อ่านทั้งหมดประชาสัมพันธ์ถาม-ตอบความรู้-วิชาการมีดีมาโชว์ซื้อ-ขาย-ประมูลสัพเพเหระกิจกรรม 2U
เหรียญโภคทรัพย์ วัดบพิตรพิมุข ๒๕๐๗

พิธีพุทธาภิเษกปี ๐๗
ก่อน พิธีพุทธาภิเษก ทางคณะกรรมการวัดได้ไปขอฤกษ์จากพระครูพิศาลสรกิจ (อาจารย์กลิ่น) วัดจักรวรรดิราชาวาสมีใจความว่า มงคลฤกษ์ปลุกเศกอิทธิฤทธิ์พระพุทธรูป (หลวงพ่อแสน) พระพุทธกวักพระอาจารย์ไข่ เหรียญโภคทรัพย์ เหรียญเกราะเพ็ชร์ ผ้าธงยันต์อาจารย์ไข่ ณ พระอุโบสถวัดบพิตรพิมุข พระนคร (กรุงเทพฯ)
กำหนด ณ วันอาทิตย์ที่ ๒๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๗ ตรงกับเดือนอ้าย แรม ๘ ค่ำ ปีมะโรง จุลศักราช ๑๓๒๖ ได้สุภะฤกษ์เวลา ๑๓ นาฬิกา ๒๕ นาที เริ่มเข้าพิธีปลุกเศกเป็นต้นไป ประกอบไปด้วยภะระณี (คือ มหัทธะโน ๒ แห่งฤกษ์) มีอิทธิฤทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ มีลาภผลดีมาก เจริญสุขดียิ่ง
พระพุทธรูป (หลวงพ่อแสน)
เป็น พระพุทธรูปปางมารวิชัย องค์เดิมเนื้อทองขาวล้วนสร้างแบบสมัยเชียงแสนเมื่อคราววัดประสบอัคคีภัยถูก ไฟไหม้เหลือแต่พระเศียรได้ประกอบพิธีสร้างองค์เมื่อวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๐๗ จึงเป็นองค์สมบูรณ์ดังที่ปรากฏนี้ได้ถวายพระนามว่า “พระพุทธนันทมหามุนี ศรีอุตตรบุรีเชียงแสน อายุวัฒนโลกุตตมาจารย์” ได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๐๗ และได้ประกอบพิธีบรรจุพระบรมธาติเข้าในพระเกศด้วย เพื่อให้บังเกิดสิริมงคลศักดิ์สิทธิ์แก่ผู้สักการะบูชา
พระปิดตาอาจารย์ไข่
พระปิดตาอาจารย์ไข่เป็นพระแบบ “พระภควัม” มาจากคำว่า “ภควา” เป็นพระสมญานามของพระบรมศาสดา มีพุทธลักษณะใช้พระหัตถ์ทั้งสองปิดพระพักตร์เต็มหมดไม่ใช่พระปิดทวาร องค์พระมีลักษณะอ้วน การนั่งสมาธิพระเพลาขวาทับพระเพลาซ้าย ทั้งหมดอยู่บนพื้นกลีบบัวปลายมน
การ ที่ทางวัดจัดทำพระปิดตาอาจารย์ไข่ขึ้นนี้ เนื่องด้วยมีหลายท่านมาติดต่อใคร่จะได้ ประกอบด้วยทางวัดได้รับผงอาจารย์ไข่จากท่านผู้หนึ่ง จึงจัดทำขึ้นเป็น ๒ ชนิด คือ ชนิดผงพิเศษสีหม่น และชนิดผงสีดำ มีเครื่องหมายอักขระ “ข” ที่ฐาน และได้ดัดแปลงเพื่อความสวยงามบ้าง
คุณานุภาพพระปิดตาอาจารย์ไข่เลื่องลือกันทางอำนาจและเมตตามหานิยมอย่างสูง การเล่าเรียนศึกษาเพื่อความเจริญก้าวหน้าของชีวิต นึกถึงพระปิดตาอาจารย์ไข่ อาราธนาทำน้ำมนต์ก่อให้เกิดสติปัญญาดีนักแล
เหรียญโภคทรัพย์
เหรียญนี้มีลักษณะคล้ายรูปอาร์มทรวดทรงกะทัดรัด สวยงามน่าชมมากขนาดกว้างของเหรียญ ๒ เซนติเมตร สูง ๔ เซนติเมตร ด้านหน้าของเหรียญเป็นยันต์โภคทรัพย์ ๔ เหลี่ยม เบื้องบนของยันต์เป็นรูปหลวงพ่อแสนวัดบพิตรพิมุข ด้านหลังเป็นอักษรภาษาไทย เบื้องบนตัวอักษรเป็นพระอุณาโลม วัตถุที่ทำเหรียญทำด้วยโลหะชนิดเดียวเป็นสีทอง
คุณานุภาพของเหรียญโภคทรัพย์ตามตำรับบอกไว้ว่า “เหรียญโภคทรัพย์” นี้ผู้ใดได้พบเป็นบุญของผู้นั้นท่านให้ใส่ไว้ในที่ ๆ เก็บเงิน ทอง เงินและทองจะมีไม่ขาด หรือจะเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ก็ได้ ผู้ใดมีเหรียญโภคทรัพย์นี้ไว้ เงินและทองจะบังเกิดขึ้นเรื่อย ๆ นำมาซึ่งความมากมายด้วยทรัพย์สินเงินทอง ดำรงวงศ์ตระกูลให้ถาวรรุ่งเรืองไม่ตกต่ำ เวลาจะไปหาลาภให้นำเหรียญนี้ติดตัวไปด้วย วิเศษนักแล
พระพุทธกวัก
พระพุทธ กวักนี้สร้างขึ้นด้วยผงคุณพระ และผงวิเศษล้วนสีเหลือง ขนาดกว้างของพระ ๑.๕ เซนติเมตร สูง ๒ เซนติเมตร องค์พระอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว มีบัลลังก์อยู่บนพื้นฐานสี่เหลี่ยมผืนผ้า พุทธลักษณะประทับนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายหงายวางบนพระเพลา พระหัตถ์ขาวทรงกวัก ถือนิมิตตอนประทานเอหิภิกุอุปสัมปทา (ประทานการอุปสมบทแก่กุลบุตร)
พุทธานุภาพ ผู้ที่มีพระพุทธากวักต้องสวดพระคาถาบูชาประจำพระพุทธกวัก คือสวดพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ อย่างละ ๑ จบทุกวัน ผู้ที่สวดพระคาถานี้ภาวนาตามระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย แล้วประกอบคุณงามความดีอยู่เสมอจะทำให้ใจอาจหาญไม่เกรงกลัวศัตรู หรือผู้คิดร้ายไม่สามารถจะทำอันตรายได้จะไปไหนมาไหนคนพอเห็นหน้านึกปรานีที เดียวอนึ่ง หากเสกน้ำล้างหน้าด้วยบทคาถานี้ทุกเช้าแล้วจะเกิดสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล พ้นจากความจัญไรนำมหาลาภและยศมาสู่ตนแล
เหรียญเกราะเพ็ชร์
เหรียญ นี้มีลักษณะคล้ายใบมะขามเล็กกะทัดรัดสวยงามมาก ขนาดกว้างของเหรียญประมาณครึ่งเซนติเมตร สูงประมาณ ๑ เซนติเมตร ด้านหน้าของเหรียญเป็นรูปหลวงพ่อแสนที่ฐานมีตัวอักษร ว.บ.พ. ด้านหลังเป็นยันต์เกราะเพ็ชร์สี่เหลี่ยมรี มีพระอุณาโลมอยู่เบื้องบน วัตถุที่ทำเหรียญทำด้วยโลหะอย่างเดียวเป็นสีทอง ได้ทำด้ายสำหรับผูกข้อมือ ผูกติดไว้ที่เหรียญนั้นด้วยเพื่อใช้ผูกข้อมือเด็กจะไม่ขี้อ้อน เลี่ยงง่ายไม่เจ็บไข้ เมื่อหมดความจำเป็นแล้วตัดออกเหลือไว้แต่เหรียญไว้สำหรับติดตัวเด็กป้องกัน อันตรายต่อไป เวลาจะผูกข้อมือเด็กให้ระลึกถึงหลวงพ่อแสนแล้วว่า พระคาถาดังนี้ “คะ พุท ปัน ทู ทัม วะ คะ” เด็กจะสมบูรณ์โตวันโตคืน คุณานุภาพของเหรียญเกราะเพ็ชร์ตามตำรับบอกไว้ว่า เป็นเจ้าแห่งการป้องกันทั้งหลาย ผู้ที่มีเหรียญนี้เหมือนกับมีเกราะเพ็ชร์ป้องกันตัว จึงสมควรมีไว้เพื่อบุตรหลานของท่าน
ผ้าธงยันต์อาจารย์ไข่
ผ้า ธงยันต์อาจารย์ไข่ ทำด้วยผ้าขาวบริสุทธิ์พิมพ์ลวดลาย เลขยันต์ อักขระขอมด้วยหมึกสีมงคล ขนาดกว้าง ๒๕ เซนติเมตร สูง ๑๑ เซนติเมตร จะยิ่งหย่อนกว่ากันบ้างก็คงไม่มากนัก ลักษณะของยันต์มีรูปอาจารย์ไข่อยู่เบื้องบนตรงกลางเป็นรูปยันต์นางกวัก เบื้องล่างของยันต์นางกวักเป็นยันต์ท้าวอู่ทอง (ยันต์เศรษฐีก็เรียก)
คุณา นุภาพผ้าธงยันต์อาจารย์ไข่นี้ผู้ใดได้พบเห็นบุญลาภอันประเสริฐของผู้นั้น พยายามไว้บูชาให้จงได้บูชาไว้กับบ้าน ร้านค้าเกิดลาภสักการะทำมาหากินค้าขายคล่องเป็นมหาลาภ มหานิยม เวลาจะไปหาลาภหรือเข้าหาเจ้านายผู้ใหญ่ ให้นำติดตัวไปด้วยวิเศษนักแล
ถ้าจะทำเป็นธง ให้ใช้ไม้ชัยพฤกษ์ทำคันธง เวลาปักธงให้ว่าพระคาถาดังนี้ สัพเพ ชะนา พะหู ชะนา อาคัจฉาหิ ปิยัง มะมะฯ
รายนามพระเถราจารย์ที่นั่งปรก
พระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณที่อาราธนามาร่วมพิธีปลุกเศกอิทธิฤทธิมีดังนี้
1.      พระครูอาทรสิกขกิจ (หลวงพ่อมี) วัดเขาสมอคอน จังหวัดลพบุรี
2.      พระครูอนุกูลคณารักษ์ (หลวงพ่อเงิน) วัดสว่างอารมณ์  จังหวัดนครนายก
3.      พระครูสังวรโศภน (หลวงพ่อมาก) วัดปากคลอง จังหวัดลพบุรี
4.      พระครูสุเทพสิทธิการย์ (หลวงพ่ออยู่) วัดเทวประสารท จังหวัดพิจิตร
5.      พระครูวุฒาจารย์ (หลวงพ่อสุข)  วัดบางลี่  จังหวัดลพบุรี
6.      พระครูพิศาลสรกิจ (หลวงพ่อกลิ่น) วัดจักรวรรดิราชวาส กรุงเทพฯ
7.      พระครูสละ (หลวงพ่อฤๅษี) วัดท้องคุ้ง จังหวัดลพบุรี
8.      พระอาจารย์เพิ่ม (หลวงพ่อเพิ่ม) วัดจักรวรรดิราชวาส กรุงเทพฯ
9.      พระอาจารย์ผ่อง (หลวงพ่อผ่อง) วัดจักรวรรดิราชวาส  กรุงเทพฯ
10.    พระอาจารย์โชติ วัดจักรวรรดิราชวาส กรุงเทพฯ
11.    พระอาจารย์ถิร วัดบพิตรพิมุข กรุงเทพฯ
12.    พระอาจารย์สอน วัดบพิตรพิมุข  กรุงเทพฯ
13.    พระครูสาธุธรรมคุณาธาร วัดบพิตรพิมุข  กรุงเทพฯ
14.    หลวงพ่อเต๋ (หลวงพ่อคงทอง) วัดสามง่าม นครปฐม
15.    พระครูสรกิจพิจารย์ (หลวงพ่อผัน)  วัดราษฎร์เจริญ สระบุรี
16.    พระครูสถาพรพุทธมนต์ (หลวงพ่อสำเนียง) วัดเวฬุวนาราม นครปฐม
ผู้โพสต์ : ต้อม_เมืองย่าโม   วันที่ : 21 - พ.ค. - 56  เวลา 00:46:45   , ip : 218.208.xxx.xxx    แจ้งลบทั้งกระทู้   



พระพุทธเจ้าทรงเผยแผ่พระพุทธศาสนาแก่มนุษยชาติตลอดสี่สิบห้าปี เพื่อมุ่งหมายให้เกิดประโยชน์สูง 3 ประการ คือ ประโยชน์สุขสามัญที่สามารถมองเห็นได้ในปัจจุบันที่บุคคลทั่วไปปรารถนามี ทรัพย์สมบัติ เกียรติยศชื่อเสียง อันประกอบด้วยลาภ ยศ สุข สรรเสริญ ประโยชน์ชั้นสูงขึ้นไป อันได้แก่ความมีจิตใจเจริญงอกงามด้วยคุณธรรมความดีทำให้ชีวิตมีค่าและเป็น หลักประกันในชาติหน้าและประโยชน์อย่างยิ่ง คือ พระนิพพาน อันได้แก่ สภาพที่ดับกิเลสความโลภ ความโกรธและความหลง อันเป็นเป้าหมายสูงสุดในทางพระพุทธศาสนา

ขบวนการแก้จน ตามแนวทางพระพุทธศาสนา มีจุดมุ่งหมายให้เกิดประโยชน์สูงและประหยัดสุด โดยมุ่งเน้นประโยชน์สุข ปัจจุบัน อันเป็นที่ต้องการของบุคคลทั่วไป เนื่องจากสังคมไทยยุคข้อมูลข่าวสารไร้พรมแดน มักจะให้ความเคารพยกย่องผู้ที่มีทรัพย์สิน เงินทองและชอบเหยียบย่ำผู้ที่ต่ำต้อยด้อยกว่าตัว ดังคำประพันธ์ว่า เมื่อมั่งมีมิตรมามุ่งหมายมอง เมื่อมัวหมองมิตรมองเหมือนหมูหมาเมื่อไม่มีหมดมิตรมุ่งมองมา เมื่อมอดม้วยแม้หมูหมาไม่มามอง

ต่อไปนี้ บุคคลใดต้องการร่ำรวยมีทรัพย์สินเงินทองและเกียรติยศชื่อเสียง จะต้องปฏิบัติตามหลักธรรม 4 ประการ หรือเรียกว่า หัวใจเศรษฐี อุ อา กะ สะ โดยจะต้องประพฤติดีปฏิบัติชอบ ดังต่อไปนี้

1. อุ ย่อมาจากคำว่า อุฏฐานสัมปทา แปลว่า ให้ถึงพร้อมด้วยความขยันหมั่นเพียรในการแสวงหาความรู้ หนักเอาเบาสู้ในหน้าที่การงานที่ได้รับมอบหมาย กิจการทั้งหลายต้องรู้จักรับผิดชอบ โบราณกล่าวว่า ทรัพย์นี้มิไกล ใครปัญญาไว หาได้บ่นาน ทั่วแคว้นแดนดินมีสิ้นทุกสถาน ผู้ใดเกียจคร้าน บ่พานพบนา ซึ่งหมายถึง ทรัพย์สินเงินทองมีอยู่ทุกหนแห่ง ขออย่างเดียวอย่าเกียจคร้านให้ลงมือทำงานทุกชนิดอย่างจริงจังตั้งใจ งาน คือ ชีวิต ชีวิต คือ งานบันดาลสุข ทำงานให้สนุก เป็นสุขเมื่อทำงานมิใช่รอความสุขจากความสำเร็จของงานอย่างเดียวขาดทุนและขอให้ถือคติว่า ขี้เกียจเป็นแมลงวัน ขยันเป็นแมลงผึ้ง ขี้หึ้งเป็นแมลงป่อง จองหองเป็นกิ่งก่า

2. อา ย่อมาจากคำว่า อารักขสัมปทา แปลว่า ให้ถึงพร้อมด้วยการรักษาคุ้มครองทรัพย์สินเงินทองที่หามาได้ด้วยความ ขยันหมั่นเพียร ไม่ให้เงินทองรั่วไหลมีอันตราย ระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยมิให้เปลืองเงินทองโดยใช่เหตุ ตลอดจนรักษาหน้าที่การงานของตัวเองไม่ให้เสื่อมเสีย ขอให้ยึดหลักการเก็บเล็กผสมน้อยหรือการเก็บหอมรอมริบ ซึ่งล้วนเป็นขบวนการเก็บรักษาทรัพย์สินเงินทองที่ได้ผลเป็นอย่างยิ่ง เพราะนี้คือแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ที่เลี้ยงตัวเองได้อย่างสุขกายสบายใจไม่ต้องอยู่ร้อนนอนทุกข์สนุกอยู่กับคำ ว่า พอ เงินทองมีเกินใช้ ได้เกินเสียไม่ละเหี่ยจิตใจและขอให้ถือคติว่า ความไม่พอใจจนเป็นคนเข็ญ พอแล้วเป็นเศรษฐีมหาศาล จนทั้งนอกทั้งในไม่ได้การ จงคิดอ่านแก้จนเป็นคนพอ

3. กะ ย่อมาจากคำว่า กัลยาณมิตตตา แปลว่า การมีเพื่อนเป็นคนดี ไม่คบคนชั่ว เพราะคบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล คบคนจึงต้องดูหน้าว่าเพื่อนเป็นคนดีที่มีลักษณะไม่เป็นคนปอกลอก ไม่ดีแต่พูด ไม่หัวประจบและไม่เป็นคนชักชวน ไปในทางฉิบหาย มีการดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน มั่วเมาในการเล่นและผีการพนันเข้าสิงจิตใจ และขอให้ถือคติว่า มีเพื่อนดีมีหนึ่งถึงจะน้อย ดีกว่าร้อยเพื่อนคิดริษยาเหมือนมีเกลือนิดหน่อยด้อยราคา ดีกว่าน้ำเค็มเต็มทะเล

4. สะ ย่อมาจากคำว่า สมชีวิตา แปลว่า การเลี้ยงชีวิตตามสมควรแก่กำลังทรัพย์ที่หามาได้ รู้จักกำหนดรายรับและรายจ่าย อย่าให้สุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือยหรืออัตคัดขัดสนจนเกินไปให้รู้จักออมเงิน ออมเงินเอาไว้ ฉุกเฉินเมื่อไร จะได้ใช้เงินออม และขอให้ถือคติว่า

มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์ แม้มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน

ความปรารถนาที่จะเห็นเมืองไทย ปราศจากความยากจนนั้นเป็นไปได้ เพียงขอให้คนไทยได้ประพฤติปฏิบัติตามหลักหัวใจเศรษฐีสี่ประการ คือ ขยัน หมั่นรักษา คบหาคนดี มีชีวิตพอเพียง ก็เพียงพอที่จะเยียวยาแก้ไขปัญหาความยากจนของคนไทยทั้งทางร่างกายและจิตใจ ได้อย่างแท้จริงสมความปรารถนาทุกประการ
   ความเห็นที่ 1 โดยคุณ : ต้อม_เมืองย่าโม วันที่ : 21 - พ.ค. - 56  เวลา 00:48:02  ,ip :218.208.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น
เชิญ Login เพื่อร่วมแสดงความเห็น
  Username :   
  Password :   
    







Copyright©2004 Amulet2U.com. All rights reserved. Develop by NetworkDD.com.