อ่านทั้งหมดประชาสัมพันธ์ถาม-ตอบความรู้-วิชาการมีดีมาโชว์ซื้อ-ขาย-ประมูลสัพเพเหระกิจกรรม 2U
การจัดประเภทรูปแบบการฝังศพ: หลุมขุดค้นทางโบราณคดีวัดชมชื่น

Warning: getimagesize(images/board/3_1182990157.png) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

บทคัดย่อ


                บทความนำเสนอผลการจัดประเภทรูปแบบการฝังศพจากข้อมูลที่หลุมขุดค้นทางโบราณคดี แหล่งโบราณคดีวัดชมชื่น อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ทั้งจากการดำเนินงานทางโบราณคดีที่ผ่านมาทั้งในปีพ.ศ. 2536  และพ.ศ. 2538  ร่วมกับข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้จากการขุดค้นตามโครงการปรับปรุงอาคารหลุมขุดค้นวัดชมชื่นในปัจจุบัน สรุปรวมหลักฐานบริบทของหลุมฝังศพที่พบทั้งสิ้นจำนวน 17 หลุมฝังศพ สามารถจำแนกและกำหนดอายุจากการเปรียบเทียบลำดับชั้นดินทางวัฒนธรรมได้ใน 3 ช่วงสมัยต่อเนื่องกัน คือ ชั้นสมัยรอยต่อระหว่างยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายถึงสมัยทวารวดี จำนวน 15 หลุมฝังศพ, ชั้นสมัยวัฒนธรรมร่วมแบบเขมรถึงสมัยสุโขทัยจำนวน 1 หลุมฝังศพ และชั้นสมัยสุโขทัยถึงสมัยอยุธยาจำนวน 1 หลุมฝังศพ ส่วนวัตถุประสงค์หลักของการศึกษาคือการจัดจำแนกรูปแบบการฝังศพตามคุณลักษณะใหญ่และย่อยในบริบทโดยรวมเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการวิเคราะห์เปรียบเทียบร่วมกับข้อมูลที่ได้จากแหล่งโบราณคดีในพื้นที่ใกล้เคียงรวมถึงข้อมูลใหม่ที่ได้จากการขุดค้นเพิ่มเติม โดยข้อสังเกตสำคัญของผลการศึกษานี้คือรูปแบบการฝังศพแบบนอนตะแคงและการวางตัวในแนวแกนทิศตะวันตกนั้นน่าจะเป็นลักษณะเฉพาะ หรืออัตลักษณ์พิเศษของกลุ่มชนพื้นที่ในช่วงสมัยรอยต่อยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายถึงสมัยทวารวดีที่กำหนดอายุได้ราวพุทธศตวรรษที่ 10-16 กับข้อสังเกตที่ว่ารูปแบบการฝังศพครั้งที่สองในภาชนะนั้นยังคงเป็นรูปแบบพิธีกรรมหนึ่งที่อาจจะถูกเลือกและมีพัฒนาการสืบเนื่องมาจนถึงสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยา โดยความนิยมในการฝังศพรูปแบบเช่นนี้อาจจะไม่แพร่หลายเท่ากับพิธีกรรมการเผา และหรือการเผาเพื่อเก็บเถ้ากระดูกไว้ในโกฐหรือโถ หรือไหตามแนวคติทางพุทธศาสนาที่ได้รับความนิยมในสมัยดังกล่าวก็อาจจะเป็นได้
สภาพทั่วไป ประวัติการดำเนินงาน และผลดำเนินงานทางโบราณคดี หลุมขุดค้นทางโบราณคดีวัดชมชื่น
                หลุมขุดค้นทางโบราณคดีวัดชมชื่นตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของโบราณสถานวัดชมชื่น ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย  เขตปกครองหมู่ที่ 6 ตำบลศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ระวางพิกัดภูมิศาสตร์(อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย) ละติจูดที่ 17 องศา 25 ลิปดา 30 ฟิลิปดาถึง 17 องศา 26 ลิปดา 00 ฟิลิปดาเหนือ ลองจิจูดที่ 99 องศา 47 ลิปดา 00-40 ฟิลิปดาตะวันออก (แผนที่ทหารระวางที่ 4943I พิมพ์ครั้งที่ 1-RTSD ลำดับชุด L7017 มาตราส่วน 1:50,000)
ผู้โพสต์ : เมืองเก่า   วันที่ : 28 - มิ.ย. - 50  เวลา 07:22:37   , ip : 124.157.xxx.xxx    แจ้งลบทั้งกระทู้   



Warning: getimagesize(images/board/3_1182990245.png) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ของตัวหลุมขุดค้นทางโบราณคดีตั้งอยู่ในบริเวณที่แม่น้ำยมไหลวกอ้อมเป็นส่วนที่ยื่นแหลมออกมาจากเมืองโบราณศรีสัชนาลัย ส่งผลให้พื้นที่และลักษณะของชั้นดินส่วนใหญ่เป็นชั้นดินทับถมที่เกิดจากตะกอนของลำน้ำ(alluvium) ชุดดินที่ราบน้ำท่วมถึง และชุดดินชายฝั่งแม่น้ำยมที่ประกอบด้วยชั้นดินเหนียวตะกอนท้องน้ำ ชั้นทรายหยาบผสมกับหินกรวดแม่น้ำ ชั้นทรายละเอียด ชั้นดินร่วนเหนียวปนทรายแป้ง และชั้นดินร่วนปนทรายกับทรายแป้งสลับกันหลายชั้นที่แสดงให้เห็นถึงสภาพของพื้นที่ในอดีตซึ่งน่าจะเกิดสภาวะน้ำท่วมขังอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน หรือฤดูน้ำหลากดังเช่นในปัจจุบันที่พบว่าค่าระดับน้ำที่ขึ้นสูงสุดอยู่ต่ำกว่าระดับขอบตลิ่งปัจจุบันประมาณ 2 เมตร และเช่นเดียวกันที่ขอบตลิ่งเหล่านี้จะถูกกัดเซาะและพังทลายต่อเนื่องจากการพัดพาของแม่น้ำยมอยู่ต่อเนื่องตลอดเวลา

                ด้านประวัติการดำเนินงานของพื้นที่เริ่มต้นขึ้นราว ปีพ.ศ. 2531 จากเหตุที่นักวิชาการชาวออสเตรเลียสำรวจชายตลิ่งด้านหน้าวัดได้รายงานพบชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์  และทางเจ้าหน้าที่โครงการอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยได้สำรวจขุดกู้โครงกระดูกขึ้นในปีเดียวกัน ก่อนที่จะเริ่มทำการขุดค้นอย่างเป็นระบบในปีพ.ศ. 2536-2537 โดยสถาพร  เที่ยงธรรม(2537) และทำการขุดค้นเก็บข้อมูลเพิ่มเติมในปีพ.ศ. 2538-2539 โดยธาดา สุทธิเนตร(2540) เพื่อปรับปรุงเป็นอาคารอนุรักษ์และจัดแสดงตัวหลุมขุดค้นในปีพ.ศ.2540 แต่ด้วยสภาพปัจจัยธรรมชาติอย่างการพัดพาของแม่น้ำ ระดับน้ำใต้ดินและความชื้นที่เกิดขึ้นได้ก่อเกิดความเสียหายต่อเนื่องต่อกลุ่มโบราณวัตถุที่จัดแสดงอยู่ภายในหลุมขุดค้น ทางอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยจึงได้จัดดำเนินการ “โครงการปรับปรุงอาคารหลุมขุดค้นวัดชมชื่นขึ้นในปีพ.ศ. 2548” และยังอยู่ระหว่างการดำเนินงานในปัจจุบัน

                ส่วนผลการศึกษาทางโบราณคดีที่ผ่านมาของแหล่งโบราณคดีนั้น สถาพร เที่ยงธรรม(2537) ,สถาพร เที่ยงธรรม และธาดา สุทธิเนตร(2540) ร่วมสรุปผลลำดับชั้นทางวัฒนธรรมของพื้นที่ได้ 5 สมัยต่อเนื่องจากสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายไล่เรียงจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งแต่ละระดับชั้นวัฒนธรรมสามารถแสดงรายละเอียดเบื้องต้นได้ดังนี้คือ

1)  ชั้นวัฒนธรรมสมัยที่ 1: ยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย กำหนดอายุได้ราวพุทธศตวรรษที่ 9
จากหลักฐานการจัดเรียงลำดับของชั้นดินที่อยู่ในระดับใต้โครงกระดูกหรือหลุมฝังศพร่วมกับคุณลักษณะของภาชนะดินเผาที่เป็นกลุ่มเศษภาชนะดินเผาเนื้อหยาบและมีคุณภาพต่ำ โดยการกำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ 9 กำหนดขึ้นจากการเปรียบเทียบร่วมกับชั้นดินในวัฒนธรรมสมัยต่อมาที่มีการกำหนดอายุทางวิทยาศาสตร์ได้ราวพุทธศตวรรษที่ 10-11

2) ชั้นวัฒนธรรมสมัยที่ 2: สมัยรอยต่อระหว่างยุคก่อนประวัติศาสตร์ถึงสมัยวัฒนธรรมทวารวดี กำหนดอายุได้ราวพุทธศตวรรษที่ 10-16 จากหลักฐานการกำหนดอายุทางวิทยาศาสตร์ด้วยวิธีคาร์บอน 14 ร่วมกับการเปรียบเทียบบริบทของหลุมฝังศพที่พบจำนวน 15 โครง และการเปรียบเทียบรูปแบบของโบราณวัตถุที่พบทั้งกลุ่มเครื่องประดับลูกปัดแก้วและหินทั้งอาร์เกตและคาร์นีเลียน กับกลุ่มภาชนะดินเผาเนื้อดินธรรมดา(earthenware)แบบหม้อกึ่งมีสันและภาชนะทรงบาตรที่เป็นลักษณะพิเศษของโบราณวัตถุที่พบในสมัยของวัฒนธรรมทวารวดีร่วมกับแหล่งโบราณคดีร่วมสมัยต่าง ๆ ทั้งที่ บ้านคูเมือง จังหวัดสิงห์บุรี, บ้านซับจำปา จังหวัดลพบุรี และที่บ้านจันเสน จังหวัดนครสวรรค์ เป็นต้น

3)  ชั้นวัฒนธรรมสมัยที่ 3: สมัยวัฒนธรรมร่วมแบบเขมรถึงสมัยสุโขทัยตอนต้น กำหนดอายุราวพุทธ
ศตวรรษที่ 17-18 จากหลักฐานการกำหนดอายุทางวิทยาศาสตร์ด้วยวิธีคาร์บอน 14 (ตัวอย่างที่ 1: 1720(+,-70) BP., ตัวอย่างที่ 2: 1560(+,-70) BP.) ร่วมกับการเปรียบเทียบลักษณะทางสถาปัตยกรรมของกลุ่มโบราณสถานที่ก่อด้วยอิฐที่ไม่ทราบหน้าที่การใช้งานจำนวน 3 หลัง(ตัวโบราณสถานสภาพค่อนข้างชำรุด อิฐเรียงระเกะระกะไม่ได้แนวจากสาเหตุการพัดพาของแม่น้ำ หรือสภาวะน้ำท่วมขังของพื้นที่ในช่วงเวลาต่างๆ ) และคุณลักษณะของเศษภาชนะดินเผาแบบเนื้อแกร่ง(stoneware) ทั้งเครื่องถ้วยเคลือบเขียวแบบเชลียง และเครื่องถ้วยเนื้อดินขาวเคลือบสีเขียวใสแบบลพบุรีหรือแบบเขมร
 
ซึ่งการเปรียบเทียบในลำดับชั้นวัฒนธรรมสมัยนี้นั้นกำหนดเปรียบเทียบทั้งจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ศิลปะ สถาปัตยกรรม และโบราณวัตถุที่พบในระดับความลึกใกล้เคียงกันกับข้อมูลที่ได้จากโบราณสถานวัดชมชื่น โบราณสถานวัดเจ้าจันทร์ และโบราณสถานวัดพระศรีรัตนมหาธาตุเชลียงที่สอดคล้องเข้ากับพงศาวดารโยนก และพงศาวดารซ้องภาคเหนือที่มีการกล่าวถึงเมืองเชลียงในมิติเวลาที่ร่วมสมัยกัน 

   ความเห็นที่ 1 โดยคุณ : เมืองเก่า วันที่ : 28 - มิ.ย. - 50  เวลา 07:24:05  ,ip :124.157.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/3_1182990350.png) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

4) ชั้นวัฒนธรรมสมัยที่ 4: สมัยวัฒนธรรมสุโขทัยถึงสมัยวัฒนธรรมอยุธยา กำหนดอายุได้ราวพุทธ
ศตวรรษที่ 19-21 จากการเปรียบเทียบทางด้านเศษภาชนะดินเผาทั้งแบบเนื้อแกร่งและเนื้อกระเบื้อง(porcelain) ที่พบว่ามีทั้งแบบที่ผลิตขึ้นภายในพื้นที่ของกลุ่มเครื่องถ้วยสังคโลกทั้งกลุ่มเตาบ้านเกาะน้อยและกลุ่มเตาบ้านป่ายาง และแบบที่นำเข้าจากต่างประเทศทั้งเครื่องถ้วยจีนที่ผลิตขึ้นในสมัยราชวงศ์หยวน(พ.ศ.1823-1911) ถึงราชวงศ์หมิง (พ.ศ. 1911-1927) และเครื่องถ้วยเขียนลายครามบนพื้นขาวของเวียดนาม ซึ่งเป็นลักษณะของการกำหนดช่วงอายุที่ชัดเจนร่วมกับเอกสารทางประวัติศาสตร์อย่างตำนานจามเทวีวงศ์, พงศาวดารเมืองหริภุญไชย, ศิลาจารึกหลักที่ 1 (พ.ศ.1835), ศิลาจารึกหลักที่ 2 (ต้นพุทธศตวรรษที่ 20) และศิลาจารึกหลักที่ 4 (พ.ศ.1904) ที่กล่าวถึงเมืองศรีสัชนาลัยในฐานะเมืองลูกหลวงที่สำคัญของรัฐสุโขทัย

5) ชั้นวัฒนธรรมสมัยสุดท้าย สมัยที่ 5: สมัยวัฒนธรรมสมัยอยุธยาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ 21-26 จากการเปรียบเทียบของลักษณะดินกับชั้นดินในสมัยวัฒนธรรมที่ผ่านมา กล่าวคือในสมัยวัฒนธรรมสมัยที่ 4 เป็นดินร่วนเหนียวปนทรายแป้ง(silty clay loam) สีเทาดำ(10 yr 3/2 very dark grayish brown) โบราณวัตถุที่พบมีความหนาแน่นโดยส่วนมากเป็นพวกเศษภาชนะดินเผาทั้งแบบเนื้อแกร่งและเนื้อกระเบื้อง ส่วนในชั้นดินของสมัยวัฒนธรรมสุดท้ายนั้นพบว่าดินเป็นดินร่วนปนทรายแป้ง (silt loam) มีสีเหลือง (10 yr 4/6 yellowish brown) และจับตัวเป็นก้อน โบราณวัตถุที่พบมีความหนาแน่นลดลงจากเดิมเกือบร้อยละ 80 ส่วนมากเป็นกลุ่มเศษกระเบื้องดินเผาและเศษภาชนะเนื้อกระเบื้องเครื่องถ้วยจีนในสมัยราชวงศ์หมิง ถึงราชวงศ์ชิง(พ.ศ. 2187-2454) นอกจากนี้ยังพบเหรียญสตางค์และเหรียญบาทปะปนอยู่ในชั้นดินจึงกำหนดช่วงอายุจากสมัยอยุธยาปลายจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ปัจจุบัน

การศึกษารูปแบบการฝังศพ: หลุมขุดค้นทางโบราณคดีวัดชมชื่น
รายละเอียดเบื้องต้น ของบริบทหลุมฝังศพที่พบจากการดำเนินงานในปี พ.ศ. 2536 และ พ.ศ. 2538           

                จากผลการดำเนินงานขุดค้นทางโบราณคดีในปี พ.ศ. 2536 และ พ.ศ. 2538 ที่ผ่านมา พบหลักฐานประเภทหลุมฝังศพทั้งสิ้นจำนวน 15 หลุมฝังศพในสมัยแรกของชั้นดินสมัยวัฒนธรรมที่ 2: สมัยรอยต่อระหว่างก่อนประวัติศาสตร์ถึงสมัยวัฒนธรรมทวารวดี กำหนดอายุได้ราวพุทธศตวรรษที่ 10-16  โดยโครงกระดูกและหลุมฝังศพที่พบทั้งหมดนั้น

ประพิศ ชูศิริ(2540) ได้วิเคราะห์รายละเอียดต่าง ๆ ไว้ดังนี้คือ
                                หลุมฝังศพหมายเลข 1: เป็นหลุมฝังศพของเด็กอายุประมาณ 6-7 ปี  สภาพกระดูกค่อนข้างชำรุด เปื่อยยุ่ย ส่วนการฝังศพนั้น โครงกระดูกนอนตะแคงหันหน้าไปทางซ้าย วางตัวในแนวแกนทิศตะวันตก-ตะวันออก แขนซ้ายงอพับมาบริเวณหน้าอก แขนขวาเหยียดตรง ขาทั้งสองเหยียดตรง ไม่พบลักษณะของการมัดบริเวณหัวเข่าและข้อเท้า และไม่พบวัตถุอุทิศฝังร่วมกับศพแต่อย่างใด

                                หลุมฝังศพหมายเลข 2:  เป็นหลุมฝังศพของผู้ใหญ่อายุประมาณ 35 ปีขึ้นไป เพศหญิง นอนตะแคงหันหน้าไปทางซ้าย พับขา(semi-flexed) วางตัวในแนวแกนทิศตะวันตกเฉียงใต้-ตะวันออกเฉียงเหนือ  แขนขวาเหยียดยาวแนบลำตัวบริเวณปลายแขน แขนซ้ายงอพับไปทางบริเวณหัวไหล่มือคว่ำ ขาทั้งสองข้างงอตัวคล้ายกับการพับเพียบหรือการนั่ง พบด้ามเครื่องมือเหล็กวางอยู่บริเวณนิ้วมือข้างซ้าย สภาพกระดูกชำรุดแตกหัก

                                หลุมฝังศพหมายเลข 3: เป็นหลุมฝังศพของเด็กอายุประมาณ 3-5 ปี พบเพียงกะโหลกศีรษะและบางส่วนของกระดูกขา ฝังศพ วางตัวในแนวแกนทิศตะวันตกเฉียงใต้-ตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่พบร่องรอยของการเตรียมหลุมฝังศพแต่อย่างใด

                                หลุมฝังศพหมายเลข 4: เป็นหลุมฝังศพของผู้ใหญ่อายุประมาณ 30-35 ปี เพศหญิง สภาพกระดูกค่อนข้างดี  ส่วนการฝังศพนั้น โครงกระดูกนอนตะแคงหันหน้าไปทางขวา วางตัวในแนวแกนทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ แขนซ้ายงอพับมาบริเวณหน้าอก แขนขวาเหยียดตรง ท่อนขาล่างวางไขว้กัน มีร่องรอยของการมัดบริเวณหัวเข่าและข้อเท้า พบแท่นดินเผารูปทรงรีขนาดกว้าง 4 เซนติเมตร ยาว 13.3 เซนติเมตรทำเป็นลายขนมเปียกปูน สันนิษฐานเบื้องต้นเพื่อใช้ประโยชน์ในการทำลวดลายบนภาชนะดินเผา(paddle)


   ความเห็นที่ 2 โดยคุณ : เมืองเก่า วันที่ : 28 - มิ.ย. - 50  เวลา 07:25:50  ,ip :124.157.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/3_1182990423.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

การดำเนินงานปี พ.ศ.2538)

                                หลุมฝังศพหมายเลข 5: เป็นหลุมฝังศพของผู้ใหญ่อายุประมาณ 35 ปีขึ้นไป เพศหญิง สภาพกระดูกค่อนข้างดี  โครงกระดูกนอนตะแคงหันหน้าไปทางซ้าย วางตัวในแนวแกนทิศตะวันตกเฉียงใต้-ตะวันออกเฉียงเหนือ แขนขวางอพับมาบริเวณหน้าท้อง ขาเหยียดตรง พบแท่งดินเผารูปทรงกระบอกกว้าง 4 เซนติเมตร ยาว 20เซนติเมตร

ทำเป็นลายขนมเปียกปูนด้านหนึ่ง ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นลายเส้นขนานกัน สันนิษฐานเบื้องต้นเพื่อใช้ประโยชน์ในการทำลวดลายบนภาชนะดินเผาวางอยู่บนกระดูกเชิงกรานด้านขวา กับแท่งเหล็ก 1 แท่งบริเวณใต้ปลายแขนขวา

                                หลุมฝังศพหมายเลข 6: เป็นหลุมฝังศพของผู้ใหญ่ เพศชาย สภาพกระดูกไม่สมบูรณ์ โครงกระดูกนอนหงายเหยียดยาวในแนวแกนทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้  มีร่องรอยการมัดที่บริเวณหัวเข่า

                                หลุมฝังศพหมายเลข 7: เป็นหลุมฝังศพของผู้ใหญ่ ไม่สามารถบอกเพศได้ สภาพกระดูกไม่สมบูรณ์ โครงกระดูกนอนตะแคงหันหน้าไปทางข้างขวา วางตัวในแนวแกนทิศตะวันตก-ตะวันออก พบวัตถุอุทิศเป็นเครื่องประดับลูกปัดแก้วสีเขียวอมฟ้าจำนวน 87 เม็ด และสีส้ม 1 เม็ดบริเวณกระดูกเชิงกราน

                                หลุมฝังศพหมายเลข 8: เป็นหลุมฝังศพของผู้ใหญ่ ไม่สามารถบอกเพศได้ สภาพกระดูกไม่สมบูรณ์ ชำรุด แตกหัก ตัวโครงกระดูกนอนคว่ำ หน้าตะแคงไปทางด้านขวา ขาเหยียดตรง วางตัวในแนวแกนทิศตะวันตก-ตะวันออก

                                หลุมฝังศพหมายเลข 9:  เป็นหลุมฝังศพของเด็กอายุประมาณ 3-5 ปีขึ้น สภาพกระดูกชำรุด ผุกร่อน นอนตะแคงแบบกึ่งงอตัว หันหน้าไปทางขวา วางตัวในแนวแกนทิศตะวันตก-ตะวันออก พบร่วมกับเครื่องประดับลูกปัดหินอาร์เกตจำนวน 2 เม็ดบริเวณใกล้ส่วนจมูก 

                                หลุมฝังศพหมายเลข 10: เป็นหลุมฝังศพของผู้ใหญ่ ไม่สามารถบอกเพศได้ สภาพกระดูกไม่สมบูรณ์ พบเฉพาะส่วนกระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้ง น่าจะวางตัวในแนวแกนทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ พบร่วมกับเครื่องมือเหล็กเสียบอยู่บริเวณปลายเท้าของโครงกระดูก

                                หลุมฝังศพหมายเลข 11:  เป็นหลุมฝังศพของเด็กอายุประมาณ 0-5 ปี สภาพกระดูกชำรุด ผุกร่อน นอนตะแคงแบบกึ่งงอตัว หันหน้าไปทางขวา น่าจะมีการมัดบริเวณหัวเข่าและปลายเท้า วางตัวในแนวแกนทิศตะวันตก-ตะวันออก

                                หลุมฝังศพหมายเลข 12: เป็นหลุมฝังศพของผู้ใหญ่อายุประมาณ 25 ขึ้นไป เพศชาย สภาพกระดูกค่อนข้างสมบูรณ์ โครงกระดูกนอนตะแคงหันหน้าไปทางซ้าย โครงกระดูกถูกมัดบริเวณข้อมือและข้อเท้า วางตัวในแนวแกนทิศตะวันตกเฉียงใต้-ตะวันออกเฉียงเหนือ 

                                หลุมฝังศพหมายเลข 13: เป็นหลุมฝังศพของผู้ใหญ่อายุประมาณ 35 ขึ้นไป ไม่สามารถบอกเพศได้ สภาพกระดูกไม่สมบูรณ์ ชำรุด แตกหัก นอนตะแคงหันหน้าไปทางด้านขวา ขาซ้ายซ้อนขาขวา มีการมัดบริเวณหัวเข่า วางตัวในแนวแกนทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ พบร่วมกับเครื่องมือเหล็กวางอยู่บริเวณหน้าอกด้านซ้ายของศพ

                                หลุมฝังศพหมายเลข 14: เป็นหลุมฝังศพของผู้ใหญ่อายุประมาณ 25 ขึ้นไป เพศหญิง สภาพกระดูกไม่สมบูรณ์ โครงกระดูกนอนตะแคงหันหน้าไปทางขวา กระดูกทุกส่วนซ้อนกันอยู่ในลักษณะของการนอนตะแคงหันหน้าไปทางด้านขวา วางตัวในแนวแกนทิศตะวันตก-ตะวันออก

                                หลุมฝังศพหมายเลข 15: เป็นหลุมฝังศพของผู้ใหญ่ พบเพียงกะโหลกศีรษะ ที่น่าจะวางตัวในแนวแกนทิศตะวันตก-ตะวันออก
รายละเอียดเบื้องต้น ของบริบทหลุมฝังศพที่พบจากการดำเนินงานในปัจจุบัน

                จากผลการดำเนินงานขุดค้นเพื่อขยายแนวผนังตามโครงการปรับปรุงอาคารหลุมขุดค้นวัดชมชื่นในปัจจุบันนั้นพบหลักฐานเพิ่มเติมจำนวน 4 หลุมฝังศพด้วยกันซึ่งอยู่ในระดับชั้นวัฒนธรรมสมัยที่ 2 จำนวน 2 หลุมฝังศพ, ระดับชั้นวัฒนธรรมสมัยที่ 3 จำนวน 1 หลุมฝังศพ และระดับชั้นวัฒนธรรมสมัยที่ 4 จำนวน 1 หลุมฝังศพ แต่สำหรับหลุมฝังศพจำนวน 2 หลุมฝังศพในชั้นวัฒนธรรมที่ 2 หรือในระดับใกล้เคียงกับหลักฐานเดิมที่พบนั้น ยังติดอยู่ใต้แนวโบราณสถานยังไม่สามารถเปิดระดับโครงกระดูกที่พบได้จึงยังไม่มีรายละเอียดเพื่อการนำเสนอครั้งนี้แต่อย่างใด คงมีเพียงหลุมฝังศพหมายเลข 16 และหมายเลข 17 เท่านั้นที่จะนำเสนอรายละเอียดได้ดังต่อไปนี้ (ส่วนรายละเอียดของหลุมฝังศพที่พบเพิ่มเติมจากการขุดค้นครั้งนี้ทั้งหมดนั้น ผู้เขียนจะนำเสนอร่วมกับการวิเคราะห์เปรียบเทียบกับรูปแบบหลุมฝังศพที่พบจากการขุดค้นในพื้นที่ใกล้เคียงในบทความที่จะนำเสนอในครั้งหน้าต่อไป)

                                หลุมฝังศพหมายเลข 16: เป็นหลุมฝังศพประเภทการฝังศพเด็กทารกลงในภาชนะ(infant jar burial) ที่พบในระดับชั้นวัฒนธรรมสมัยที่ 4  ในระดับความลึกสมมติที่ 159 cm.dt. ภาชนะที่ใช้เป็นภาชนะเนื้อดินธรรมดาทรงหม้อทะนนพร้อมฝาปิด ปากภาชนะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 25.5 เซนติเมตร สูง 31 เซนติเมตร ความหนาของเนื้อภาชนะหนาประมาณ 0.8 เซนติเมตร ภายในเป็นโครงกระดูกทารกที่ไม่ได้วางเรียงในลักษณะทางกายวิภาคแต่ขณะเดียวกันกระดูกดังกล่าวก็ไม่มีร่องรอยของการเผาไหม้อย่างใด สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเป็นรูปแบบการฝังศพครั้งที่สอง (secondary burial) ที่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงของวัฒนธรรมสมัยสุโขทัย-อยุธยา

   ความเห็นที่ 3 โดยคุณ : เมืองเก่า วันที่ : 28 - มิ.ย. - 50  เวลา 07:27:03  ,ip :124.157.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/3_1182990492.png) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

หลุมฝังศพหมายเลข 17: เป็นหลุมฝังศพ ที่พบเฉพาะส่วนกะโหลกศีรษะของผู้ใหญ่ ไม่ทราบเพศ(เพศหญิง?) บริเวณด้านหน้าและด้านบนของกะโหลก สภาพชำรุด แตกแยกออกเป็น 3 ส่วน วางปะปนร่วมกับเศษอิฐในระดับความลึกสมมติที่ 410 cm.dt. หรือในระดับชั้นวัฒนธรรมสมัยที่ 3: สมัยวัฒนธรรมร่วมแบบเขมรถึงสมัยสุโขทัยตอนต้น เบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นกลุ่มโครงกระดูกที่ถูกรบกวนจากการกระทำของธรรมชาติมากกว่าการจงใจฝังโดยเฉพาะการพบร่วมในบริบทที่พบร่วมกับอิฐที่น่าจะถูกน้ำพัดพาในลักษณะเดียวกัน





ระเบียบวิธีการจัดประเภทรูปแบบการฝังศพ

                ในการจัดจำแนกประเภทรูปแบบการฝังศพจากข้อมูลที่พบจากหลุมขุดค้นทางโบราณคดีวัดชมชื่นครั้งนี้ ได้กำหนดกลุ่มประชากรทั้งหมดที่ใช้ในการศึกษาทั้งสิ้น 17 หลุมฝังศพ(ร้อยละ 100) มีตัวอย่างที่สามารถนำมาใช้ในการศึกษาได้ทั้งหมดจำนวน 14 หลุมฝังศพ (ร้อยละ 82.35/ ยกเว้นหลุมฝังศพหมายเลข 10, 15 และ 17 ที่พบเพียงหลักฐานเพียงบางส่วนไม่สามารถจำแนกได้อย่างชัดเจน)

                การกำหนดคุณลักษณะย่อยของรูปแบบการฝังศพที่ใช้ในการศึกษา กำหนดแบ่งตามคุณลักษณะต่าง ๆ ได้ดังนี้คือ 

                - รูปแบบหลักของการฝังศพ แบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ
                                1: นอนหงายเหยียดยาว                        2: นอนตะแคง
                                3: ฝังหรือบรรจุศพในภาชนะ                    4: นอนคว่ำ
                - รูปแบบรองของการฝังศพ(ส่วนช่วงขา) แบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ
                                1: ขาเหยียดยาว                                2: ขางอพับ
                                3: อื่น ๆ หรือกำหนดไม่ได้
                - อายุของโครงกระดูก(ช่วงอายุของเจ้าของโครงกระดูกก่อนเสียชีวิต) แบ่งได้เป็น 5 ประเภท คือ
                                1 เด็กทารก(infant) อายุ 0-2 ปี                2: เด็ก(child) อายุ 3-18 ปี
                                3: ผู้ใหญ่เพศชาย(adult/male)                      4: ผู้ใหญ่เพศหญิง(adult/female)
                                5: ผู้ใหญ่ไม่สามารถจำแนกเพศได้(adult/unidentified)
                - แกนทิศหรือแกนการวางเรียงโครงสร้างศีรษะ-ลำตัว  แบ่งได้เป็น 7 ประเภท คือ
                                1: แนวแกนทิศตะวันตก-ตะวันออก                                       
                                2: แนวแกนทิศตะวันตกเฉียงใต้-ตะวันออกเฉียงเหนือ
                                3: แนวแกนทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้
                                4: อื่น ๆ /กำหนดไม่ได้
                - ทิศทางการหันศีรษะ(ส่วนใบหน้า) แบ่งได้เป็น 5 ประเภท คือ
                                1: หันซ้าย                                          2: หันขวา
                                3: เงยขึ้นด้านบน                                  4:  อื่น ๆ
                - ร่องรอยของการมัดศพ(บริเวณใด ๆ ก็ได้) แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ
                                1: พบร่องรอยของการมัดศพ                      2: ไม่พบร่องรอยของการมัดศพ
                - กลุ่มวัตถุอุทิศที่พบร่วมกับศพ แบ่งเป็น
                                1: มี                                                  2: ไม่มี


การจัดประเภทรูปแบบการฝังศพ
                จากการจำแนกผลการศึกษาในเบื้องต้นสามารถจัดจำแนกรูปแบบการฝังศพที่พบออกได้เป็น 4 ประเภทหลักด้วยกัน ซึ่งใน 4 ประเภทหลักเหล่านี้ยังคงมีคุณลักษณะย่อยประกอบกันเป็นลักษณะรูปแบบการฝังศพแบบต่าง ๆ ดังรายละเอียดดังต่อไปนี้คือ       

           




1) รูปแบบการฝังศพแบบที่ 1 เป็นการฝังศพแบบนอนหงายเหยียดยาว พบจำนวน 1 หลุมฝังศพ (คิดเป็นร้อยละ 7.142 ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด)

2) รูปแบบการฝังศพแบบที่ 2 หรือรูปแบบการฝังศพแบบนอนตะแคง พบความถี่ปริมาณมากโดดเด่นกว่ารูปแบบการฝังศพแบบอื่นๆ ที่พบภายในแหล่งโบราณคดีคือพบจำนวน 11 หลุมฝังศพ (คิดเป็นร้อยละ 78.571 ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด) ซึ่งลักษณะการฝังศพรูปแบบเช่นนี้สามารถจำแนกตามลักษณะย่อยได้เป็น

2.1) การฝังศพแบบที่ 2.1 หรือการฝังศพแบบนอนตะแคง ส่วนขายืดตรงหรือซ้อนทับกัน พบทั้งสิ้นจำนวน 8 หลุมฝังศพ (คิดเป็นร้อยละ 57.142 ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด)

2.2) การฝังศพแบบที่ 2.2 หรือการฝังศพแบบนอนตะแคง ขาและเข่างอพับ(semi-flexed) พบทั้งสิ้นจำนวน 3 หลุมฝังศพ (คิดเป็นร้อยละ 21.428 ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด)






แผนภูมิแสดงความถี่ของคุณลักษณะย่อยของรูปแบบการฝังศพแบบที่ 2
ซ้ายบน: แสดงค่าความถี่ระหว่างรูปแบบการฝังศพแบบที่ 2.1 กับ 2.2
ซ้ายล่าง: แสดงค่าความถี่แนวแกนทิศของรูปแบบการฝังศพแบบที่ 2
ขวาบน: แสดงค่าความถี่ของการพบวัตถุอุทิศร่วมกับรูปแบบการฝังศพแบบที่ 2
ขวาล่าง: แสดงค่าความถี่ลักษณะการหันหน้า(ศีรษะ)ของรูปแบบการฝังศพแบบที่ 2
 
3) รูปแบบการฝังศพแบบที่ 3 หรือรูปแบบการฝังศพในภาชนะ พบเพียงจำนวน 1 หลุมฝังศพ(คิดเป็นร้อยละ 7.142 ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด)

4) รูปแบบการฝังศพแบบที่ 4 หรือรูปแบบการฝังศพแบบนอนคว่ำหน้า พบเพียงจำนวน 1 หลุมฝังศพเช่นเดียวกัน (คิดเป็นร้อยละ 7.142 ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด)           
                                                                       
นอกจากนี้เมื่อทำการศึกษาแบบเปรียบเทียบข้ามสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะย่อยต่าง ๆ ของรูปแบบการฝังศพทั้ง 5 แบบ พบว่าไม่มีแบบแผนที่แน่นอนสัมพันธ์กันไม่ว่าจะเป็นในด้านของอายุและเพศ, ทิศทางการเรียงตัว, ทิศทางการหันศีรษะ, ลักษณะร่องรอยการมัด และหรือกลุ่มวัตถุอุทิศต่าง ๆ อีกทั้งคุณลักษณะเหล่านี้ก็ยังมีการกระจายความถี่ทั่วไป ไม่มีความหนาแน่นของคุณลักษณะที่โดดเด่นและเป็นข้อกำหนดที่แน่นอนของรูปแบบการฝังศพแต่อย่างใด




 
บทสรุป
ประเภทรูปแบบการฝังศพ

                จากผลการศึกษาจัดประเภทรูปแบบหลุมฝังศพที่พบจากหลุมขุดค้นทางโบราณคดีวัดชมชื่นนั้นสามารถจัดจำแนกรูปแบบหลุมฝังศพเป็นประเภทย่อยทั้งหมด 5 รูปแบบด้วยกันซึ่งจัดอยู่ใน 2 ลักษณะของพิธีกรรมการฝังศพที่สำคัญคือ

A) การฝังศพครั้งแรก (primary burial) หรือการฝังศพแบบดั้งเดิมที่เป็นพิธีกรรมการฝังศพในรูปแบบแรกที่สัมพันธ์ต่อเนื่องมาจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายจนถึงสมัยทวารวดี หรือยุคประวัติศาสตร์ตอนต้นของประเทศไทย ซึ่งจากตัวอย่างที่นำมาจัดจำแนกในครั้งนี้สามารถแบ่งย่อยได้เป็น 4 รูปแบบหลักด้วยกันคือ
A1) รูปแบบการฝังศพแบบนอนหงายเหยียดยาวได้แก่ หลุมฝังศพหมายเลข 6
A2.1) รูปแบบการฝังศพแบบนอนตะแคงทั้งตัว ได้แก่ หลุมฝังศพหมายเลข 1, 3, 4, 5, 7, 12, 13 และ 14
A2.2) รูปแบบการฝังศพแบบนอนตะแคงและงอหรือพับบริเวณเข่าและขา ได้แก่ หลุมฝังศพหมายเลข 2, 9 และ 11
A3) รูปแบบการฝังศพแบบนอนคว่ำเหยียดยาว ได้แก่ หลุมฝังศพหมายเลข 8

B)  การฝังศพครั้งที่สอง (secondary burial) หรือการฝังศพที่มีความซับซ้อนขึ้นโดยการนำศพที่ได้ไปฝังครั้งแรกในระยะหนึ่ง ก่อนที่จะขุดร่างดังกล่าวขึ้นมาเพื่อเลือกกระดูกซึ่งอาจจะเป็นส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดนำมาใส่ภาชนะใบใหญ่พร้อมกับวัตถุอุทิศต่าง ๆ แล้วนำไปฝังตามพื้นที่ต่าง ๆ ที่ใช้ทำหน้าที่เป็นสุสานหรือที่ฝังศพตามช่วงเวลาดังกล่าว โดยสำหรับตัวอย่างที่นำมาจัดจำแนกในครั้งนี้พบเพียง 1 ตัวอย่าง คือ
B1) รูปแบบการฝังศพเด็กทารกลงในภาชนะเนื้อดินธรรมดาขนาดใหญ่พร้อมฝาปิด ได้แก่ หลุมฝังศพหมายเลข 16




แผนภูมิแสดงค่าความถี่รูปแบบหลุมฝังศพทั้งหมดที่พบจากหลุมขุดค้นทางโบราณคดีวัดชมชื่น
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย


ข้อสังเกตเพิ่มเติม

                จากผลสรุปประเภทรูปแบบหลุมฝังศพที่นำเสนอในข้างต้นนั้น เมื่อทำการเปรียบเทียบในภาพรวมเบื้องต้นกับรูปแบบการฝังศพที่พบในช่วงสมัยหรือในมิติเวลาเดียวกัน พบว่ากลุ่มอดีตชนที่แหล่งโบราณคดีวัดชมชื่นแห่งนี้ค่อนข้างจะมีลักษณะที่พิเศษและแตกต่างจากกลุ่มชนในพื้นที่อื่น ๆ อย่างน้อยก็ ในสองประเด็นศึกษาด้วยกัน คือ

                ประเด็นแรก จะพบว่า กลุ่มชนแห่งนี้มีพิธีกรรมการฝังศพในช่วงต่อระหว่างยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายถึงยุคประวัติศาสตร์ตอนต้นที่ค่อนข้างโดดเด่น มีเอกลักษณ์ที่แสดงถึงความเชื่อของกลุ่มชนตนเองดังคติความนิยมในการฝังศพท่านอนตะแคงที่พบความถี่ปริมาณมากโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับรูปแบบพื้นฐานที่เป็นลักษณะการนอนหงายเหยียดยาวที่พบได้ทั่วไปในแหล่งโบราณคดียุตก่อนประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ทั้งในแอ่งสกลนคร, แอ่งโคราช, กลุ่มโนนชัยและกลุ่มทุ่งกุลาร้องไห้ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือในพื้นที่ภาคกลางทั้งฟากตะวันออกและฟากตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา หรือแม้แต่กับแหล่งโบราณคดีในเขตจังหวัดเดียวกันอย่างเช่นที่บ้านบึงหญ้า อ.คีรีมาศ  สุโขทัย ก็ไม่พบลักษณะของรูปแบบการฝังศพลักษณะนี้อย่างเด่นชัด แต่ในขณะเดียวกันเมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลหลุมฝังศพที่พบจากวัดเจ้าจันทร์ ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันกลับมีลักษณะที่สัมพันธ์ในรูปแบบเดียวกันอย่างชัดเจน สำหรับทิศทางการเรียงศีรษะในแนวแกนทิศตะวันตกนั้นพบว่าเป็นแบบแผนทางความเชื่อในเรื่องทิศของความตายตามคติทางพุทธศาสนาที่น่าจะเข้ามาเผยแพร่ในมิติเวลาช่วงสมัยเดียวกัน ส่วนความแตกต่างขององศาทิศนั้น สถาพร เที่ยงธรรมและธาดา สุทธิเนตร(2540) ได้ให้ความเห็นไว้ว่าอาจจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงแนวแกนพระอาทิตย์ขึ้นลงตามช่วงฤดูกาลต่าง ๆ เช่นเดียวกันกับในกรณีของปริมาณวัตถุอุทิศที่พบน้อยมากหรือแทบไม่พบเลยซึ่งเป็นลักษณะที่แตกต่างจากแหล่งโบราณคดีอื่น ๆ นั้น สถาพร เที่ยงธรรมและธาดา สุทธิเนตรได้ให้ความเห็นไว้ว่าอาจจะเกิดจากการผสมผสานร่วมระหว่างพิธีกรรมความเชื่อในเรื่องโลกหลังความตายแบบเดิมกับความเชื่อตามคติพุทธศาสนาที่เข้ามาใหม่จึงอาจจะเกิดการประยุกต์ร่วมกันเกิดขึ้น สำหรับประเด็นนี้นั้น ประพิศ ชูศิริ(2540) ให้ความเห็นว่าอาจจะเกิดขึ้นจากสภาพทางเศรษฐกิจของกลุ่มชนในพื้นที่ก็เป็นได้เช่นกัน

                ส่วนประเด็นที่สอง นั้นพบว่ารูปแบบการฝังศพครั้งที่สอง ที่เป็นการใส่กระดูกเด็กทารกลงในภาชนะดินเผานั้นเป็นการพบในระดับชั้นดินที่กำหนดอายุได้ในยุคประวัติศาสตร์ ในช่วงสมัยสุโขทัยถึงสมัยอยุธยา ซึ่งสำหรับหลักฐานที่พบจากการขุดค้นนั่นพบว่ากระดูกเด็กทารกไม่ได้ถูกเผาแต่อย่างใดแต่อาจจะถูกฝังจากที่ใดที่หนึ่งในช่วงระยะเวลาก่อนที่จะนำมาบรรจุลงในภาชนะ ซึ่งโดยส่วนตัวของผู้เขียนเห็นว่าพิธีกรรมการฝังศพในรูปแบบนี้ยังน่าที่จะเป็นอีกรูปแบบการฝังศพในลักษณะหนึ่งที่ยังคงมีการกระทำอยู่บ้างแต่อาจจะไม่ได้รับความนิยมแพร่หลายเท่ากับคติการปลงศพด้วยการเผา หรือการเผาเพื่อเอาอัฐิ หรือเถ้ากระดูกมาบรรจุลงไว้ในไห โถ หรือภาชนะดินเผาขนาดใหญ่ที่มีฝาปิดรูปทรงต่าง ๆ ก่อนที่จะนำมาฝังตามขอบอาคารโบราณสถานต่าง ๆ โดยเฉพาะตามฐานวิหาร  โบสถ์ หรือแนวกำแพงพุทธศาสนสถานต่าง ๆ ตามความนิยมหรือคติทางพุทธศาสนาที่เป็นแนวคิดหลักในช่วงสมัยดังกล่าวก็อาจเป็นได้เช่นเดียวกัน
               
ข้อจำกัดทางการศึกษา

                เนื่องด้วยการจัดประเภทรูปแบบการฝังศพที่นำเสนอในบทความนี้นั้น ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดที่นำมาศึกษาได้เพียง 14 ตัวอย่างเท่านั้น ทำให้ข้อสันนิษฐานถึงความแตกต่างที่นำเสนอมานั้นเป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตทางแนวคิดมากกว่า อีกทั้งกลุ่มตัวอย่างเหล่านี้ก็ยังไม่ได้ทำการกำหนดอายุด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะแต่อย่างใด ทำให้ค่าอายุที่ได้จากการกำหนดเปรียบเทียบมีช่วงอายุค่อนข้างห่าง หรือราว 700 ปีจากพุทธศตวรรษที่ 10-16 แต่อย่างไรก็ตามวัตถุประสงค์หลักของการนำเสนอในครั้งนี้การจัดประเภทรูปแบบการฝังศพซึ่งน่าจะเป็นข้อมูลพื้นฐานสำคัญในการศึกษาเปรียบเทียบกับข้อมูลที่อาจจะได้มากขึ้นจากการขุดค้นภายในพื้นที่ในอนาคต หรือการเทียบกับข้อมูลที่ได้จากการขุดค้นเพิ่มเติมในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งทั้งนี้ในกรณีที่ได้ข้อมูลความแตกต่างหลากหลายที่เพิ่มมากขึ้น ผู้เขียนก็จะนำเสนอวิเคราะห์เปรียบเทียบร่วมเพื่อที่จะนำเสนอในบทความต่อ ๆ ไป เพื่อความเข้าใจถึงสภาพที่ใกล้เคียงความเป็นจริง หรือมีความน่าจะเป็นให้มากที่สุดเพื่ออธิบายกลุ่มชน ณ หลุมขุดค้นทางโบราณคดีวัดชมชื่น หรือในพื้นที่ที่นักวิชาการหลายท่าน ๆ เห็นคล้ายกันว่าน่าจะเป็นจุดรอยต่อของบรรทัดหน้าประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงความสืบเนื่องทางบรรพบุรุษของคนไทยนับจากอดีตยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายจนถึงในสมัยปัจจุบัน

เอกสารอ้างอิง

ผาสุข อินทราวุธ
มปป.                      การฝังศพในไหของชุมชนโบราณลุ่มแม่น้ำมูล-ชี
ชารล์ ไฮแอมและรัชนี ทศรัตน์
2542                        สมัยก่อนประวัติศาสตร์ของประเทศไทย, สังคมและวัฒนธรรมในประเทศไทย, ศูนย์มานุษยวิทยา
สิรินธร, กรุงเทพฯ.
2542              สยามดึกดำบรรพ์:ยุคก่อนประวัติศาสตร์ถึงสมัยสุโขทัย, ริเวอร์บุ๊ค จำกัด, กรุงเทพฯ.
วลัยลักษณ์ ทรงศิริ 
2542                        การฝังศพครั้งที่สองที่ทุ่งกุลาร้องไห้, เมืองโบราณ, 29(2), : 26-36.
ศิลปากร, กรม (เรียบเรียงโดยสถาพร เที่ยงธรรมและธาดา สุทธิเนตร)
2540                        การขุดค้นทางโบราณคดีและการขุดแต่งพื้นที่รอบโบราณสถานวัดชมชื่น, วัดชมชื่น, กรุงเทพฯ.
ศิลปากร, กรม (เรียบเรียงโดยประพิศ ชูศิริ)
2540                        ผลการวิเคราะห์โครงกระดูกมนุษย์หลุมขุดค้นวัดชมชื่น, วัดชมชื่น, กรุงเทพฯ.
ศิลปากร, กรม (เรียบเรียงโดยรัชนี ทศรัตน์และอำพัน กิจงาม )
2547                        รายงานการขุดค้นแหล่งโบราณคดีบ้านส่วย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา, กรุงเทพฯ.
ศรีศักร วัลลิโภดม
2547                        สยามประเทศ., สำนักพิมพ์มติชน, กรุงเทพฯ.
ศรีสัชนาลัย, อุทยานประวัติศาสตร์ (เรียบเรียงโดยสถาพร เที่ยงธรรม)
2537                        รายงานเบื้องต้นการขุดค้นวัดชมชื่น หลุม 1, เอกสารอัดสำเนา, กรุงเทพฯ                       
สุกัญญา เบาเนิด
2543                        พิธีกรรมการฝังศพของวัฒนธรรมทุ่งกุลาร้องไห้, เมืองโบราณ, 29(2): 37-45.
สุรพล นาถะพินธุ
2542                        พัฒนาการของวัฒนธรรมสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย, สังคมและวัฒนธรรมในประเทศไทย,ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, กรุงเทพฯ.
ประพิศ ชูศิริ
2534                        คู่มือการศึกษาโครงกระดูกมนุษย์เบื้องต้น, ป.สัมพันธ์พาณิชย์, กรุงเทพฯ.
ปรานี วงศ์เทศ
2534                        พิธีกรรมเกี่ยวกับความตายในประเทศไทย, อมรินทร์พริ้นติ้งกรุ๊ป, กรุงเทพฯ.
ปรีชา กาญจนคม
2544                        แบบประเพณีการฝังศพคนสมัยก่อนประวัติศาสตร์และสมัยประวัติศาสตร์ตอนต้นในประเทศไทย, ศิลปากร,44(2): 54-61.


Fine Arts, Department, Thailand
2004                        The origins of the civilization of Angkor Vol.1, The excavation of Ban Lum Khao, Bangkok.
Kreiger, Alex D.
1944                        The typological concept, American Antiquity., 9: 271-288.
Ortan, Clive.
1980                        Mathematics in Archaeology., Cambridge University Press, Cambridge.


Software;              SPSS. Version 11.0, full English.
MINItab. Version 13.0.

   ความเห็นที่ 4 โดยคุณ : เมืองเก่า วันที่ : 28 - มิ.ย. - 50  เวลา 07:28:12  ,ip :124.157.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


คัดลอกจากรายงานทางโบราณคดี กลุ่มงานขุดค้น เขียนโดย นฤพล หวังธงชัยเจริญ
   ความเห็นที่ 5 โดยคุณ : เมืองเก่า วันที่ : 28 - มิ.ย. - 50  เวลา 07:29:29  ,ip :124.157.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ขอบคุณอย่างยิ่งครับ
   ความเห็นที่ 6 โดยคุณ : Monthiarn วันที่ : 28 - มิ.ย. - 50  เวลา 08:49:28  ,ip :210.86.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



              ได้ความรู้ดีคัรบผม  ขอบคุณพี่เมืองเก่าครับผม
   ความเห็นที่ 7 โดยคุณ : niwat วันที่ : 28 - มิ.ย. - 50  เวลา 09:35:03  ,ip :58.136.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ขอบคุณครับ คุณนิวัติ และคุณ Monthiarn ด้วยครับ
   ความเห็นที่ 8 โดยคุณ : เมืองเก่า วันที่ : 28 - มิ.ย. - 50  เวลา 10:41:11  ,ip :124.157.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ถ้าได้ไปสุโขทัยพาผมไปสำรวจด้วยนะครับ...
   ความเห็นที่ 9 โดยคุณ : Punchai วันที่ : 28 - มิ.ย. - 50  เวลา 15:52:06  ,ip :124.157.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ได้เลยครับคุณพันธ์ชัย  ขอบคุณเฮียนิวัติด้วยนะครับ คุณMonthiarn  ด้วยนะครับ
   ความเห็นที่ 10 โดยคุณ : เมืองเก่า วันที่ : 28 - มิ.ย. - 50  เวลา 20:47:06  ,ip :124.157.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ขอคารวะครับ  ถ้าไม่รังเกียจขออีกๆๆๆนะ

   

เคยเห็นโครงกระดูกโบราณจริงๆครั้งแรกที่ปราสาทเมืองสิงห์ครับ

   ความเห็นที่ 11 โดยคุณ : ศิวเทพ วันที่ : 29 - มิ.ย. - 50  เวลา 12:59:53  ,ip :203.118.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


คุณเมืองเก่า และท่านอื่นๆ พอมีเรื่องเกี่ยวกับ มัมมี่ ในภูมิภาค  เอเซียบ้างไหมครับ  (ถ้ามีนะครับ)  อยากชมมากเลย

   ความเห็นที่ 12 โดยคุณ : ศิวเทพ วันที่ : 29 - มิ.ย. - 50  เวลา 13:09:18  ,ip :203.118.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


จะลองถามนักโบราณคดีที่นี่ดูให้นะครับ ตอนนี้กำลังมีทริบสำรวจพอดีเลยครับ
   ความเห็นที่ 13 โดยคุณ : เมืองเก่า วันที่ : 02 - ก.ค. - 50  เวลา 06:53:04  ,ip :58.147.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ขอบคุณล่วงหน้าครับ

   ความเห็นที่ 14 โดยคุณ : ศิวเทพ วันที่ : 02 - ก.ค. - 50  เวลา 13:47:42  ,ip :202.133.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/3_1187850188.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

ความรู้..เป็นสิ่งเดียวที่เอาใส่เข้าไปในร่างกายของคนเราแล้วไม่มีวันเต็ม  แต่มันจะเข้าไปสร้างรอยหยักในสมองของคนเราเพิ่มขึ้น  ตราบเท่าที่เรายังมีชีวิตอยู่  จนกระทั่งชีวิตดับสูญเจ้ารอยหยักในสอมงมันก็จะเน่าเปื่อยผุพังไปพร้อมกับซากศพ  แล้วแปรเปลี่ยนสภาพเป็นดิน  เป็นน้ำ  เป็นลม  และเป็นไฟไปในที่สุด  ฉะนั้น..เราท่านทั้งหลายจงมาเอาเจ้าความรู้..อันน้อยนิดมหาศาล..ใส่ตัวเถิด
   ความเห็นที่ 15 โดยคุณ : tommmun วันที่ : 23 - ส.ค. - 50  เวลา 13:23:08  ,ip :58.9.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


มังกี้ ดี ลูฟี่
   ความเห็นที่ 16 โดยคุณ : tongchai วันที่ : 13 - ธ.ค. - 50  เวลา 17:29:52  ,ip :192.168.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น
เชิญ Login เพื่อร่วมแสดงความเห็น
  Username :   
  Password :   
    







Copyright©2004 Amulet2U.com. All rights reserved. Develop by NetworkDD.com.