อ่านทั้งหมดประชาสัมพันธ์ถาม-ตอบความรู้-วิชาการมีดีมาโชว์ซื้อ-ขาย-ประมูลสัพเพเหระกิจกรรม 2U
****** สมเด็จปรกโพธิ์ ******

Warning: getimagesize(images/board/4_1165652799.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

      สมเด็จปรกโพธิ์เนื้อผงใบลาน องค์นี้ ผมได้นิมนต์มาจากเพื่อนในอยุธยามาหลายปีแล้ว เอาไปให้เซียนระดับเจ้าของนิตยสารพระเครื่องดูมาแล้ว เขาก็ยังยอมรับว่า แท้ แต่ไม่รู้ที่
      ผมก็ได้แต่เปิดหนังสือเทียบพิมพ์ทรงดู จนค่อนข้างแน่ใจแล้วครับว่า เป็นพระสมเด็จออกที่วัดประสาทบุญญาวาส เมื่อปี พ.ศ.2506
ผู้โพสต์ : รัตน์   วันที่ : 09 - ธ.ค. - 49  เวลา 15:26:39   , ip : 58.9.xxx.xxx    แจ้งลบทั้งกระทู้   


      สำหรับประวัติการสร้างของวัดนี้ในปี พ.ศ.2506 ก็นับว่า มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่ยอมรับทั่วไปในแวดวงนักสะสมพระกันว่า เป็นพิธีที่เยี่ยมยอด และมีพระเกจิอาจารย์ระดับสุดยอดในยุคนั้น มาจากทั่วสารทิศทั่วทุกภาคเลย
      ผมคงไม่จำเป็นต้องสาธยายลำดับชื่อพระอาจารย์ทั้งหลาย เพราะส่วนใหญ่ท่านก็คงอ่านมาเจนตา จำได้แทบทั้งหมดอยู่แล้ว
   
   ความเห็นที่ 1 โดยคุณ : รัตน์ วันที่ : 09 - ธ.ค. - 49  เวลา 15:42:13  ,ip :58.9.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


เนื้อหาดีมากครับ..
   ความเห็นที่ 2 โดยคุณ : nui วันที่ : 09 - ธ.ค. - 49  เวลา 21:02:58  ,ip :203.114.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ดูว่าแท้เช่นกันครับคุณรัตน์ พระวัดประสาทมีมากมายหลายพิมพ์ ที่หนังสือลงไว้ยังมีไม่หมดทุกพิมพ์เลยครับ พระวัดประสาทเนื้อหามวลสารเยี่ยมมาก+พิธีใหญ่มากด้วยครับ
   ความเห็นที่ 3 โดยคุณ : da_p05 วันที่ : 10 - ธ.ค. - 49  เวลา 10:19:57  ,ip :222.123.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ขอบคุณครับ คุณnui และคุณda_p05 ที่เข้ามาให้คอมเม้นต์กัน

      สมเด็จวัดประสาทพิมพ์นี้ไม่ค่อยมีมาให้เห็นกันในเว็ปไหนเลย นานๆจะเห็นในหนังสือรายการให้เช่าสักครั้งนึง สำหรับคนที่ไม่เคยมีพระมาผ่านมือ ก็มักจะไม่รู้จักกัน ...   กว่าผมจะรู้ ก็ยังต้องใช้เวลาเกือบสองปี

      ผมจะมาเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับพระองค์นี้ให้ฟังกันพอสนุกๆนะครับ

      ครั้งหนึ่ง ผมขับรถไปเจอสายรุ้งอันใหญ่โค้งขวางอยู่บนฟ้า ในมุมเงยประมาณ 35 องศา ถนนเป็นทางสายตรงๆตั้งฉากกับสายรุ้งข้างหน้าเลย รถก็ติดเป็นช่วงๆไป ความคิดนึงก็แว่ปเข้ามา....ไหนลองถอดสร้อยที่แขวนพระองค์นี้อยู่องค์เดียว แล้วอาราธนาขอชมอิทธิฤทธิ์ดูหน่อยซิ พอดีลูกๆผมนั่งมาในรถด้วย ผมก็เลยบอกให้คอยดูนะ ปะป๊าจะตัดสายรุ้งด้วยพระองค์นี้ให้ดู
      และแล้ว ผมก็ตั้งสมาธิจิตร่ายมนตราอาราธนาพระสมเด็จปรกโพธิ์องค์นี้กำไว้ในมือขวา แล้วฟาดตัดสายรุ้งที่อยู่เบื้องหน้าในทันที....
      เกิดเสียงดังเพี๊ยะลั่นสนั่นในรถ....ทุกคนสะดุ้งไปตามเสียง สายตาทุกคู่ยังจ้องไปยังสายรุ้งเหมือนเดิม แต่ทันทีที่สิ้นเสียง ทุกๆคนต้องตะลึง เพราะสายรุ้งหายวับไปแล้ว....โอ้ เป็นไปได้อย่างไร !!!
      เสียงเพี๊ยะที่ดังขึ้นนั้นเกิดจากมือขวาผมที่กำพระไปฟาดเฉียดกับพลาสติคที่หุ้มที่บังแดดข้างหน้านั่นเอง
      ถ้าจะอธิบายโดยหลักวิทยาศาสตร์ ก็คงต้องบอกว่า มุมมันเปลี่ยนไป เพราะผมฟาดสายรุ้งขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่อยู่....แต่จังหวะที่สิ้นเสียงเพี๊ยะปุ๊บ สายรุ้งก็หายวับไปปั๊บนี่สิ...มันช่างประเหมาะคล้องจองกันอย่างดิบดี ชวนให้เชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของพระ
      และอีกประการหนึ่งที่ผมยังสงสัย ก็คือ รถผมวิ่งเข้าหาสายรุ้ง ทำมุมฉากแท้ ไม่ใช่ว่า สายรุ้งอยู่ด้านข้าง ซึ่งมักจะหายไปได้จากการเปลี่ยนมุมเปลี่ยนทิศ
      ก็เป็นปริศนาให้ต้องสงสัยไปอีกนาน.....

( โปรดใช้วิจารณญาณในการชมนะครับ ผมเขียนให้อ่านเพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้น )
   ความเห็นที่ 4 โดยคุณ : รัตน์ วันที่ : 10 - ธ.ค. - 49  เวลา 11:43:27  ,ip :58.9.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


      และมีอีกครั้งนึง เมื่อผมพาครอบครัวลงใต้ไปเที่ยวภูเก็ต และเจอฝนหลงฤดูตกหนักมาก จนต้องลดความเร็วลงเหลือแค่ 50-60 กม./ชม. เพราะมองฝ่าสายฝนไปได้ไม่เกิน 15 เมตร นับว่า อันตรายมาก และเป็นทางที่ไม่ได้แยกกับรถสวนทางด้วยสิ
      ฝนตกหนักแบบที่ว่า ไม่มีทีท่าจะหยุดได้ง่ายๆภายในชั่วโมงเดียวแน่ๆ
     
      ความคิดนึงแว่ปเข้ามา ผมอาราธนาบารมีของพระสมเด็จปรกโพธิ์องค์นี้ขอให้ฝนหยุดใน 15 นาที แล้วก็บอกทุกคนในรถว่า ฝนจะหยุดใน 15 นาที ซึ่งก็ไม่มีใครเชื่อ
      ผมจับเวลาดู พอครบ 15 นาที....ฝนก็หยุด ฟ้าสว่าง ทันที แทบไม่เชื่อตา ถ้าไม่ได้เห็นด้วยตัวเอง
      อธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์ ก็คือ ฝนตกเป็นหย่อมๆไม่ทั่วฟ้า
      แต่ ที่คาใจผม ก็คือ ฝนตกหนักมาก และทำไมจำเพาะมาหยุดตกใน 15 นาที ตามที่อธิษฐาน !!!

( โปรดใช้วิจารณญาณในการชมนะครับ ผมเขียนให้อ่านเพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้น )
   ความเห็นที่ 5 โดยคุณ : รัตน์ วันที่ : 10 - ธ.ค. - 49  เวลา 12:00:38  ,ip :58.9.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


สาธุ...
   ความเห็นที่ 6 โดยคุณ : nui วันที่ : 10 - ธ.ค. - 49  เวลา 19:17:35  ,ip :125.25.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


พระสวยครับ
   ความเห็นที่ 7 โดยคุณ : มังกร วันที่ : 10 - ธ.ค. - 49  เวลา 22:05:06  ,ip :124.121.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


เยี่ยมทุกด้านครับ
   ความเห็นที่ 8 โดยคุณ : เก้าเฮ วันที่ : 11 - ธ.ค. - 49  เวลา 00:15:28  ,ip :202.5.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



          ประสบการณ์สุดยอดครับ
   ความเห็นที่ 9 โดยคุณ : niwat วันที่ : 11 - ธ.ค. - 49  เวลา 09:20:14  ,ip :58.136.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ขอบคุณครับ คุณnui คุณมังกร คุณเก้าเฮ คุณniwat 

ผมเชื่อว่า ทุกๆท่านที่สะสมพระเครื่องในเวปนี้มีพระไม่ต่ำกว่า 50 องค์ ซึ่งก็น่าจะพบประสบการณ์แปลกๆอะไรกันบ้าง....ไม่มากก็น้อย....น่าจะเอามาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ.....ไม่ต้องพิศดารอะไรมากนักก็ได้ เอาแค่สนุกๆนะครับ 
   ความเห็นที่ 10 โดยคุณ : รัตน์ วันที่ : 11 - ธ.ค. - 49  เวลา 12:17:19  ,ip :58.9.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


      รถยนต์แต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น ถูกออกแบบมาแตกต่างกันไป คนขับต้องเรียนรู้วิธีการใช้ วิธีการดูแล บำรุง และรักษาให้อยู่ในสภาพดีอยู่ตลอดเวลา

      บางรุ่นก็เหมาะสำหรับวิ่งในเมือง บางรุ่นเหมาะสำหรับการสมบุกสมบัน หรือลุยในที่ๆกันดาร

      ผมมีความคิดว่า พระเครื่องก็เปรียบได้เหมือนกับรถยนต์นะครับ....จะขับเคลื่อนได้ ก็ต้องมีไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ และมีน้ำมันในถังเพียงพอ นอกจากนั้น ก็ขึ้นอยู่กับคนขับแล้วครับว่า จะขับเป็น ขับดีแค่ไหน....ถ้าประมาท ก็เกิดอุบัติเหตุได้

      แล้วไฟฟ้า และน้ำมัน สำหรับพระเครื่องล่ะ คืออะไร ?

      ในความเห็นของผม ผมว่า น่าจะเป็นบุญบารมีจากการปฏิบัติธรรม และจาก ศีล สมาธิ และ ปัญญา

      ถ้าโชคดีหน่อย..... พระเครื่อง หรือเครื่องลางของขลังบางรุ่นอาจอัดไฟ และเติมน้ำมันมาให้เต็มถัง ก็โลดแล่นไปได้ดั่งใจปรารถนาเลย.....แต่เวลาพอใช้จนหมด ก็ต้องจอดนิ่งสนิท ไปไหนไม่ได้ซะแล้ว เพราะเจ้าของไม่ยอมเติมน้ำกลั่น และน้ำมัน...เอาแต่ใช้ เอาแต่ขับ ไม่ยอมดูแลรักษาตามที่ควร.....แต่กลับโทษว่า รถรุ่นนี้ไม่ดี....หรือไม่ก็เอามาสะสมเป็นพิพิธภัณฑ์รถโบราณไปเลยก็มี คือ ได้แต่ชม ได้แต่นั่งโก้ๆ...แต่เอามาขับไม่ได้

      รถทุกคันถ้าดูแลอย่างถูกต้อง ก็สามารถใช้ได้ดีทั้งนั้นแหละครับ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และความสามารถของคนขับมากกว่า จริงไหมครับ ?  ( บางครั้ง ผมก็ชอบลงเดินมากกว่านะ เพราะจะได้เดินออกกำลังกายไปในตัว และมีโอกาสเดินชมอะไรสวยๆงามๆข้างทางได้ด้วย อิ อิ อิ )

      ผมเชื่อว่า พระอาจารย์สร้างพระเครื่องมาแต่ละรุ่น เพื่อให้สาธุชนนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง และประเทศชาติ....มิใช่ ให้นำมาห้อยคอให้หนักเปล่าๆเป็นแน่

      ท่านใดมีความเห็นแตกต่างอย่างไร ก็ขอเชิญร่วมแสดงความเห็นกันได้นะครับ อยากให้เป็นการสร้างสรร และแลกเปลี่ยนทัศนะกันสนุกๆนะครับ 
   ความเห็นที่ 11 โดยคุณ : รัตน์ วันที่ : 11 - ธ.ค. - 49  เวลา 13:15:37  ,ip :58.9.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/4_1165893967.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

      ที่ร้ายกว่านั้น ก็เป็นพวกนี้แหละครับ เอามาโม (modify) ซะเละเลย !!! 
   ความเห็นที่ 12 โดยคุณ : รัตน์ วันที่ : 12 - ธ.ค. - 49  เวลา 10:26:07  ,ip :58.9.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ผมเคยเล่าครับ 004970  หล่อรุ่นแรกของเจ้าของเหรียญแลกชีวิต [มีดีมาโชว์]
   ความเห็นที่ 13 โดยคุณ : nui วันที่ : 12 - ธ.ค. - 49  เวลา 13:15:51  ,ip :203.188.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


      อ้อ...ขอโทษด้วย คุณnui  ผมเพิ่งเข้าไปอ่าน...โอ้โฮ....สุดยอดไปเลย...แล้วอย่าลืมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้หลวงพ่อเพื่อตอบแทนพระคุณที่ช่วยผ่อนหนักเป็นเบาด้วย จะได้เป็นการเติมพลังบุญแก่องค์พระด้วยไงครับ
   ความเห็นที่ 14 โดยคุณ : รัตน์ วันที่ : 12 - ธ.ค. - 49  เวลา 14:01:05  ,ip :58.9.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น
เชิญ Login เพื่อร่วมแสดงความเห็น
  Username :   
  Password :   
    







Copyright©2004 Amulet2U.com. All rights reserved. Develop by NetworkDD.com.