อ่านทั้งหมดประชาสัมพันธ์ถาม-ตอบความรู้-วิชาการมีดีมาโชว์ซื้อ-ขาย-ประมูลสัพเพเหระกิจกรรม 2U
อากาศร้อนแบบนี้ ต้องอัญเชิญพระปางขอฝน มาช่วยดับร้อน

ความเป็นมาของปางคันธารราฐหรือปางขอฝน ( ยืน )

        ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ที่พระเชตวันวิหาร ในนครสาวัตถี แคว้นโกศล ในปีนั้นเกิดความแห้งแล้ง ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล หาน้ำใช้ยาก พืชผลเกษตรกรรมได้รับความเสียหาย ทั้งประชาชนขาดแคลนน้ำบริโภค สระโบกขรณีในพระเชตวันก็แห้งขอด วันหนึ่งพระศาสดาเสด็จกลับจากโปรดสัตว์ในเวลาเช้า หลังจากทรงทำภัตตกิจแล้ว ได้ทรงเห็นความลำบากของมหาชน พระพุทธองค์จึงทรงจะอนุเคราะห์แก่มหาชน จึงรับสั่งขอผ้าชุบสรงจากพระอานนท์เถระ พระอานนท์ทูลว่า น้ำในสระหน้าวัดแห้งหมดพระเจ้าขา จึงตรัส ตอบว่า เราจะสรงน้ำฝน

        พระองค์ทรงผ้าชุบสรง ชายข้างหนึ่งทรงปิดพระกาย ชายอีกข้างหนึ่งตวัดขึ้นพาดพระอังสะลงมา แล้วเสด็จไปประทับ ณ บันใดสระ ยกพระหัตถ์ขวาขึ้นกวักเรียกฝน ยกพระหัตถ์ซ้ายขึ้น รองน้ำ ทันใดนั้นจึงเกิดหมู่เมฆตั้งเค้าขึ้นทั่วทุกทิศานุทิศ ด้วยพุทธานุภาพและพระมหากรุณาธิคุณต่อสรรพสัตว์ ฝนได้ตกลงมาเป็นอัศจรรย์ ทำให้ปวงประชาและหมู่สัตว์ได้รับความสุขจากน้ำฝนกันทั่วหน้า ฯ
ผู้โพสต์ : niwat   วันที่ : 07 - พ.ค. - 53  เวลา 14:56:44   , ip : 61.90.xxx.xxx    แจ้งลบทั้งกระทู้   



        พระพุทธรูปปางขอฝน แต่ที่เรียกกันว่าปางคันธาระ (มิได้เรียกว่าปางขอฝนตามพระอิริยาบถนั้น) เพราะคนไทยทั่วไปนิยมเรียกตามกันมานาน ที่จริงแล้ว พระพุทธรูปคันธาระ หรือคันธารราฐ มีการสร้างกันหลายปางด้วยกัน มิได้มีเพียงปางขอฝนเพียงปางเดียว แต่เนื่องด้วยพระพุทธรูปปางขอฝน ที่เป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าให้สร้างขึ้นสำหรับประดิษฐานในพระราชพิธีพืชมงคลนั้น เลียนแบบศิลปะมาจากศิลปะแบบคันธาระ ทำให้คนที่ไม่เข้าใจรูปแบบการสร้าง ที่ทำมาตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ 1 เข้าใจผิดและเรียกตามกันมาจนบัดนี้

        พระพุทธรูปปางขอฝน (ยืน) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(พ.ศ.๒๔๑๑-๒๔๕๓) โปรดให้สร้างขึ้นเลียนแบบพระพุทธรูปคันธาระ พระพุทธรูปปางขอฝนทำเป็นพระพุทธรูปประทับยืน พระหัตถ์ขวายกขึ้นราวพระอุระทำกิริยากวักเรียกฝน พระหัตถ์ซ้ายหงายเป็นกิริยารองรับน้ำฝน เป็นศิลปะแบบ คันธาระ
   ความเห็นที่ 1 โดยคุณ : niwat วันที่ : 07 - พ.ค. - 53  เวลา 14:58:32  ,ip :61.90.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



        พระพุทธรูปปางปางขอฝน ( นั่ง ) อยู่ในพระอิริยาบถประทับนั่งขัดสมาธิ ทรงผ้าวัสสิกสาฎก ( ผ้าอาบน้ำฝน ) พระหัตถ์ขวายกขึ้นเป็นกิริยากวัก แบพระหัตถ์ซ้ายวางอยู่บนพระชานุ (บางแบบวางอยู่บนพระเพลา) เป็นอาการรองรับน้ำฝน และจะเห็นได้ชัดว่า แม้เป็นพระอิริยาบถ กวักเรียกฝน แต่ศิลปก็มิใช่แบบคันธาระ หรือคันธารราฐ แต่อย่างใด


        จากภาพพระพุทธรูปที่แสดงอยู่ 3 ภาพนั้น จะเห็นว่ามีเพียงภาพแรกเท่านั้น ที่มีพุทธศิลป์ เป็นแบบคันธาระ และมีพระอิริยาบทใกล้เคียงตามพระพุทธประวัติ มีแม้กระทั่งขั้นบันใดลงสระ ส่วนรูปที่ 2 เป็นอิริยาบททรงขอฝนเช่นกัน แต่เป็นศิลปแบบไทย รัตนโกสินทร์ (แบบรัชกาล) รูปที่ 3 เป็นอิริยาบทนั่งขัดสมาธิ แต่พระกร 2 ข้าง แสดงอิริยาบทขอฝน และเป็นศิลปไทย รัตนโกสินทร์ เช่นกัน ... จึงน่าจะชัดเจนว่า ควรจะเรียกว่า พระพุทธรูปปางปางขอฝน มิใช่ พระพุทธรูปปางคันธาระ แต่อย่างใด
   ความเห็นที่ 2 โดยคุณ : niwat วันที่ : 07 - พ.ค. - 53  เวลา 15:00:28  ,ip :61.90.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



        เนื่องด้วยในปี พ.ศ.2472 พระธรรมวโรดมท่านมีดำริให้จัดสร้างวัตถุมงคล เพื่อแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้าน ไว้คุ้มครอง ตัว จึงได้จัดสร้างพระขึ้นมาหลายแบบ คือพระพุทธรูปบูชาคันธาราฐประทับยืนปางขอฝน ขนาดใหญ่จำนวนหนึ่งองค์ พระพุทธรูปบูชาคันธาราฐประทับยืนปางขอฝน ขนาด 12 นิ้ว เหรียญหล่อคัน ธาราฐทรงกลีบจำปา ไม่มีหู เหรียญหล่อคันธาราฐทรงใบเสมาคว่ำ เหรียญหล่อรูปเหมือนพระเทพสุธีโชติครึ่งองค์หันข้าง พระปิดตามหาอุด เนื้อสำริด

รายนามพระเกจิอาจารย์ที่ร่วมพิธีพุทธา ภิเษกและลงแผ่นยันต์โลหะ มีรายนามดังต่อไปนี้
                  หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อยุธยา
                  หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน สุพรรณบุรี
                  หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว นครปฐม
                  หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้ กาญจนบุรี
                  หลวงพ่อแช่ม วัดตากล้อง นครปฐม
                  หลวงพ่อทองสุข วัดห้วยจระเข้ นครปฐม
                  หลวงพ่อจันทร์ วัดบ้านยาง นครปฐม
                  หลวงพ่อเบี้ย วัดโคกพระเจดีย์ นครปฐม
                  หลวงพ่อห้อย วัดหอมเกร็ด นครปฐม
                  หลวงพ่อมี วัดทรงคะนอง นครปฐม
                  หลวงพ่อเพิ่ม วัดสรรเพชร นครปฐม
                  หลวงพ่อปล้อง วัดหลุมดิน ราชบุรี
                  หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา นครปฐม
                  หลวงพ่อชม วัดบางปลา นครปฐม
                  หลวงพ่อเป้า วัดสุประดิษฐาราม นครปฐม
                  หลวงพ่ออาจ วัดเสน่หา นครปฐม
                  หลวงพ่อวงศ์ วัดทุ่งผักกรูด นครปฐม
                  หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม นครปฐม
                  หลวงพ่อเพิ่ม วัดกลางบางแก้ว นครปฐม
                  หลวงพ่อดี วัดเทวสังฆาราม กาญจนบุรี
                  หลวงพ่อใช้ วัดช่องลม สมุทรสาคร
                  สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์ กทม.
                  พระอาจารย์สนธิ์ วัดสุทัศน์ กทม.
                  พระอาจารย์นวม วัดอนงคาราม กทม.
                  หลวงพ่อทับ วัดอนงคาราม กทม.
                  หลวงพ่อสอน วัดป่าเลไลยก์ สุพรรณบุรี
                  หลวงพ่อโบ้ย วัดมะนาว สุพรรณบุรี
                  หลวงพ่อเพิ่ม วัดเสาธงทอง สุพรรณบุรี
                  หลวงพ่ออุ่ม วัดคลองขอม สุพรรณบุรี
                  หลวงพ่อคง วัดซำป่าง่าม ฉะเชิงเทรา
                  หลวงพ่อจัน วัดนางหนู ลพบุรี
                  หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก กทม.
                  หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา ปราจีนบุรี
                  หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อยุธยา
                  หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ ชลบุรี
                  หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม สมุทรสงคราม
                  หลวงพ่อชม วัดพุทไธศวรรย์ อยุธยา
                  หลวงพ่อฉาย วัดพนัญเชิง อยุธยา
                  หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ สมุทรสาคร
                  หลวงพ่อลา วัดแก่งคอย สระบุรี
                  นอกจากนี้ ยังมีพระเกจิอาจารย์รูปอื่นๆ อีกจนครบ 108 รูป
   ความเห็นที่ 3 โดยคุณ : niwat วันที่ : 07 - พ.ค. - 53  เวลา 15:04:30  ,ip :61.90.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



        เหรียญหล่อพระคันธาราฐ นี้เนื้อจะออกแก่ทองเหลือง พื้นผิวมักจะปรากฏคราบดินเบ้าติดอยู่ประปราย นับว่าเป็นพระดีน่าบูชาอย่างยิ่ง อีกทั้งสนนราคาก็ยังไม่แพงครับ อยู่ที่หลักพันต้น แต่ถ้าเป็นเหรียญพิมพ์เสมา ก็อยู่ที่หลักหมื่นกว่าๆครับ
   ความเห็นที่ 4 โดยคุณ : niwat วันที่ : 07 - พ.ค. - 53  เวลา 15:05:08  ,ip :61.90.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



        พระบูชา ปางขอฝนองค์ไม่ใช่รุ่นแรกของวัดพระปฐมเจดีย์ ที่สร้างเมื่อ พ.ศ.2472 ผมเข้าใจว่าน่าจะสร้างประมาณ พ.ศ.248กว่า หรือ 249กว่า  ขนาดงองค์พระสูงประมาณ 1ฟุต เนื้อหาของพระเป็นทองผสม ผิวน่าจะเป็นรมดำ ผิวเก่าแห้งกร่ำสมอายุ  ปัจจุบันผมบูชาไว้บนหิ้งพระ เพื่อขอพรด้านความอุดมสมบูรณ์

        ผมเคยคิดว่าน่าจะเอาไปทำฐานใหม่ให้สวยงาม แต่วันแล้ววันเล่าก็ยังไม่ได้เอาไปทำสักที นี่ก็ผ่านมาเกือบสิบปีแล้วที่เช่ามา  ดูทีไรก็ซึ้งครับ แต่หยิบมาส่องบ่อยๆไม่ได้ครับ เพราะว่าหนักเหมือนกัน ( หล่อตันทั้งองค์ )
   ความเห็นที่ 5 โดยคุณ : niwat วันที่ : 07 - พ.ค. - 53  เวลา 15:11:21  ,ip :61.90.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


สวยมากครับ..
   ความเห็นที่ 6 โดยคุณ : ศักดิ์ศรี วันที่ : 07 - พ.ค. - 53  เวลา 19:07:51  ,ip :192.168.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


สุดยอดเลยครับพี่
   ความเห็นที่ 7 โดยคุณ : เซาะปากดง วันที่ : 09 - พ.ค. - 53  เวลา 10:27:50  ,ip :125.26.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



          ขอบคุณทุกๆท่านครับ
   ความเห็นที่ 8 โดยคุณ : niwat วันที่ : 10 - พ.ค. - 53  เวลา 08:29:25  ,ip :58.8.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น
เชิญ Login เพื่อร่วมแสดงความเห็น
  Username :   
  Password :   
    







Copyright©2004 Amulet2U.com. All rights reserved. Develop by NetworkDD.com.