพระพุทธบาท ผงจากพระพุทธฉาย และเกสรดอกบัวที่บูชาพระพุทธบาท
จังหวัดปทุมธานี ผงจากพัทธสีมารอบพระอุโบสถวัดเสด็จ ดินจากสังเวชนียสถาน จากประเทศอินเดีย ซึ่งบรรจุไว้ในชุกชีของพระอุโบสถวัดเสด็จ ผงธูปและเกสรดอกบัวจากพระอุโบสถวัดเสด็จ ผงอิทธิเจและผงปถมะของพระครูอาทรพัฒนกิจ
จังหวัดนนทบุรี ผงจากพระธาตุเจดีย์วัดเขมาภิรดาราม
จังหวัดสมุทรปราการ ผงจากองค์พระสมุทรเจดีย์ ผงธูปและเปลวทองจากหลักเมือง
จังหวัดราชบุรี ผงจากพระปรางค์วัดมหาธาตุ
จังหวัดนครปฐม ผงจากองค์พระปฐมเจดีย์ และผงธูปบูชาพระร่วงโรจนฤทธิ์
จังหวัดสุพรรณบุรี ผงธูปและเปลวทองจากพระป่าเลไลย์ ผงธูปและเปลวทองจากเทวรูปศาลหลักเมือง ผงจากดอนเจดีย์วัดสนามชัย ผงจากดอนเจดีย์ และดินจากสระศักดิสิทธิ์ทั้งสี่
จังหวัดกาญจนบุรี ผงธูปและเปลวทองจากพระแท่นดงรัง และผงจากโบสถ์ร้าง วัดท่ากระดาน
จังหวัดเพชรบุรี ผงธูปหน้าที่บูชาพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บนพระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท พระนครคีรี ผงจากพระเจดีย์พระธาตุจอมเพชร พระนครคีรี ผงดินจากศาลหลักเมืองเก่า ผงธูปจากพระปรางค์วัดมหาธาตุและจากพระประธานในวิหารหลวง วัดมหาธาตุ
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผงจากพระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุบนยอดเขาช่องกระจก
จังหวัดสมุทรสาคร ผงธูปและดินจากศาลหลักเมืองและผงธูปจากศาลพันท้ายนรสิงห์
จังหวัดสมุทรสงครามผงธูปและเปลวทองจากพระพุทธรูปวัดเพชรสมุทร วัดบ้านแหลม
จังหวัดอุทัยธานี ผงธูปและเปลวทองจากพระพุทธรูปสุโขทัย ซึ่งเรียกกันว่า พระมงคลศักดิ์สิทธ์ (วัดสังค์สรัตนคีรี)
จังหวัดชัยนาท น้ำอภิเสกวัดบรมธาตุ ผงจากองค์พระบรมธาตุเจดีย์ น้ำอภิเสก จากวัดธรรมามูล เปลวทองและเกสรดอกไม้จากพระพุทธรูปที่เรียกกันว่า หลวงพ่อธรรมจักร(วัดธรรมามูล) และผงจากหลวงพ่อธรรมจักร
จังหวัดชลบุรี ผงธูปจากพระพุทธสิหิงค์จำลอง และผงพระพิมพ์หลวงพ่อแก้ววัดป่า
จังหวัดฉะเชิงเทรา เปลวทองจากพุทธโสธร วัดโสธรวราราม เกสรดอกบัวหน้าพุทธบูชาพระพุทธโสธร และผงธูปจากหลักเมือง
จังหวัดระยอง ผงดินจากหลักเมือง และดอกไม้แห้งจากศาลพระเจ้าตากสินมหาราช
จังหวัดตราด ผงธูปจากศาลหลักเมือง ผงจากเจดีย์วัดบุพผาราม
จังหวัดจันทบุรี ผงดินจากศาลหลักเมือง ผงดินและเปลวทองจากศาลหลักเมือง ผงดินและเปลวทองจากศาลพระเจ้าตากสินมหาราช ผงตะไคร่น้ำแห้งจากพระพุทธบาทเขาคิชกุฎน้ำในคลองนารายณ์ และน้ำจากสระแก้ว
จังหวัดนครนายก ผงธูปจากหลักเมืองและผงจากมณฑปพระพุทธบาทยอดเขานางบวช
จังหวัดปราจีนบุรี ผงธูปจากที่บูชาต้นศรีมหาโพธิ์
จังหวัดลำปาง เปลวทองจากพระแก้วมรกตวัดลำปางหลวง ผงจากพระธาตุเจดีย์ วัดปางหลวง ผงจากพระธาตุเจดีย์วัดพระแก้วดอนเก่า ผงจากพระธาตุเจดีย์วัดพระธาตุเสด็จ ดินศาลาหลักเมือง ดินศาลเจ้าพ่อประตูผาและเจ้าพ่อหมอก
จังหวัดแม่ฮ่องสอนผงจากพระธาตุเจดีย์ดอยทองมู
จังหวัดเชียงราย ผงจากพระธาตุเจดีย์ดอยตุง และผงจากพระธาตุเจดีย์จอมกิติ
จังหวัดเชียงใหม่ ผงจากพระธาตุเจดีย์วัดพระธาตุจอมทอง ผงจากพระธาตุเจดีย์ดอยสุเทพ ผงธูปจากที่บูชาพระพุทธสิหิงค์ เปลวทองจากที่บูชาพระพุทธรูปวัดพระศรีจอมทอง ดินจากเสาอินทชิลหลักเมือง ดินจากโคลนพระศรีมหาโพธิ์วัดจอมทอง ดินจากบริเวณที่ทำสังคายนา พระไตรปิฎกครั้งที่8 วัดเจดีย์เจ็ดยอด ดินจากบริเวณที่ตั้งค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเปลวทองและเกสรดอกไม้จากที่บูชาอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย
จังหวัดน่านผงเปลวทองและดอกไม้แห้ง จากพระพุทธรูปทองทิพย์ ผงจากพระธาตุเจดีย์แช่แห้งเขาน้อย ปุแจ้จอมแจ้ง และเกสรดอกไม้จากพระพุทธรูปจากพระธาตุจอมแจ้ง
จังหวัดลำพูน ผงจากองค์พระบรมธาตุหริภุญชัย ดินจากสุวรรณแจ้งโกฎเจดีย์วัดจอมเทวี และเกสรดอกไม้จากแท่นบูชาพระบรมหริภุญชัย
จังหวัดเแพร่ ผงธูปและดินหลักเมืองและผงจากพระธาตุเจดีย์ช่อแฮ
จังหวัดตาก เปลวทองจากพระบรมมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และเกสรดอกไม้จากที่บูชาพรบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสิน
จังหวัดพิษณุโลก ทองคำเปลวผสมน้ำรักที่ขูดจากองค์พระพุทธชินราช เพื่อกระทำพิธีปิดทองใหม่ พ.ศ.2500 เกสรบัวหลวงจากที่บูชาพระพุทธชินราช
จังหวัดกำแพงเพชร ผงจากยอกองค์พระบรมธาตุเจดีย์วัดพระธาตุ ดินและเปลวทองจากหลักเมือง
จังหวัดพิตร ดินและเปลวทองจากหลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง
จังหวัดเพชรบูรณ์ ผงธูปและเปลวทองจากพระพุทธมหาธรรมราช วัดไตรภูมิ ผงธูปและเปลวทองจากหลักเมือง
จังหวัดนครสวรรค์ ผงจากเจดีย์ วัดวรนาถบรรพต เปลวทองจากพระพุทธรูปวัดวรนาถบรรพต เกสรดอกไม้จากที่บูชาพระเจดีย์วัดวรนาถบรรพต
จังหวัดอุตรดิตถ์ เปลวทองจากแท่นศิลาอาสน์ ผงจากพระธาตุเจดีย์วัดพระบรมธาตุ เปลวทองและผงธูปจากที่บูชาหลวงพ่อเพชรวัดท่าถนน
จังหวัดนครราชสีมา ต้นผงธูปและเปลวทองจากหลักเมือง ดินผงธูปและเกสรดอกไม้ จากอนุสาวรีย์ ดินจากปราสาทหินพิมาย ผงและดินจากพระเจดีย์วัดศาลาทอง ดินทราย ผงธูปและเปลวทองจากพระพุทธรูปในปราสาทหิน วัดพนมวันท์ ดินทรายผงธูปและกาสรดอกไม้จากศาลาเจ้าแม่ปุ่น ศาลพ่อไฟ ศาลเจ้าพ่อวัดแจ้ง และศาลเจ้าพ่อพระยาสี่เขี้ยว
จังหวัดชัยภูมิ ผงจากปรางค์ อำเภอเมือง ผลจากพระธาตุเจดีย์อุดจอก อำเภอเกษตรสมบูรณ์ ผงจากพระธาตุเจดีย์สามหมื่น อำเภอภูเขียว ผงธูปที่บูชาพระเจ้าองตื้อ เขาภูพระ ตำบลนาเสียว อำเภอเมือง ผงธูปที่บูชาเจ้าพ่อพระยาแลอำเภอเมือง
จังหวัดบุรีรัมย์ ดินใจกลางปราสาทเขาพนมรุ้ง ดินใจกลางปราสาทเมืองต่ำ ดินจากศาลเทพารักษ์เจ้าพ่อวัดทรด ดินจากสังเวชนียสถานต่างๆในประเทศอินเดีย
จังหวัดศรีสะเกษ ผงธูปปนดินจากแท่นบูชาพระโต วัดมหาพุทธาราม ผงธูปปนดินจากหลักเมือง
จังหวัดอุบลราชธานี ผงธูปจากพระพุทธรูปพระเจ้าอินทร์แปลง วัดมหาวนาราม เศษเทียนจากที่บูชาพระเจ้าอินทร์แปลง เกสรดอกไม้จากพระเจ้าอินทร์แปลง
จังหวัดอุดรธานี ดินทรายผงธูปและเกสรดอกไม้จากที่บูชาเทพรักษ์ กรมหลวงประจักษ์ ศิลปาคม ดินทรายผงธูปและเกสรดอกไม้จากหลักเมือง ดินทรายผงธูปและเกสรดอกไม้จากที่บูชาพระพุทธรูปหลวงพ่อนาควัดมัชณิฆาวาส
จังหวัดหนองคาย ผงจากพระธาตุเจดีย์พังพวน ผงธูปที่บูชาพระพุทธรูปพระใส วัดโพธิ์ชัย
จังหวัดเลย ผงจากองค์พระเจดีย์ วัดศรีสองรักษ์

จังหวัดสกลนคร ผงจากองค์พระธาตุเจดีย์เชิงชุม วัดพระธาตุเชิงชุม เกสรดอกไม้ที่บูชาพระพุทธรูปหลวงพ่อองค์แสน วัดพระธาตุเชิงชุม และเศษปูนที่แตกร้าวจากหลวงพ่อองค์แสน
จังหวัดนครพนม ผงจากองค์พระธาตุพนม ผงธูปและดินจากหลักเมือง
จังหวัดขอนแก่น ผงปูนพระธาตุขอนแก่น
จังหวัดมหาสารคาม ผงจากหลักเมือง
จังหวัดร้อยเอ็ด ผงจากพระคู่ ดินบริเวณหลักเมือง บึงพลาญชัย ผงจากพระคู่มา ผงจากที่บูชาพระสังกัจจายน์วัดสระทอง ดินจากพระธาตุเจดีย์อุบมุง
จังหวัดกาฬสินธ์ ผงธูปและดินจากหลักเมือง
จังหวัดชุมพร ทรายใจกลางศาลกรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์ หาดทรายสีผงธูปที่บูชาพระรูปกรมหลวงชุมพรฯ
จังหวัดนครศรีธรรมราช ผงจากองค์พระบรมธาตุ เกสรดอกไม้ที่บูชาองค์พระบรมธาตุ
จังหวัดสุราษธานี ผงจากองค์พระบรมธาตุไชยา เทียนบูชาพระบรมธาตุไชยา
จังหวัดระยอง ผงธูปบูชาพระพุทธรูปคานสมอ สมัยเจ้าอ้ายยี่ วัดอุปนันทาราม
จังหวัดกระบี่ ดินในกระถ้ำพระบนเขาขนาบน้ำ
จังหวัดพังงา ดินจากหลักเมือง ดินและเศษชิ้นส่วนจากเทวสถาน และเทวรูปพระนารายณ์
จังหวัดภูเก็ต ผงจากรอยพระพุทธบาท เกาะแก้วหาดราไว ผงธูปและเปลวทองจากพระพุทธรูปพระทอง วัดพระทอง ผงธูปและเปลวทองที่บูชาอนุสาวรีย์ หลวงพ่อแช่มวัดฉลอง
จังหวัดสงขลา ผงจากองค์พระบรมมธาตุเจดีย์วัดไชยมงคล ผงธูปและเปลวทองจากหลักเมือง
จังหวัดตรัง พระผงศรีวิชัยจากถ้ำบางดี ถ้ำศรีวิหารห้วยยอด พระว่านศักดิ์สิทธิ์ปรุงด้วยว่าน 200 อย่าง พระดินดิบได้มาจากถ้ำพระพุทธและดินสังเวชนียสถานสี่แห่ง ประเทศอินเดีย
จังหวัดพัทลุง ผงจากองค์พระธาตุเจดีย์วัดตะเขียน
จังหวัดสตูล ผงธูปหน้าที่บูชาพระพุทธรูปวัดชนาธิปเฉลิม วัดสันติวรราราม
จังหวัดปัตตานี ดินผงธูปเปลวทองจากที่บูชาหลวงพ่อทวดวัดช้างไห้
จังหวัดยะลา ผงจากองค์พระพุทธไสยาสน์วัดคูหามุข ดินหลักเมือง
จังหวัดนราธิวาส ดินผงธูปและเกสรดอกไม้จากวัดพระพุทธ
แม้ภาชนะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆใช้บรรจุ ห่อ วัตถุมงคลศักดิ์สิทธิ์ผสมถวายนั้น มิได้ทรงทิ้งขว้างหรือทำลาย คือ มีทั้งกระดาษ พลาสติก แก้ว และวัสดุอื่นอีกหลายอย่าง เมื่อทรงใช้วัตถุมงคลศักดิ์สิทธิ์ผสมเสร็จแล้ว หีบห่อเหล่านั้น ได้ทรงให้ยุบรวมเป็นชิ้นเดียว และทรงเก็บรวบรวมไว้ในพระตำหนัก

พระพุทธรูปพิมพ์องค์นี้ผู้รับพระราชทานได้ขนานนามกันเป็นภายในว่า "สมเด็จหลวงพ่อจิตรลดา" ส่วน "พระกำลังแผ่นดิน" นั้น เข้าใจว่าท่าน ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมชจะเป็นผู้ขนานพระนาม ตามชื่อของพระองค์ท่าน"ภูมิ" แปลว่า "แผ่นดิน" คำว่า "พล" แปลว่า "กำลัง" จึงเป็นที่มาของพระนามองค์พระ "สมเด็จจิตรลดา" ว่า "พระกำลังแผ่นดิน"


ผู้โพสต์ : จิ๊กโก๋ ขอโชว์   วันที่ : 14 - ม.ค. - 50  เวลา 07:42:41   , ip : 125.24.xxx.xxx    แจ้งลบทั้งกระทู้   



Warning: getimagesize(images/board/3_1168735507.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

ต่อ..ครับ

สมเด็จจิตรลดา เป็นพระพุทธรูปพิมพ์องค์เดียว ที่เคยสร้างมาในเมืองไทย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นผู้สร้าง แต่ไม่ได้มีพิธีพุทธาภิเษก เช่น พระเครื่อง เหรียญหรือวัตถุมงคลอื่นๆที่จะต้องผ่านพิธี พุทธาภิเษกเพื่อให้มีพุทธานุภาพ โดยพระเกจิอาจารย์ชื่อดังจากอารามต่างๆ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ทรงอธิษฐานพระบุญญาบารมีขององค์พระท่าน ความมีศรัทธาปาสาทะอย่างสุดซึ้ง ในพระบวรพุทธศาสนาและผลบุญกุศลที่พระองค์มั่นอยู่ในการแต่กรรมดีทั้งในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ ช่วยดลบันดาลให้ พระพุทธรูปพิมพ์ที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นนั้น สูงสุดด้วยพุทธานุภาพ และกฤตยานุภาพ คุ้มครองให้คลาดแคล้วผองภัยพิบัติ และอำนวยความเป็นสิริมงคล ให้แก่ผู้ที่ได้นำไปบูชา ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาและประกอบแต่กรรมดีและอัญเชิญพระพุทธคุณด้วยพระราชหฤทัยอันมั่นคงในพิธราชธรรม ให้อยู่อย่างมั่นคงกับพระพุทธรูปพิมพ์องค์นี้ ทุกครั้งที่ทรงเทพิมพ์ด้วยพระหัตถ์ ในยามดึกสงัดเพียงลำพังพระองค์เดียว มีเพียงเจ้าพนักงาน 1 คน ที่คอยถวายสุธารส และคอยหยิบสิ่งของต่างๆถวายตามพระราชประสงค์ การผสมผงวัตถุมงคลจะทรงผสมให้พอดีที่จะพิมพ์ให้หมดในแต่ละครั้งเท่านั้น

ทรงพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานสมเด็จจิจรลดา ทรงประสิทธิ์ประสาทโดยพระหัตถ์เป็นบุคคลๆไป พร้อมพระกระแสรับสั่งทุกครั้งให้ผู้รับพระราชทานจงประพฤติปฏิบัติคุณงามความดีอยู่ในศีลธรรม และยึดมั่นในอำนาจแห่งพระพุทธคุณ ทรงกำชับให้เอาทองเปลว ปิดที่ด้านหลังขององค์พระให้ได้ก่อนนำไปบูชา ขณะปิดทองให้ตั้งจิตสมาธิ อธิษฐาน ขอให้ความดีที่มีอยู่ในตัว จงดำรงอยู่ต่อไป และขอให้ยังความเป็นสิริมงคล จงบังเกิดแก่ตัวยิ่งขึ้น อีกประสบแต่ความสุขความเจริญในทางที่ดีงาม การปิดทองด้านหลังองค์พระคงเป็นเคล็ดบางอย่าง ที่ทรงพระราชดำริในการที่จะทรงปลูกฝังนิสัย ให้ผู้รับพระราชทานนำไปคิดเป็นทำนองว่า การที่บุคคลใดจะทำการกุศลหรือประโยชน์สาธารณะใดๆ พึงมุ่งหวังให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นโดยแท้จริง มิได้หวังลาภยศ ชื่อเสียง ทำนองคติโบราณที่ว่า "ปิดทองหลังพระ"

สมเด็จจิตรลดา จะทรงพระราชทานให้แก่เฉพาะข้าราชบริพาร ข้าราชการหลายระดับ แต่ทราบกันภายในว่าไม่ทรงโปรดให้เป็นข่าวแพร่สะพัด ผู้ที่ได้รับพระราชทานส่วนใหญ่ ถือว่า เป็น "ของดี ของสูง" และเป็น "ส่วนพระองค์" โดยแท้ จึงไม่มีใครกล้าปริปาก กระนั้นก็ดี ต่อเมื่อความศักดิ์สิทธิ์ในพระพุทธคุณของสมเด็จจิตรลดาได้ปรากฏออกมา ความนั้นก็เก็บไม่อยู่ พสกนิกรของพระองค์อีกจำนวนมาก ต่างก็กราบบังคมทูลขอพระราชทานอย่างไม่ขาด จึงพระกรุณาโปรดสร้างขึ้นอีกจำนวนมากเป็นพันองค์ พระองค์ได้พระราชทานให้กับพสกนิกรผู้ประกอบแต่กรรมดี โดยมิได้เลือก ชั้น วรรณะ นับตั้งแต่นักการเมือง นายทหาร นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ลงมาถึงระดับคนขับรถ คนทำสวน แม่ครัว และบรรดาข้าราชการทหารที่จะออกร่วมรบในสมรภูมิต่างๆ เช่น เวียดนาม และลาว ผู้บังคับบัญชาในระดับสูง จะทำหนังสือกราบบังคมทูล ขอพระราชทานให้แก่นายทหารตั้งแต่ชั้นสัญญบัตรลงมาถึงนายทหารชั้นผู้น้อย ในจำนวนที่ไม่มากนัก ซึ่งจะทรงมีพระราชวินิจฉัยด้วยพระองค์ว่า จะมีพระบรมราชานุญาติหรือไม่ จำนวนเท่าใด แต่การขอพระราชทานจะต้องขอพระราชทานต่อพระองค์เท่านั้น จะไม่พระราชทานให้ผู้ใด ที่ไม่ได้ขอพระราชทาน

สมเด็จพระจิตรลดาทุกองค์ จะได้รับพระราชทานจากพระหัตถ์ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและมีใบประกาศนียบัตร (ใบกำกับองค์พระ) ขนาดกว้างประมาณ 12.7 ซม. ยาว 15.8 ซม พื้นที่สีขาวด้านบนมีภาพพิมพ์องค์พระสมเด็จจิตรลดาประกอบอยู่ แต่ไม่ใช่องค์ที่ทรงพระราชทานให้ ขนาดจะใหญ่กว่าองค์พระจริงเล็กน้อย สีน้ำตาลเข้ม เป็นเอกสารส่วนพระองค์ เอกสารสำคัญฉบับนี้ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจะแจ้งให้มารับภายหลัง จากวันที่ได้รับพระราชทานองค์พระ โดยไม่มีหมายกำหนดการที่แน่นอน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงสร้าง "สมเด็จจิตรลดา" พระพุทธรูปพิมพ์ไม่มากกว่าสามพันองค์เท่านั้น(พิมพ์เล็กทรงสร้างไม่เกิน 30 องค์) เนื่องจากแพทย์หลวงได้ทูลเกล้าฯ ถวายคำแนะนำว่าพระองค์ ทรงแพ้สารเคมีและผงฝุ่นบางชนิด ในส่วนผสมขององค์พระ ทำให้พระองค์ทรงพระประชวรด้วยโรคทางเดินหายใจบ่อยครั้งในช่วงหลังๆ อีกทั้งพระองค์ท่านทรงไม่อยากเห็นพสกนิกรผู้ปรารถนาในพระพุทธรูปพิมพ์ของพระองค์อีกจำนวนมาก จะต้องสิ้นทรัพย์มากเป็นหมื่นๆ อย่างขาดสติ เป็นเหยื่อของคนสิ้นคิดซึ่งแอบทำพระพุทธรูปพิมพ์นี้ปลอมกันออกมามากในระยะนั้น ดังนั้นในราวปลายปีพุทธศักราช 2512 จึงไม่ได้ทรงสร้างสมเด็จจิตรลดา โดยพระหัตถ์ของพระเองอีกเลย

หลักการพิจรณา พระพุทธรูปพิมพ์ พระสมเด็จจิตรลดาที่ทรงสร้างขึ้นในปีพุทธศักราช 2508-2512
พุทธลักษณะ
พระพุทธรูปพิมพ์ ปางสมาธิขัดราบ ประทับเหนือดอกบัวบาน 9 กลีบ พุทธศิลป์คล้ายพระพุทธปฏิมาสมัยสุโขทัย

ขนาดพระพิมพ์
พระพิมพ์ใหญ่ขนาดกว้าง 2 เซนติเมตร สูง 3 เซนติเมตร ความหนาโดยประมาณ 0.5-1.0 เซนติเมตร ขอบองค์พระพิมพ์ทั้ง 3 ด้าน จะป้านเฉียงออกสู่ด้านหลังองค์พระพิมพ์มากน้อยขึ้นอยู่กับความหนาขององค์พระพิมพ์ที่ทรงสร้าง พิมพ์เล็กขนาดกว้าง 1.2 เซนติเมตร ความหนาโดยประมาณ 0.5 เซนติเมตร ขอบองค์พระพิมพ์ทั้ง 3 ด้าน จะป้านเฉียงออกสู่ด้านหลังขององค์พระพิมพ์เล็กน้อย

พระพักตร์
ใบหน้าองค์พระพิมพ์ ดูลักษณะคล้ายผลมะตูมอิ่มเอิบ

พระเกศ
พระเกศขององค์พระพิมพ์ดูเด่นชัด

พระกรรณ
ใบหูทั้งสองข้างขององค์พระพิมพ์จะติดเด่นชัด และโค้งอ่อนช้อย ยกเว้นพระพิมพ์ที่ทรงสร้างในปีพุทธศักราช 2508-2509 จะติดไม่เด่นชัด

พระนาสิก
จมูกขององค์พระพิมพ์จะดูเป็นสันเด่นชัด ยกเว้นพระพิมพ์ที่ทรงสร้างในปี 2508-2509 จะไม่ติดเป็นสันเด่นชัด

ดอกบัวบาน
กลีบดอกบัวบานจะอ่อนช้อยได้สัดส่วนเด่นชัด ส่วนมากมักมีการประทุของฟองอากาศเป็นรูปเล็กๆ

เกสรดอกบัว
เกสรเหนือกลีบดอกบัวบาน จะติดเป็นเม็ดกลมเรียงกันเป็นแถวเด่นชัด ส่วนมากมักจะเกิดการประทุของฟองอากาศเป็นรูเล็กๆ ส่วนพระพิมพ์ที่ทรงสร้างในปีพุทธศักราช 2508-2509 มักจะไม่ติดเป็นเม็ดกลมๆและเรียงกันเป็นแถว

มวลสาร
มวลสารหลักที่ปรากฏให้เห็นในองค์พระพิมพ์ จะเป็นเศษชิ้นเล็กๆ ส่วนมากจะเป็นเศษของดอกไม้แห้ง เศษของผงธูป และก้านธูป เศษชิ้นส่วนของสีที่ขูดจากผ้าใบภาพฝีพระหัตถ์ และจากเรือใบพระที่นั่งที่ทรงต่อขึ้น จะเป็นเศษสีแดง สีเขียว สีเขียวอ่อน สีเขียวอ่อนอมฟ้า สีขาวนม เศษชิ้นเล็กๆของแกนเทียนชัย เนื้อเทียนชัยสีขาวนม เศษชิ้นเล็กๆของเม็ดกรวด เม็ดทราย เศษดิน เศษชิ้นส่วนของทองคำเปลว บางองค์จะปรากฏเส้นพระเจ้า(เส้นผม) ส่วนมากจะฝังอยู่ด้านขอบข้างหรือด้านหลังขององค์พระพิมพ์ มวลสารศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ จะมีจำนวนมากน้อย แบบหยาบ แบบหยาบปนละเอียด หรือแบบละเอียด ขึ้นอยู่กับปีที่ทรงสร้างพระพิมพ์ ไม่มีมาตรฐานที่แน่นอน แล้วทรงนำมวลสารศักดิ์สิทธิ์ต่างๆผสมรวมกับตัวประสานหลักที่ทรงในการสร้างพระพิมพ์ คงจะเป็นโพลีเอสเตอร์เรซิน(เป็นพลาสติกในรูปของเหลว) และใช้ ฮาร์ดเดนเนอร์(ตัวทำให้แข็ง) หรือที่เรียกกันว่า คะตะลิสต์(ตัวเร่งปฏิกิริยา) เมื่อใส่สารเร่งปฏกิริยาบางชนิดลงไปในเนื้อของเรซิ่น จะทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีขึ้น โดยการเปลี่ยนสภาพจากพลาสติกเหลว เป็นพลาสติกแข็งใส หรืออมเหลืองอมแดงแล้วแต่ชนิดของวัตถุดิบที่ทรงใช้ โดยตามธรรมชาติของเรซิ่นแล้ว จะเกิดความมันใส และเมื่อถูกผสมกับตัวเร่งปฏิกิริยา จะก่อให้เกอดความร้อน จึงเป็นสาเหตุให้องค์พระพิมพ์ส่วนมากปรากฏการประทุของฟองอากาศเป็นรูเล็กๆ หรือไม่ก็เป็นฟองอากาศอยู่บนผิวขององค์พระพิมพ์(ที่เข้าใจว่าทรงใช้โพลีเอสเตอร์เรซินเป็นตัวประสานหลัก อันเนื่องมาจากในช่วงนั้น พระองค์ทรงกำลังต่อเรือใบพระที่นั่งพอดี

สีและผิวพรรณองค์พระพิมพ์ที่ทรงเริ่มสร้างในราวปลายปีพุทธศักราช 2508 และทรงพระราชทานในปีพุทธศักราช 2508
ผิวองค์พระดูแห้ง แต่ชุ่มใสเล็กน้อย ปรากฏมวลสารต่างๆไม่ทั่วองค์พระ สีส่วนมากจะเป็นสีน้ำตาลอ่อนอมเหลือง ความหนาโดยประมาณ 0.5 เซนติเมตร จำนวนที่ทรงสร้างไม่เกิน 100 องค์ และทรงสร้างพระพิมพ์เล็กร่วมด้วย แต่ทรงพระราชทานพิมพ์เล็กในราวต้นปีพุทธศักราช 2509 จะเป็นพระพิมพ์ที่ทรงสร้างขึ้นในราวปลายปีพุทธศักราช 2508 ทั้งหมด
   ความเห็นที่ 1 โดยคุณ : จิ๊กโก๋ ขอโชว์ วันที่ : 14 - ม.ค. - 50  เวลา 07:45:07  ,ip :125.24.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/3_1168735608.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

ของปี 09พระพิมพ์ที่ทรงพระราชทานในปีพุทธศักราช 2509
ผิวองค์พระดูแห้ง แต่ชุ่มใสมากขึ้น ปรากฏมวลสารต่างๆเด่นชัดทั่วทั้งองค์พระ และปรากฏเม็ดผดขึ้นเล็กน้อยไม่ทั่วทั้งองค์พระ สีส่วนมากเป็นสีน้ำตาลอมแดงอ่อน ความหนาโดยประมาณ 0.5 เซนติเมตร จะเป็นพระพิมพ์ที่ทรงสร้างในช่วงสิ้นปีพุทธศักราช 2508 และในช่วงต้นปี 2509
   ความเห็นที่ 2 โดยคุณ : จิ๊กโก๋ ขอโชว์ วันที่ : 14 - ม.ค. - 50  เวลา 07:46:48  ,ip :125.24.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/3_1168735681.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

ของปี 10พระพิมพ์ที่ทรงพระราชทานในปีพุทธศักราช 2510
ผิวองค์พระดูชุ่มใสมากขึ้น ปรากฏมวลสารต่างๆเด่นชัดขึ้นทั่วทั้งองค์พระ และปรากฏเม็ดผดขึ้นเล็กน้อยไม่ทั่วทั้งองค์พระ สีส่วนมากเป็นสีน้ำตาล,สีน้ำตาลอมเขียว และสีน้ำตาลแดงเม็ดมะขาม ความหนาโดยประมาณ 0.6 เซนติเมตร จะเป็นพระพิมพ์ที่ทรงสร้างขึ้นในช่วงกลางปีพุทธศักราช 2509 และในช่วงกลางปีพุทธศักราช 2510(พระที่ทรงสร้างในช่วงกลางปีพุทธศักราช 2509บางส่วนทรงคัดและนำไปบรรจุที่ฐานบัวหงายในองค์พระพุทธนวราชบพิตร)
   ความเห็นที่ 3 โดยคุณ : จิ๊กโก๋ ขอโชว์ วันที่ : 14 - ม.ค. - 50  เวลา 07:48:01  ,ip :125.24.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/3_1168735750.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

ของปี 2511พระพิมพ์ที่ทรงพระราชทานในปีพุทธศักราช 2511
ผิวองค์พระดูชุ่มใสมากขึ้น ปรากฏมวลสารปานกลาง จะปรากฏเด่นชัดด้านข้างและด้านหลัง และปรากฏเม็ดผดขึ้นเล็กๆ ทั่วทั้งองค์พระอย่างเด่นชัดกว่าองค์พระพิมพ์ที่ทรงพระราชทานทุกปี สีส่วนมากเป็นสีน้ำตาล และสีน้ำตาลอ่อน แลดูซีดๆ ความหนาโดยประมาณ 0.6-0.7 เซนติเมตร จะเป็นพระพิมพ์ที่ทรงสร้างขึ้นในช่วงปลายปีพุทธศักราช 2510 และในช่วงต้นปีพุทธศักราช 2500(จำนวนที่ทรงสร้างและพระราชทานมีมากที่สุด)
   ความเห็นที่ 4 โดยคุณ : จิ๊กโก๋ ขอโชว์ วันที่ : 14 - ม.ค. - 50  เวลา 07:49:10  ,ip :125.24.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/3_1168735818.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

ปี 2512พระพิมพ์ที่ทรงพระราชทานในปีพุทธศักราช 2512
ผิวองค์พระดูชุ่มใสเป็นมัน บางองค์ปรากฏมวลสารต่างๆมากทั้งองค์พระ บางองค์ปรากฏมวลสารปานกลาง โดยมากจะปรากฏอยู่ด้านข้างองค์พระ และปรากฏเม็ดผดขึ้นเล็กๆไปทั่วทั้งองค์พระ สีส่วนมากเป็นสีน้ำตาลเข้ม บางองค์เป็นสีน้ำตาลอมเขียว เอกลักษณ์เฉพาะคือเริ่มมีความหนาและมันเงา ความหนาประมาณ 0.8 เซนติเมตร จะเป็นพิมพ์ที่สร้างขึ้นในช่วงปลายปีพุทธศักราช 2511 และในช่วงกลางปีพุทธศักราช 2512 บางส่วนทรงพระราชทานให้แก่ข้าทหารที่จะออกไปร่วมรบในสมรภูมิต่างๆ เช่น เวียดนามและลาว
   ความเห็นที่ 5 โดยคุณ : จิ๊กโก๋ ขอโชว์ วันที่ : 14 - ม.ค. - 50  เวลา 07:50:18  ,ip :125.24.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/3_1168735889.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

ปี2513พระพิมพ์ที่ทรงพระราชทานในปีพุทธศักราช 2513
ผิวองค์พระดูชุ่มใสเป็นมัน บางองค์ปรากฏมวลสารต่างๆมากด้านหน้าองค์พระ และปรากฏเม็ดผดขึ้นเล็กๆไม่ทั่วทั้งองค์พระ สีส่วนมากเป็นสีน้ำตาลเข้ม เอกลักษณ์เฉพาะคือ มีความหนาโดยประมาณ 0.9-1.0 ซ.ม จะเป็นพระพิมพ์ที่ทรงสร้างในช่วงกลาง ถึงปลายปีพุทธศักราช 2512 ทั้งหมด(จำนวนที่ทรงสร้างไม่เกิน 300 องค์)

การเก็บแต่งขอบ
พระพิมพ์ทุกองค์จะปรากฏรอยเจียรแต่งพื้นผิวขอบทัง 3 ด้านขององค์พระพิมพ์ เป็นแนวทางยาวในทิศทางเดียวกัน บางองค์ปรากฏรอยบุบตัว หรือรอยเนื้อเกินที่เจียรแต่งไม่หมด และจะปรากฏให้เห็นมวลสารต่างๆปะปนกันเด่นชัด อันเนื่องจากการเจียรแต่งผิว พระที่ทรงสร้างขึ้นในปีต้นๆจะปรากฏรอยเนื้อเกินของแท่นพิมพ์ที่ทรงเจียรแต่งไม่หมด พื้นผิวจะเป็นผดเม็ดเล็กๆ เกิดจากตัวประสานหลักในองค์พระพิมพ์ยังไม่แข็งตัว จึงซึมผ่านออกมาด้านนอก และปรากฏการประทุของฟองอากาศอยู่ประปราย มากน้อยแตกต่างกันไป ด้านหลังขององค์พระพิมพ์จะปรากฏรอยเจียรแต่งพื้นผิวให้เรียบเป็นแนวทางราบในทิศทางเดียวกัน บางองค์ พระพิมพ์ปรากฏการยุบตัวของเนื้อที่เครื่องเจียรแต่งพืนผิวเจียรไม่ถึง และปรากฏให้เห็นมวลสารต่างๆเด่นชัด อันเนื่องจากการเจียรแต่งผิวให้เรียบได้ถูกเจียรแต่งออกไป จะเป็นพระพิมพ์ที่ทรงสร้างขึ้นในช่วงปีต้นๆเป็นส่วนมาก ยกเว้นพระพิมพ์ที่ทรงสร้างในปีหลังๆ จะทรงปาดเรียบพื้นผิวด้านหลัง และมักจะไม่ปรากฏให้เห็นมวลสารต่างๆเด่นชัด บางองค์เท่านั้นที่มีการเจียรแต่งพื้นผิวจะปรากฏการประทุของฟองอากาศเป็นรูอยู่ประปราย มากน้อยแตกต่างกันไป ขอบสันรอบองค์พระพิมพ์ทุกๆด้านจะปรากฏรอยเจียรแต่งลบเหลี่ยมของสันทุกองค์ พระพิมพ์ที่ทรงสร้างขึ้นในระหว่างปีพุทธศักราช 2508-2511 มักจะพบรอยตะเข็บของแม่พิมพ์ที่ทรงเจียรแต่งไม่หมดหลงเหลืออยู่

   ความเห็นที่ 6 โดยคุณ : จิ๊กโก๋ ขอโชว์ วันที่ : 14 - ม.ค. - 50  เวลา 07:51:29  ,ip :125.24.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ พร้อมภาพครับ
   ความเห็นที่ 7 โดยคุณ : มังกร วันที่ : 14 - ม.ค. - 50  เวลา 09:33:10  ,ip :124.121.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


จะลองเข้าไปดูในเวปนี้เพิ่มเติมอีกก็ได้นะครับ
www.freewebtown.com/landpower/

   ความเห็นที่ 8 โดยคุณ : มังกร วันที่ : 14 - ม.ค. - 50  เวลา 09:47:28  ,ip :124.121.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



            ยินดีต้อนรับครับผม
   ความเห็นที่ 9 โดยคุณ : niwat วันที่ : 16 - ม.ค. - 50  เวลา 09:49:32  ,ip :58.136.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ครับ ขอบคุณมากครับ คุณniwat สุดหล่อ.
ไปแอบดูรูปมาแล้ว  ฮ่าๆๆๆ  หล่อจริง นะครับ ไม่ได้แกล้มชม.
   ความเห็นที่ 10 โดยคุณ : จิ๊กโก๋ ขอโชว์ วันที่ : 16 - ม.ค. - 50  เวลา 16:02:06  ,ip :125.25.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


มิน่าหละครับเอ่ยปากขอพี่สาวไวไม่ให้สักที
   ความเห็นที่ 11 โดยคุณ : 22032521 วันที่ : 30 - ม.ค. - 50  เวลา 13:09:54  ,ip :58.10.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น
เชิญ Login เพื่อร่วมแสดงความเห็น
  Username :   
  Password :   
    







Copyright©2004 Amulet2U.com. All rights reserved. Develop by NetworkDD.com.