อ่านทั้งหมดประชาสัมพันธ์ถาม-ตอบความรู้-วิชาการมีดีมาโชว์ซื้อ-ขาย-ประมูลสัพเพเหระกิจกรรม 2U
นานๆโชว์ที : พระสมเด็จวัดนก จ.อ่างทอง ของดีราคาเยาวชน

        จังหวัดอ่างทอง มีชื่อ "วัดนก" ถึง 3 วัดด้วยกัน คือ วัดนก (ราชปักษี) ตังอยู่ในอำเภอเมือง , วัดนก (ราชสกุณา) ตั้งอยู่ในอำเภอวิเศษไชยชาญ และ วัดนก (สกุณาราม) ตังอยู่ในอำเภอไชโย  กล่าวสำหรับวัดนก "สกุณาราม" อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง ข้อมูลจากหนังสือ "เมืองอ่างทอง" อันจัดพิมพ์เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายในศุภวารมงคลสมัยที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 3 รอบ พ.ศ.2534 ว่า  "วัดสกุณาราม ตั้งอยู่เลขที่ 1 บ้านสกุณา หมู่ที่ 5 ตำบลไชโย อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง  ที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่มติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา อาคารเสนาสนะต่างๆ ประกอบด้วยพระอุโบสถสร้างใหม่ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดกว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร พระวิหารคอนกรีตและไม้กว้าง 5 เมตร ยาว 9 เมตร ศาลาการเปรียญเป็นไม้ กว้าง 18 เมตร ยาว 30 เมตร กุฎีสงฆ์ 7 หลัง

        ประวัติความเป็นมา เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา แต่ต่อมาคงถูกทิ้งร้างไป จนกระทั่งในปีพุทธศักราช 2416 จึงได้มาบูรณะปฏิสังขรณ์อีกครั้งหนึ่ง ปัจจุบันมีเนื้อที่ทั้งหมด 60 ไร่ 1 งาน 1 ตารางวา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2517 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร  โบราณวัตถุ พระเจดีย์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของพระอุโบสถ เป็นพระเจดีย์ทรงกลมที่มีฐานสูง ที่ก้านฉัตรไม่มีเสาหาร อาจกำหนดอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 23 ตอนปลายได้ แต่คงได้รับการซ่อมแซมในตอนกลางของพุทธศตวรรษที่ 25 อีกครั้ง"
ผู้โพสต์ : niwat   วันที่ : 19 - พ.ค. - 53  เวลา 09:04:14   , ip : 61.90.xxx.xxx    แจ้งลบทั้งกระทู้   



        ที่วัดนก (สกุณาราม) แห่งนี้มีกรุพระเครื่องเลื่องชื่อ ซึ่งอดีตเจ้าอาวาสวัดนาม หลวงพ่อแก้ว เป็นผู้สร้างขึ้นมาเมื่อประมาณปี พ.ศ.2453 ถึง 2475 ในสมัยนั้นนอกเหนือจากหลวงพ่อแก้วแล้ว วัดนก (สกุณาราม) ยังมีพระเกจิอาจารย์เลื่องนามอีกรูปหนึ่งคือ หลวงพ่อทอง เป็นพระลูกวัด  พระสมเด็จวัดนกที่พบเห็นกันโดยมาก เป็นพระสมเด็จฐาน 3 ชั้น มีขนาดกว้างประมาณ 1.5 เซนติเมตร สูงประมาณ 2.3 เซนติเมตร องค์พระพุทธปฏิมากรปางสมาธิ ประทับบนอาสนะฐาน 3 ชั้น ภายในซุ้มประภามณฑล 2 ชั้น ระหว่างชั้นมีขีดคั่น ที่เรียกกันว่า ซุ้มประภามณฑลมีรัศมี แบบเดียวกับพระเครื่องหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า เข้าใจว่าถ่ายทอดแบบกันออกมา  องค์พระมีพระพักตร์คมโตนูน เกศจะเป็นเกศสูงสองชั้น ปรากฏรอยผ้าสังฆาฏิอย่างชัดเจน ในส่วนของด้านหลังเรียบและปรากฏรอยจารอักฃระลงไปในเนื้อพระ เป็นตัว "อุ" บ้าง ตัว "เฑาะว์" บ้าง หรือตัว "อุณาโลม" บ้าง 

        พระสมเด็จวัดนกนั้นเป็นพระเนื้อผงผสมมวลสาร เกสรดอกไม้  นำมาตำผสมกับว่าน108และผงพุทธคุณ และ ใส่ลูกประกำช้างลงไปด้วย  ซึ่งลูกประกำช้างนั้นเป็นวัสดุอาถรรพ์ที่ช้างจะกลัวมาก    เมื่อมวลสารต่างๆเข้ากันได้ดีแล้วหลวงพ่อแก้วได้และนำมาพิมพ์เป็นองค์พระ  โดยเนื้อพระจะออกไปทางพระเนื้อผงน้ำมัน และจุดสังเกตที่สำคัญจะพบว่ามีรอยย่น ส่วนขอบด้านข้างจะตัดไม่ขาด (ที่พวกเราเรียกกันว่าขอบสองชั้น) ผิวจะย่นไปตามกาลเวลาลักษณะของสีขององค์พระเท่าที่ได้พบเห็นจะมีอยู่ด้วยกันสองสีคือ เนื้อเขียวแก่ (ชาวบ้านเรียกเนื้อหินมีดโกน) ที่จริงๆแล้วสีเขียวเกิดจากน้ำว่านเมื่อกาลเวลาผ่านไปซึ่งเนื้อหานี้นิยมยมครับถือว่าเป็นเนื้อยุคต้น    ส่วนยุคถัดมามักพบเนื้อสีเทาออกดำ (เนื้อผงใบลาน)  พระสมเด็จวัดนกยังมีหลายพิมพ์ทรงที่พบเห็นกัน พระสมเด็จฐาน 3 ชั้น ข้างอุ พระสมเด็จฐานบัว 2 ชั้น ฯลฯ  และเนื่องจากเป็นพระเครื่องที่ได้รับการบรรจุกรุ จึงปรากฏรอยคราบกรุให้เห็น  แต่เดิมทีนั้นพระสมเด็จวัดนก (สกุณาราม) ไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก ปรากฏว่ามีการนำพระสมเด็จวัดนก (สกุณาราม) นี้ไปยัดเป็นของพระเกจิอาจารย์อื่นๆ ก็มี  จนเมื่อข่าวคราวของชาวบ้านที่พกพระสมเด็จวัดนก (สกุณาราม) นี้ไว้ในกล่องยาสูบ ไปเหยียบงูแมวเซาเข้าโดนกัดแต่ไม่เข้า อีกทั้งต่อมายังมีข่าวคราวเด็กในตลาดวิเศษไชยชาญคล้องพระสมเด็จวัดนก (สกุณาราม) เลี่ยมขอบเงิน ไปโดนหมากัดชนิดเสื้อขาดกระจุย ตามเนื้อตัวมีรอยเขี้ยวเต็มไปหมด แต่หาเข้าเนื้อไม่  ทำให้ชื่อเสียงของพระสมเด็จวัดนก (สกุณาราม) จึงกระหึ่มขึ้นในท้องถิ่น.

        พระสมเด็จวัดนกนั้นมีการสร้างกัน 2 ยุค  คือ  ยุคแรกจัดสร้างโดยหลวงพ่อแก้ว ประมาณปี 2453 ถึง 2475 พระยุคแรกจะมีสีเขียวกับสีเทา  โดยชาวบ้านมักจะเรียกกันว่าเนื้อหินลับมีดโกน  และได้มีการบรรจุกรุเพื่อสืบต่อพระศาสนาเอาไว้ด้วย  ต่อมาเมื่อสิ้นยุคหลวงพ่อแก้วแล้ว  พระปลัดเฟื้องได้สร้างขึ้นสืบต่อมาอีก  เพราะแม่พิมพ์ยังไม่ได้ทำลาย  พระปลัดเฟื้องได้สร้างตามแบบฉบับหลวงพ่อแก้วทุกประการ  แต่สร้างด้วยเนื้อสีขาวกับสีดำ  ทำให้สามารถแยกแยะได้ว่าพระองค์ไหนสร้างในยุคไหน  ปัญหาที่สำคัญของพระผงวัดนกก็คือของปลอม  ที่มีระบาดมานานมากแล้ว ถ้าใครไม่เคยเห็นของแท้มาก่อนก็มีโอกาสโดนมาก  พระของแท้จะต้องเนื้อแน่นๆดูมีอายุ  ไม่ใช่ดูแล้วเนื้อร่วนๆแล้วเอาไปหมกทำคราบฝ้าคราบกรุ  พระแบบนั้นสมัยก่อนตวงกระป๋องขาย  ตอนนี้ขายกันพันกว่าบาทเช่าไปก็ไม่กล้าห้อย  ส่วนพระแท้ๆนั้นสภาพสวยจริงต้องว่ากันถึงหลักหมื่นครับ
   ความเห็นที่ 1 โดยคุณ : niwat วันที่ : 19 - พ.ค. - 53  เวลา 09:05:33  ,ip :61.90.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


พระสวยครับน่าบูชามากครับ
   ความเห็นที่ 2 โดยคุณ : tuikung07 วันที่ : 19 - พ.ค. - 53  เวลา 09:27:45  ,ip :125.27.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



          ขอบคุณครับ  องค์นี้มีเสน่ห์ที่เป็นเลี่ยมเงินโบราณ  ... ถ้าผิดพลาดประการใด ฝากพี่ๆ เพื่อนๆ ช่วยกระตุกแขนเสื้อด้วยนะครับ
   ความเห็นที่ 3 โดยคุณ : niwat วันที่ : 19 - พ.ค. - 53  เวลา 09:40:27  ,ip :61.90.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


พระก็สวยข้อมูลก็เยี่ยมครับ อ่านแล้วได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จริงๆครับ ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับพี่ครับ
   ความเห็นที่ 4 โดยคุณ : tritan วันที่ : 19 - พ.ค. - 53  เวลา 10:33:10  ,ip :124.120.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


งั้นต้องส่งมาให้เยาวชนแถวนี้แขวนทดสอบดีไหมครับ      


ปล.พระสวยข้อมูลเยี่ยมครับ
   ความเห็นที่ 5 โดยคุณ : เมืองเก่า วันที่ : 19 - พ.ค. - 53  เวลา 14:05:03  ,ip :113.53.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



เข้ามาเยี่ยมชมครับ พี่นิวัติ
   ความเห็นที่ 6 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 19 - พ.ค. - 53  เวลา 16:23:53  ,ip :115.87.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ซึ้งครับ เมื่อก่อนชอบมากครับกรุนี้...เหนียว
   ความเห็นที่ 7 โดยคุณ : numael วันที่ : 19 - พ.ค. - 53  เวลา 23:44:49  ,ip :125.24.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ช่วงนี้โชว์แต่ของเหนียวๆ นะครับ
   ความเห็นที่ 8 โดยคุณ : Punchai วันที่ : 20 - พ.ค. - 53  เวลา 17:20:36  ,ip :58.147.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



            พระสมัยก่อนมักจะเด่นด้านเหนียวน่ะครับ
   ความเห็นที่ 9 โดยคุณ : niwat วันที่ : 21 - พ.ค. - 53  เวลา 09:05:58  ,ip :58.8.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น
เชิญ Login เพื่อร่วมแสดงความเห็น
  Username :   
  Password :   
    







Copyright©2004 Amulet2U.com. All rights reserved. Develop by NetworkDD.com.