อ่านทั้งหมดประชาสัมพันธ์ถาม-ตอบความรู้-วิชาการมีดีมาโชว์ซื้อ-ขาย-ประมูลสัพเพเหระกิจกรรม 2U
วันเดือนปีเกิดพระบาทสมเด็จพระพุทฒาจารย์โต และสมเด็จพะโคะหรือหลวงปู่ทวด
ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์

หลวงปู่ทวด หรือสมเด็จเจ้าพะโคะ ท่านดำรงค์อยู่ในยุคสมัยแผ่นดินพระเอกาทศรศแห่งหรุงศรีอยุธยา

ศุกร์ เดือนสี่ ปีมะโรง พุทธศักราช 2125

***************
พระบาทสมเด็จพระพุทธาจารย์(โต)พรหมรังษี 
เป็น 1 ในพระราชโอรสของ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่1

พระรราชสมภพ (เกิด)  17 เมษายน พ.ศ. 2331 

สิ้นชีพิตักษัย(ตาย)  ปีพศ. 2415
*********************************************
*
หลวงพ่อเงิน ตำบลบางคลาน อำเอโพธิ์ทะเล จังหวัดพิจิตร (สมัยนั้นไม่มีวัดบางคลานแน่นอน)

เกิด วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ.2353  เดือน 10 ปีฉลู
ละสังขาร  วันศุกร์ แรม 11 ค่ำ  ปีมะแม พ.ศ. 2462

ดังนั้น ทั้ง 3 ท่าน ไม่มีโอกาสร่วมปลุกเสกวัตถุมงคลได้หรือไม่ให้ท่านคิดเองเถิด

3ท่านจะอยู่ร่วมปลุกเสกได้ก็ต่อเมื่อสมเด็จพระโคะอยู่ถึง 400 ปีขึ้นไปและสมเด็จโตอยู่ถึง 120 ปี จึงจักทันหลวงพ่อเงิน บางคลาน และร่วมพิธีเดียวกันได้

แล้วพระสมเด็จพ.ศ.2411 ที่ทุกองค์ดูเก่าเก๊าเก่า แต่แปะทองคำ แปะเงินแท้
ซึ่งคำแสดงเวลาเป็นพ.ศ. มิได้แปะ ร.ศ. หรือ จุลศักราช ดังที่ควรเป็น
ลองมานึกอุปเทห์ดูเถิด สมัยนั้นนิยมคำว่า ร.ศ. มากกว่าพศ.จักเป็นไปได้ อย่างไรรือที่ พระที่สร้างพิธีหลวงจักใช้คำ พิเรน เช่นนั้นได้

จตุคาม และพระสมเด็จบนเพดานวัดพระแก้ว

ไม่มีจริงดอกท่านเอ๋ย ผู่เฒ่าผู้แก่ที่ เคารพนับถือแลหาเลี้ยงชีพด้วยพระกรุ ซึ่งท่านเกษียนจากการเป็นผีสนามแล้วท่านบอกมา ถ้ามีฉันรวยแล้ว

การตกกรุวัดใหม่อมตรสหรือ บางขุนพรหม  แท้จริงได้น้อยมาก เพราะ เจ้าอาวาสท่านรู้ท่านใช้พระลูกวัดปีนขึ้นไปขนใส่เข่งลามามากมาย ก่อนเปิดกรุจริง
เสียอีก

ตำนานพระธาตุพนมหักโค่น แล้วมีพระเครื่องแตกกรุ ออกมาจำนวนหนึ่ง
นั้นมีจริง แต่ให้มองพื้นที่ และศิลปะท้องถิ่นเป็นหลัก มิไช่อะไรก็ฝากกรุ
จนมีแต่กรุปลอมเต็มบ้านเต็มเมือง (กรรมแรงนะอย่าทำ)

เรียนผู้ทำพระปลอมหากทำโดยเจตนาดีก็ดีไปแต่เจตนาที่จักทำปลอมเพื่อลาภผล
ใดๆ อันทุจริตด้วย มโน กาย และวจีใดๆ กรรมัน้นจักตกทอดยังทายาท มิรู้จบ
(หลายรายที่พบ เงินร้อนมาไวไปไว แลบั้นปลายมักเป็นมะเร็งแทบทุกราย)

จตุคามรามเทพ ในรูปแบบพระเครื่องห้อยคอได้เพิ่งเกิดขึ้นสมัยปี30 โดยพลตำรวจตรีขุนพันธรักษ์ ราชเดช และพลตำรวจโต สรรเพชร โดยมีแม่แบบมาจาก พระฝากรุวัดนางตราหรือวัดพระนางสุพัตรา  ที่เรียกว่า พระเจ้าตะวันอธิราช ที่ท่านขุนพันธ์ แขวนคอเสมอๆ (ขนาดองค์พระใหญ่กว่าแผ่นCD)
ถ้านับปีก็ 30-40-50 ก็ 20ปีเท่านั้น

เขียนแบบพุทธศิลป์โดย นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากรจึงออกมางดงาม

โคตรเศรษฐี มีมานานมาก และกลับมานิยมกันในยุคนี้แต่เนื้อไม่ไช่ ไอติมวอล
หรือดินน้ำมันผสมสี

การทำพระหลวงจะเน้นความประณีต การฝังอัญญมณี จะไม่ทำชุ่ยเหมือนแปะลูกเกต และหินธิเบธ เพิ่งจะดังตามดาราไม่กี่ปีนี้ (ไม่มีสมเด็จแปะหินธิเบธแน่นอน)

เนื้อพระแท้ ถ้าแตก จะเป็นเนื้อเดียวกับเนื้อใน สมเด็จเป็น1ในพระที่แข็งมาก
ชนิดไม่ต้องเลี่ยม หรือใส่กรอบก็ได้เหมือน พกก้อนหิน ปาหัวแตกพระไม่แตก
และมีน้ำหนัก


การเล่นสมเด็จ  นอกจากดูพิมพ์ ก็ดูเนื้อ และดูน้ำหนัก ถ้ามีรอยแตกจะชัดมาก
แต่อย่าไปทำพระแตกเสียดาย  ใครได้ของแท้ก็ส่องกันเพลิน  (ว่างๆแบ่งกันส่องมั่ง)

สนิมแดง
สนิมจะอยู่บนสุด ไม่ไช่ใต้ผิว และ ไม่ไช่สีแดงทาพระ


ที่พูดมาทั้งหมด เป็นความจริง เท่าที่สมองน้อยๆ ผมจะสามารถบันทึกได้

อย่าเชื่อคนดังพูด เพราะคุณปองพลยังเคยบอกเลยว่า หลวงพระบางเมืองหลวงของกัมพูชา (แป่ว...) ดังนั้น การอ่านตำราวิชาการแล้วเชื่อเลย ผิด!!
ให้ตั้งสมมมุติฐานหักล้าง และทำReserch เพื่อหาข้อสรุป
ผู้โพสต์ : peachsama   วันที่ : 15 - ก.ค. - 50  เวลา 09:06:03   , ip : 58.9.xxx.xxx    แจ้งลบทั้งกระทู้   


ขอบพระคุณครับ
   ความเห็นที่ 1 โดยคุณ : dragon_jay วันที่ : 15 - ก.ค. - 50  เวลา 10:01:15  ,ip :125.24.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


อย่าเชื่อเพราะบอกต่อๆกันมา...

อย่าเชื่อเพราะว่าเป็นตำรา....

อย่าเชื่อเพราะว่าเป็นครูบาอาจารย์...

จงเชื่อด้วยเหตุ ด้วยผล ที่พิจารณาโดยถ่องแท้ดีแล้วเถิด ดีนักแล.....

เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ใช้ได้ผลตลอดมา....

ขอบคุณครับ....
   ความเห็นที่ 2 โดยคุณ : poskorn วันที่ : 15 - ก.ค. - 50  เวลา 10:50:24  ,ip :58.9.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


     
   ความเห็นที่ 3 โดยคุณ : sps2kk4dd วันที่ : 22 - ก.ค. - 50  เวลา 23:00:46  ,ip :125.26.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


พระสมเด็จวังหน้า หรือสมเด็จวัดพระแก้วเป็นพระที่จัดสร้างในปี 2411 ถึงแม้ว่าพระชุดนี้สมเด็จพระ พุฒาจารย์โต ท่านจะไม่ได้เป็นผู้สร้าง เอง

เป็นพระที่เจ้านายผู้ใหญ่ในสมัยนั้น ร่วมกันสร้างเพื่อบูชาพุทธคุณ แต่ก็เป็น พระสมเด็จที่สมเด็จท่านเมตตา ประกอบมหาพุทธาภิเษกให้ ปรกปลุกเสกร่วมกับยอดพระเกจิอาจารย์ร่วม สมัย ณ พระอุโบสถวัดพระแก้ว ในพระ บรมมหาราชวัง ครั้งมหาพิธีพุทธาภิเษก ปี 2411


เป็นของเก่า มีพลังพุทธคุณใน สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ซึ่งมีหลักฐานยืนยันอย่าง ชัดเจนว่าได้มีการจัดสร้างและสมเด็จ พระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ได้ทำพิธี อธิษฐานจิต
ปรกปลุกเสกในพระ อุโบสถวัดพระแก้ว วัดพระศรีรัตน ศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง สร้างโดยช่างสิบหมู่ รูปทรงพิมพ์จึงมี หลายแบบหลายพิมพ์ และสร้างเป็น จำนวนมากเรื่องนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ไม่ เป็นที่นิยมในวงการวัตถุมงคลแบบ พุทธพานิช เว้นแต่ผู้มุ่งเน้นพุทธคุณ อิทธิบารมีสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี

พระเครื่องรุ่นนี้
ยังมี ส่วนที่ทำเครื่องหมายทางราชการ บ่งบอกให้ทราบว่าเป็นของหลวงด้วย คือ ด้านหลังมี ตราครุฑ ตราช้าง ตรา มงกุฏ ตราฉัตร 7 ชั้น ตราพระ ปรมาภิไธย จปร.

พระที่ทำพิธีพิธีในคราวนั้น ไม่มี จำหน่ายเป็นเงินเป็นทองแต่อย่างใด เพราะในสมัยนั้นท่านทำพระแจกเพื่อ ต่ออายุพระพุทธศาสนาเท่านั้น ทำพิธี
เสร็จแล้วจึงแจกเป็นที่ระลึกแก่เจ้านาย ขุนนางทั่วไปในสมัยนั้น ส่วนที่เหลือจากนั้น ได้นำเข้าบรรจุไว้ ในพระเจดีรอบระเบียงพระอุโบสถ และ
บนหลังคาพระอุโบสถวัดพระแก้ว ทั้งหมด ส่วนที่บรรจุไว้ในพระเจดีย์รอบ ระเบียงพระอุโบสถและใต้หลังคาพระ อุโบสถวัดพระแก้วนั้น ถูกเก็บรักษาอยู่ ในที่นั้น
กระทั่งล่วงมาถึง ปี พ.ศ. 2523 ซึ่งมีการซ่อมแซมพระอุโบสถวัดพระ แก้วมรกต ในวาระครบรอบ 200 ปี กรุง รัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้า
อยู่หัวทรงแต่งตั้งให้สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็น ประธานอำนวยการซ่อมแซม ในปีที่ซ่อมแซมพระอุโบสถวัด พระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว
นั้นเอง คนงานชาวอีสานได้ขุดพบพระ สมเด็จวัดพระแก้ว หรือพระสมเด็จวัง หน้าที่บรรจุไว้ในพระเจดีย์รอบระเบียง พระอุโบสถและบนหลังคาพระอุโบสถ ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก
จึงได้ลักลอบ นำเอาออกมาจำหน่ายที่สนามพระ เครื่อง เสนอราคาองค์ละ 30-50 บาท แต่ เนื่องจากคนที่นำมาจำหน่ายเป็นเพียง คนงานชาวอีสาน คนทั่วไปจึงคิดว่าเป็น
พระที่ปลอมแปลงเลียนแบบ จึงไม่ค่อย มีใครสนใจมากนัก โดยเพาะนักการค้า พุทธพานิชในตลาดซื้อ-ขายพระท่าพระ จันทร์ ไม่มีใครให้ความสนใจเลย ทั้งนี้ อาจเพราะเหตุประการดังกล่าวประการ หนึ่ง และเพราะยังไม่มีคนปั่นราคาอีก ประการหนึ่ง แท้ที่จริงแล้ว เป็นพระแท้ เป็นพระ เครื่องสูงศักดิ์มาก ดูเหมือนว่าจะเป็นพระสมเด็จที่ สมเด็จ พระพุฒาจารย์ โต
พรหมรังสี อธิษฐาน จิตปรกปลุกเสกเป็นรุ่นสุดท้าย เพราะ หลังจากนั้นอีก 4 ปีต่อมา สมเด็จพระ พุฒาจารย์ โต พรหมรังสี ท่านก็สิ้นชีพ พิตักษัย เมื่อวันที่ 22
มิถุนายน พ.ศ. 2415

   ความเห็นที่ 4 โดยคุณ : pornteb วันที่ : 08 - ส.ค. - 51  เวลา 04:17:52  ,ip :192.168.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น
เชิญ Login เพื่อร่วมแสดงความเห็น
  Username :   
  Password :   
    







Copyright©2004 Amulet2U.com. All rights reserved. Develop by NetworkDD.com.