อ่านทั้งหมดประชาสัมพันธ์ถาม-ตอบความรู้-วิชาการมีดีมาโชว์ซื้อ-ขาย-ประมูลสัพเพเหระกิจกรรม 2U
พระเนื้อว่านกรุวัดพญาดำ ดูง่ายดีนะครับ

Warning: getimagesize(images/board/4_1185434888.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

ติชมได้ครับเต็มเหนี่ยว
ผู้โพสต์ : เมืองเก่า   วันที่ : 26 - ก.ค. - 50  เวลา 14:28:08   , ip : 222.123.xxx.xxx    แจ้งลบทั้งกระทู้   



Warning: getimagesize(images/board/4_1185435061.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

ติชมได้ครับเต็มเหนี่ยว หน้าไม่มีครับ
   ความเห็นที่ 1 โดยคุณ : เมืองเก่า วันที่ : 26 - ก.ค. - 50  เวลา 14:31:01  ,ip :222.123.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/4_1185436466.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

วัดพญาดำ อุทยานประวัติศาตร์ ศรีสัชนาลัย



ยุคสมัย : พุทธศตวรรษที่19 

รุ้ง : - 

แวง : 

พิกัดกริด : - 

แผนที่ทหาร : UTM 47 5 83 354 ตะวันออก 19 26 214 เหนือ 

มาตราส่วนแผนที่ : - 

ประวัติการศึกษา : บูรณะในปีพ.ศ.2529, 2532, 2535 

เอกสารอ้างอิง : เมืองศรีสัชนาลัย 

การประกาศขึ้นทะเบียน : 

สาระสำคัญ :  บ .น.




ความสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ปรากฏในหนังสือ เที่ยวเมืองพระร่วง ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว มีใจความตอนหนึ่งที่กล่าวถึงวัดสระประทุม ว่า ? ที่นี่มีวิหารรูปร่างคล้ายที่วัดศรีชุม เมืองสุโขทัยเป็นรูปสี่เหลี่ยม กว้าง ๕ วา ๓ ศอก ยาว ๖ วา ๓ ศอกคืบและผิดกับวิหารวัดศรีชุมที่มีแบ่งเป็น ๒ ห้อง ด้านตะวันตก ( คือด้านที่หันไปทางถนน) มีรูปพระยืน ด้านตะวันออกมีรูปพระมารวิชัย ประตูยังมีซุ้มติดอยู่ มีใบระกา ทางด้านตะวันออกและเจดีย์อีกหลายองค์ มีกำแพงล้อมรอบลานวัดนี้ ถึงเป็นวัดเล็กก็จริง แต่ท่าทางจะเป็นวัดที่อยู่สบาย ส่วนใหญ่ก่อด้วยแลงมีอยู่ที่เชิงเขาใกล้วัดนี้ จึงเห็นได้ว่าอย่างไร ๆ คงไม่กันดารน้ำ บางทีจะเป็นวัดนี้ที่ในพงศาวดารกรุงเก่าเรียกว่า วัดไม้งาม เป็นที่ตั้งทัพหลวงของสมเด็จ-นเรศวร เมื่อเสด็จขึ้นมาปราบขบถพระยาพิชัย พระยาสวรรคโลกที่ข้าพเจ้านึกขึ้นเช่นนี้เพราะเห็นว่า เป็นวัดที่อยู่ริมถนนพระร่วงทางมาจากสุโขทัย และดูอยู่ในภูมิที่เหมาะ??
แต่จากการสำรวจพบว่าที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพรรณนาไว้นั้น ไม่ใช่โบราณสถานที่เรียกกันในปัจจุบันว่า วัดสระปทุม แต่คือโบราณสถาน ตต. ๖ ที่เรียกในปัจจุบันว่า ?วัดพญาดำ?

ลักษณะทางสถาปัตยกรรม เป็นกลุ่มโบราณสถานขนาดกลาง มีรายละเอียด คือ
๑. มณฑปประธาน ก่อด้วยศิลาแลง สอปูนฉาบปูนทั้งหลังเป็นมณฑปรูปสี่เหลี่ยมหลังคารูปคล้ายประทุนเรือก่อโดยวิธีเรียงศิลาแลงเหลื่อมเข้าหากัน ทำเป็นรูปหลังคาซ้อนกัน ๒ ชั้น ตัวมณฑปตั้งอยู่บนฐานเขียงหน้ากระดานรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง ๑๒.๑๐ เมตร ยาว ๑๔.๑๐ เมตร ถัดขึ้นมาเป็นชั้นฐานเขียงหน้ากระดานอีก ๑ ชั้นแล้วจึงถึงชุดของฐานปัทม์ ซึ่งทำส่วนท้องไม้ให้ยืดยาวขึ้นเป็นส่วนเรือนธาตุหรือผนังของมณฑป มีการประดับส่วนบนและส่วนกลางของผนังด้วยเส้นลวดลูกแก้วอกไก่ส่วนละ ๒ เส้น ภายในมณฑปแบ่งออกเป็น ๒ คูหา คูหาด้านหน้าประดิษฐานพระพุทธรูปนั่งปางมารวิชัย ซึ่งถูกทำลายไปเกือบหมดแล้ว คูหาด้านหลังประดิษฐานพระพุทธรูป ๒ หรือ ๓ องค์ ซึ่งชำรุดมาก ตรงกลางเป็นพระพุทธรูปยืนยกพระหัตถ์ซ้าย ผนังข้างขวามีร่องรอยของพระพุทธรูปยืนหรือลีลา ผนังข้างซ้ายไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด ประตูทางเข้าคูหาทั้งสองด้านทำเป็นซุ้มรูปกลีบบัว มีวิหารโถงหลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้องขนาด ๑ ห้อง ยกพื้นสูงย่อเก็จที่ส่วนหน้าเชื่อมติดกับด้านหน้ามณฑป
๒. วิหาร อยู่ด้านหน้าในแนวเดียวกับมณฑปประธานก่อด้วยศิลาแลงฉาบปูนหลังคาเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้อง แผนผังวิหารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านหน้าย่อมุข ๒ ครั้ง ด้านหลัง ๑ ครั้ง นอกฐานด้านหน้ายังมีต้นเสาอีก ๑ ห้อง คงจะมีหลังคาคลุมมาถึงส่วนนี้ด้วย ฐานวิหารเป็นฐานบัวตั้งอยู่บนฐานเขียงหน้ากระดานกว้าง ๑๔.๘ เมตร ยาว ๒๘.๘ เมตร ผนังวิหารเป็นแบบเจาะช่องแสง มีแท่นฐานชุกชีอยู่ที่ห้องท้ายสุด และห้องรองสุดท้าย ขนาดประมาณ ๔.๕ ๕ เมตร แนวอาสนสงฆ์อยู่ติดผนังด้านขวา กว้างประมาณ ๑.๕ เมตร ความยาวคงตลอดแนวผนังส่วนที่ยังไม่ย่อ บันไดทางขึ้นวิหารมี ๔ ทาง คือ ด้านหน้าตรงส่วนที่จะย่อเป็นมุขครั้งที่ ๒ ทั้งสองด้าน และด้านข้างซ้ายตรงห้องท้ายสุดที่ยังไม่ย่อมุขกับด้านข้างขวาตรงห้องที่ย่อมุข
๓. มณฑปพระอัฎฐารศ ก่อด้วยศิลาแลง ตั้งอยู่ด้านขวาของมณฑปประธาน ฐานล่างสุดของ
มณฑปประธาน ฐานล่างสุดของมณฑปเป็นฐานหน้ากระดานสี่เหลี่ยมขนาด ๖.๗ x ๗ เมตร ถัดขึ้นไปเป็นฐานสี่เหลี่ยมหน้ากระดานอีกชั้นหนึ่งแล้วจึงถึงชุดของฐานปัทม์ท้องไม้ลูกฟักจากนั้นจึงเป็นชุดของฐานปัทม์ลูกแก้วอกไก่ ซึ่งทำส่วนท้องไม้ให้สูงขึ้นเป็นผนังมณฑปหรือเรือนธาตุ แต่ส่วนบนรวมทั้งหลังคาได้พังทลายลงไปหมดแล้ว ภายในคูหามณฑปมีร่องรอยว่าเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่ ซึ่งอาจจะมีความสูงถึง ๑๘ ศอก ที่เรียกกันว่าพระอัฎฐารส อันเป็นความนิยมอย่างหนึ่งในพุทธ -ศิลปสุโขทัย ที่ด้านข้างของมณฑปมีแท่นศิลาแลงก่อติดกับฐานมณฑป อาจเป็นซุ้มพระเล็ก ๆ ที่ทำเพิ่มเติมขึ้นมาในสมัยหลังรวมทั้งแท่นบูชา ซึ่งทำเป็นแผ่นศิลาแลงวางอยู่บนแท่งเสาเล็ก ๆ ด้านหน้าซุ้มนี้ด้วย
๔. ซุ้มพระสี่ทิศ ตั้งอยู่ทางด้านหลังวัดหน้าแท่นพระนอนเหลือเฉพาะฐานก่อด้วยศิลาแลงและอิฐ ลักษณะเป็นฐานปัทม์รองรับซุ้มพระมี ๔ ซุ้มประจำทิศ แต่ละซุ้มมีร่องรอยว่ามาเชื่อมต่อกับซุ้มกลาง ซึ่งก่อด้วยอิฐลักษณะคล้ายจะทำเป็นคูหา แต่สภาพที่เหลืออยู่พังทลายมากจนไม่อาจทราบรูปทรงที่ชัดเจน ขนาดของซุ้มด้านหลังและด้านข้างทั้งสองใกล้เคียงกัน คือประมาณ ๓.๗ x ๓.๒ เมตร ในขณะที่ซุ้มด้านหน้ามีขนาด ๓.๗ x ๔.๕ เมตร และซุ้มด้านหน้าจะทำเป็นย่อมุม มีบันไดเตี้ย ๆ และเปิดช่องทางให้คนเข้าสู่ภายในไต้ฐานบัวขององค์ด้านหลังพิเศษกว่าขององค์อื่น ๆ คือ ในขณะที่องค์อื่น ๆ ฉาบปูนเป็นบัวเกลี้ยง ๆ ธรรมดา แต่องค์ด้านหลังจะประดับด้วยปูนปั้นเป็นกลีบบัวที่มีความอ่อนช้อยสวยงามมาก ระหว่างซุ้มพระแต่ละทิศยกเว้นซุ้มทิศเหนือกับทิศตะวันออกมีฐานเจดีย์ทรงกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑.๗ x ๒.๑ เมตร แต่เดิมคงจะมีครบทั้ง ๔ องค์ แต่ถูกทำลายไป โดยรอบซุ้มพระและเจดีย์ มีแนวศิลาแลงเรียงเป็นกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า (แต่มีบางส่วนถูกทำลาย) แสดงให้เห็นถึงการเน้นความสำคัญ หรือความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของโบราณสถานกลุ่มนี้
๕. แท่นพระนอน ตั้งอยู่ด้านหลังสุดติดกับกำแพงวัด ก่อด้วยศิลาแลงเป็นแท่นฐานปัทม์ตั้งอยู่บนฐานเขียงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ๒ ชั้น ฐานล่างสุดกว้าง ๗.๕ เมตร ยาว ๑๔.๗ เมตร มีร่องรอยของการสร้างซ้อนทับก่อปิดแท่นฐานเดิมเอาไว้ภายในที่บริเวณตรงกลางด้านหน้าแท่น มีบันไดขึ้นสู่บนตัวแท่นคู่กัน ๒ บันได บันไดละ ๓ ชั้น กว้าง ๑.๒๐ เมตร บนตัวแท่นปูพื้นด้วยศิลาแลง และก่อศิลาแลงยกพื้นขึ้นเป็นแท่นสี่เหลี่ยมกว้าง ๓ เมตร ความยาวไม่สามารถทราบได้แน่ชัด ความสูงของแท่นประมาณ ๓๐ เซนติเมตร จากลักษณะของอาคาร ซึ่งวางตัวเป็นแนวยาว และแคบจึงสันนิษฐานว่าเป็นอาคารหรือวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนอน หรือปางไสยาสน์ เนื่องจากไม่พบหลักฐาน จึงไม่สามารถทราบได้ว่าอาคารนี้มีผนังหรือไม่ แต่แน่นอนว่าคงจะต้องมีหลังคาเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้อง เพราะได้พบว่ามีการเจาะรูเพื่อเสียบเสาไม้บนฐานอาคาร และพบกระเบื้องดินเผาในขณะขุดแต่ง โดยรอบแท่นหรือวิหารพระนอนนี้มีศิลาแลงเรียงเป็นกรอบห่างออกมาจากฐานประมาณ ๑.๖ เมตร คงจะถมปรบพื้นเป็นทางเดินรอบอาคาร แต่ที่ด้านซ้ายของแท่น จะก่อยื่นออกไปจากส่วนอื่นอีกประมาณ ๑ เมตร
๖. เจดีย์ราย ก่อด้วยศิลาแลง มีจำนวนทั้งสิ้น ๓๘ องค์ ตั้งกระจายอยู่บนพื้นที่ภายในกรอบกำแพงด้านหลังวิหาร มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ส่วนมากที่สุดจะมีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ซึ่งบางองค์ก็มีการก่อแท่นบูชาเพิ่มเข้ามาในภายหลังมีเพียง ๒ องค์เท่านั้นที่เป็นฐานแปดเหลี่ยม กับ ๓ องค์ที่เป็นฐานกลมในกลุ่มซุ้มจตุรมุข (ซุ้มพระ ๔ ทิศ) เจดีย์รายทั้งหมดถูกทำลายเนื่องจากการขุดหาโบราณวัตถุจนพังทลายเหลือเพียงฐาน มีเพียงองค์เดียวเท่านั้นที่เหลือหลักฐานอยู่ค่อนข้างมาก คือองค์ที่อยู่ด้านหลังของมณฑปพระอัฎฐารส ซึ่งเหลือฐานเขียงรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนลดหลั่นกัน ๓ ชั้น ขนาดของฐานเขียงกว้างสุด ๔.๐๕ x ๔.๐๕ เมตร ซึ่งเมื่องดูลักษณะฐานและสิ่งแวดล้อมเทียบกับภาพถ่ายเก่าของวัดพญาดำเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๐ แล้วจึงทำให้เข้าใจว่าเจดีย์องค์นี้คือเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์
๗. เขตสังฆาวาส บริเวณซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นสังฆาวาสของวัดนี้ คือพื้นที่นอกกำแพงออกไปทางด้านใต้วิหาร ซึ่งได้พบอาคารเล็ก ๆ ๒ หลัง อาคารหลังแรกเป็นอาคารฐานบัว ก่อด้วยศิลาแลงเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด ๔.๖ x ๔.๖ เมตร สภาพพังทลายมาก ที่ด้านหน้าอาคารลดระดับลงไปมีศิลาแลงปูเป็นพื้นหรือกรอบอาคารเหลืออยู่ให้เห็นเป็นแท่งเสาศิลาแลง ๒ ต้น ตั้งอยู่ในแนวเดียวกับของอาคารฐาน สันนิษฐานว่าอาคารหลังนี้คงจะทำหลังคาด้วยเครื่องไม้ กระเบื้อง มีผนังทำด้วยไม้หรือศิลาแลง และทำหลังคาคลุมชานที่ยื่นออกไปเป็นลักษณะเพิงหรืออาคารโถงไม่มีผนัง ความกว้างของชานเท่าที่ปรากฏอยู่ประมาณ ๗ x ๗ เมตร ตรงออกไปข้างหน้าในแนวเดียวกันมีเสาศิลาแลงปักเรียงขนานกับอาคาร ๖ ต้น โดยเว้นช่องว่างในแนวตรงกับอาคาร กว้าง ๑.๓๐ เมตร เป็นช่องประตู เสาที่เป็นกรอบประตูจะใหญ่กว่าอีก ๒ ต้นที่อยู่ข้าง ๆ แผ่นศิลาแลงที่เคยเป็นทับหลังประตูถากเป็นบัว เสาที่เป็นกรอบประตูจะมีรอยถากตลอดแนวเพื่อประกบกับประตูไม้ ลักษณะของแนวเสากรอบประตูเช่นนี้มีอีกแห่งหนึ่งที่บริเวณด้านซ้ายของอาคาร แต่จะมีแนวเสาต้นเล็กกว่าเป็นแนวกำแพงเพิ่มเข้ามาอีก ๕ ต้น ลักษณะของเสาประตูดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าอาคารนี้มีกำแพงล้อมรอบ
ยังมีอาคารอีกหลังหนึ่งอยู่ถัดไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของหลังแรก ลักษณะคล้ายจะอยู่นอกแผนผังของกรอบกำแพงที่ได้ทำไว้เดิม และฐานอาคารก็จะอยู่ตื้นกว่าอาคารหลังแรกแต่ก็เป็นอาคารฐานบัวเช่นเดียวกัน แผนผังของอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง ๔.๒๕ เมตร ยาว ๒.๘๕ เมตร คงเป็นอาคารที่ใช้งานในลักษณะเดียวกัน คือ เป็นกุฏิสงฆ์
๘. สระน้ำ อยู่ด้านหน้าวิหาร ลักษณะเป็นบ่อหรือสระซึ่งเกิดจากการขุดเอาศิลาแลงขึ้นมาใช้งาน
๙. กำแพงวัด ที่เหลืออยู่ในปัจจุบันเป็นแนวกำแพงศิลาแลงที่ใช้แท่งศิลาแลงรูปสี่เหลี่ยมปักเรียง
ชิดติดกันมีศิลาแลงทับหลังกำแพงปักเป็นแนวยาวล้อมกรอบพื้นที่ ตั้งแต่ท้ายวิหารออกมาทางด้านหลังวัดทั้งหมดเป็นกรอบพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่แนวตั้งแต่ท้ายวิหารไปจรดกำแพงด้ายซ้ายขาดหายไป กำแพงทางด้านซ้ายนี้มีต่อยาวออกไปถึงส่วนของวิหารแล้วก็ขาดหายไป ส่วนกำแพงด้านขวาก็มีเพียงส่วนที่หักมุมเข้ามาท้ายวิหาร ถ้าดูจากแนวกำแพงที่เหลือแล้วก็น่าจะสันนิษฐานได้ว่าคงจะมีแนวกำแพงล้อมกรอบพื้นที่ในส่วนของวิหารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าด้วย ประตูทางเข้าออกในส่วนนี้มี ๕ ประตู อยู่ตรงท้ายวิหารทั้งสองข้าง ข้างละ ๑ ประตู ด้านข้าง ๒ ประตู และด้านหลัง ๑ ประตู



ขอบพระคุณ อุทยานประวัติศาสตร์ ศรีสัชนาลัย
   ความเห็นที่ 2 โดยคุณ : เมืองเก่า วันที่ : 26 - ก.ค. - 50  เวลา 14:54:26  ,ip :222.123.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/4_1185440423.gif) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
   ความเห็นที่ 3 โดยคุณ : peachsama วันที่ : 26 - ก.ค. - 50  เวลา 16:00:23  ,ip :58.9.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


องค์นี้แทบเป็นตำนาน  น้อยคนรู้จัก  สวยงามมากๆๆครับพี่
   ความเห็นที่ 4 โดยคุณ : สิทธิ์พยุหะ วันที่ : 01 - ส.ค. - 50  เวลา 08:12:01  ,ip :58.136.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น
เชิญ Login เพื่อร่วมแสดงความเห็น
  Username :   
  Password :   
    







Copyright©2004 Amulet2U.com. All rights reserved. Develop by NetworkDD.com.