อ่านทั้งหมดประชาสัมพันธ์ถาม-ตอบความรู้-วิชาการมีดีมาโชว์ซื้อ-ขาย-ประมูลสัพเพเหระกิจกรรม 2U
พระเครื่องดีๆทางใต้ครับ

พระหลวงปู่ทวด วัดตานีสโมสร เนื้อว่านจัด  (บูชา 1300 บาท)

สร้างขึ้นครั้งแรกในปี2506 พระรุ่นแรกที่สร้างขึ้นเป็นพระเนื้อว่าน ส่วนผสมสำคัญคือว่าน108 ที่นำมาจากภูเขาวัดทรายขาว และดินกากยายักษ์ ลักษณะเนื้อพระ มีสีน้ำตาลอมดำ และสีดำ มีความแห้ง บางองค์มีคราบว่านออกมาปลกคลุมมากบ้างน้อยบ้าง พิธีพุทธาภิเษกจัดขึ้นที่วัดตานีนรสโมสร มีคณาจารย์เข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง โดยมีอ.ทิม วัดช้างให้ เป็นเจ้าพิธี นับเป็นหลวงปู่ทวดยุคเก่า ที่น่าเก็บมากอีก1วัด ดีทั้งเนื้อหาและพิธี แต่ยังมีราคาที่ไม่แพงแต่พุทธคุณนั้นเชื่อได้เลยว่าไม่ได้แพ้ พระเครื่องหลวงปู่ทวดที่ราคาหลักแสนเลยแม้แต่น้อย หลวงพ่อทวดวัดตานีสโมสร ปี 06 พิมพ์ใหญ่ หลังพระศรีอารย์ พระเครื่องรุ่นนี้มี 3 พิมพ์ คือ ใหญ่ กลางและเล็ก ลักษณะของเนื้อหามวลสารจะคล้ายๆกับของวัดพะโค๊ะ คือเนื้อจะแน่นๆมันๆ แห้งและแข็ง พิธีพุทธาภิเษกจัดขึ้นที่วัดตานีสโมสร มีคณาจารย์เข้าร่วมในพิธีมากมาย รวมทั้งท่านอาจารย์ทิมแห่งวัดช้างให้ด้วย อ.ทิม วัดช้างไห้มาปลุกเสกถึงที่วัดในปี2506.....
ผู้โพสต์ : ศิลป์พระ   วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 01:50:33   , ip : 183.89.xxx.xxx    แจ้งลบทั้งกระทู้   



หลังครับ
   ความเห็นที่ 1 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 01:52:39  ,ip :183.89.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



พระเนื้อว่าน ทวดหนอน วัดเขามะกรวด รุ่นแรก ปี 2505 (บูชา 600 บาท)

ทวดหนอนท่านเป็นพระในยุดสมัย กรุงศรีอยุธยา สมัยเดียวกับ หลวงปู่ทวด ท่านเป็นพระผู้ทรงเมตตาที่สุด ตามประวัติ ท่านนั่งเรื่องสำเภามา เห็นฝูงปลา เกิดความเมตตา จึงเฉือนเนื้อตังเองให้ปลากิน จากนั้น แผลนั้นท่านก็ไม่รักษา เกิดหนอนไช ท่านก็ไม่รังเกียรจ ไม่เบียดเบียน เมตตาให้หมู่สัตย์ได้อยู่บนร่างกาย ให้ได้อยู่กินบนร่างกายท่าน ท่านจึงได้ฉายาว่า"ทวดหนอน" เหมือนหลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ ที่ได้ฉายาว่า "เหยียบน้ำทะเลจืด" นั่นเอง...

บนยอดเขามะกรวด ได้บรรจุอัฐิท่านไว้ เป็นที่เคารพศรัทธา ของชาวปัตตานี เป็นที่กล่าวถึงกันอย่างมาก หากมีเรื่องทุกข์ร้อนอะไรก็ให้ไปขอบนบาน กับ ทวดหนอน ก็จะประสบผลดั่งที่หวังเสมอ....

พระเครื่องรุ่นนี้ สร้างเป็นครั้งแรก ปี 2505 มีพระคณาจารย์ผู้ทรงเวทย์มากมายมาปลุกเสกเช่น... หลวงปู่ทิม วัดช้างไห้ และ หลวงพ่อดำ วัดตุยง และ มีพระเกจิอีกหลายท่าน เช่น หลวงพ่อแดง วัดศรีมหาโพธิ์ เป็นต้น พระเครื่องรุ่นนี้มีผลด้าน ปกปักษ์รักษา โดยตรง ทวดหนอนท่านเป็นพระ ที่มีบารมีสูง บำเพ็ญ ด้านจิตเมตตา พระเครื่องของท่านขึงเชื่อว่า มีผลเป็นเมตตามหานิยม เช่นกัน พระเครื่องสายใต้ ยังมีดีอีกเยอะแยะ ขาดการนำเสนอราคาไม่แพง ทั้งๆที่พระไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆครับ ...
   ความเห็นที่ 2 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 01:55:38  ,ip :183.89.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



หลังครับ
   ความเห็นที่ 3 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 01:55:55  ,ip :183.89.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



เหรียญรุ่นแรก หลวงพ่อทวดหนอน วัดเขามะกรวด ปี 2505 (บูชา 600 บาท)...เหรียญสวยกริ๊ป....

ทวดหนอนท่านเป็นพระในยุดสมัย กรุงศรีอยุธยา สมัยเดียวกับ หลวงปู่ทวด ท่านเป็นพระผู้ทรงเมตตาที่สุด ตามประวัติ ท่านนั่งเรื่องสำเภามา เห็นฝูงปลา เกิดความเมตตา จึงเฉือนเนื้อตังเองให้ปลากิน จากนั้น แผลนั้นท่านก็ไม่รักษา เกิดหนอนไช ท่านก็ไม่รังเกียรจ ไม่เบียดเบียน เมตตาให้หมู่สัตย์ได้อยู่บนร่างกาย ให้ได้อยู่กินบนร่างกายท่าน ท่านจึงได้ฉายาว่า"ทวดหนอน" เหมือนหลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ ที่ได้ฉายาว่า "เหยียบน้ำทะเลจืด" นั่นเอง...

บนยอดเขามะกรวด ได้บรรจุอัฐิท่านไว้ เป็นที่เคารพศรัทธา ของชาวปัตตานี เป็นที่กล่าวถึงกันอย่างมาก หากมีเรื่องทุกข์ร้อนอะไรก็ให้ไปขอบนบาน กับ ทวดหนอน ก็จะประสบผลดั่งที่หวังเสมอ....

พระเครื่องรุ่นนี้ สร้างเป็นครั้งแรก ปี 2505 มีพระคณาจารย์ผู้ทรงเวทย์มากมายมาปลุกเสกเช่น... หลวงปู่ทิม วัดช้างไห้ และ หลวงพ่อดำ วัดตุยง และ มีพระเกจิอีกหลายท่าน เช่น หลวงพ่อแดง วัดศรีมหาโพธิ์ เป็นต้น พระเครื่องรุ่นนี้มีผลด้าน ปกปักษ์รักษา โดยตรง ทวดหนอนท่านเป็นพระ ที่มีบารมีสูง บำเพ็ญ ด้านจิตเมตตา พระเครื่องของท่านขึงเชื่อว่า มีผลเป็นเมตตามหานิยม เช่นกัน พระเครื่องสายใต้ ยังมีดีอีกเยอะแยะ ขาดการนำเสนอราคาไม่แพง ทั้งๆที่พระไม่ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆครับ ...

   ความเห็นที่ 4 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 01:57:35  ,ip :183.89.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



หลังครับ
   ความเห็นที่ 5 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 01:58:41  ,ip :183.89.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



รูปเหมือนหลวงปู่จันทร์ วัดทุ่งเฟ้อ ปี 2527  (บูชา คู่ละ 650  บาท)

เหรียญรุ่นแรกท่านไปหลายหมื่นแล้ว รุ่นนีทันท่านเหมือนกัน น่าใช้ น่าบูชาครับ...

พ่อท่านจันทร์ สุเมโธ วัดทุ่งเฟื้อ ตามประวัติ หลวงพ่อจันทร์ ท่านเป็นผู้มีวิชาอาคมแก่กล้า เครื่องราง ควายธนู พ่อท่านจันทร์ ถือเป็นควายธนูหนึ่งเดียวของเมืองใต้

ประวัติหลวงพ่อจันทร์ สุเมโธ
เกิดวันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2453 ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน6ปีชวด ณ บ้านหลาแก้ว อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช บิดาชื่อนายเขียว มารดาชื่อนางพุดแก้ว นามสกุล ทองแก้ว หลวงพ่อจันทร์ ท่านเป็นบุตรชายคนโต มีพี่น้อง4คน มีอาชีพทำสวนทำไร่ ตอนเยาว์วัยได้ศึกษาในสำนักของ พระครูสังฆรักษ์ วัดหลาแก้ว ได้ศึกษาอักขระสมัยและวิชาอาคมต่างๆ เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นก็ศึกษาพุทธาเวทจากตำราต่างๆ มีวิชาอาคมพอตัวเลยทีเดียว นักเลงหัวไม้ต่างกลัวท่าน เนื่องจากท่านหนังเหนียวยิ่งนัก เมื่ออายุครบ 20ปี ก็ได้อุปสมบทที่วัดศาลาแก้ว มีพระครูพนังศรีวิสุทธิพุทธิภักดี เป็นพระอุปัชฌาย์ อาจารย์เห้ง วัดศาลามีแก้ว เป็นพระกรรมาวาจารย์ หลวงพ่อจันทร์ ได้ฉายาว่า "สุเมโธ"
อักขระปรากฏแก่ พ่อท่านจันทร์
คราวหนึ่ง พ่อท่านจันทร์ สุเมโธ ท่านเดินทางธุดงค์อยู่ในป่าช้าจังหวัดพัทลุงขณะที่ท่านเข้าพักแขวนกลดไว้กับกิ่งไม้ในป่าช้าวัดแห่งหนึ่งบริเวณใกล้ริมคลองป่าเรียบร้อยแล้ว “หลวงพ่อจันทร์”ท่านก็เดินจงกลมคลายความเหน็ดเหนื่อยพอสมควรแล้ว ท่านก็นั่งสมาธิภาวนาในกลด เพราะเป็นช่วงพลบค่ำพอดี
ความอัศจรรย์เกิดขึ้นแก่จิต
ขณะที่นั่งสมาธิจนจิตค่อยสงบลงแล้วสติสัมปชัญญะสมบูรณ์แจ่มใสมาก “หลวงพ่อจันทร์”ท่านได้เล่าให้บรรดาศิษย์ฟังภายหลังว่าจิตสงบดีแล้วเหตุการณ์การอันอัศจรรย์ก็ปรากฏขึ้น ทำให้เห็นอักขระแบบภาษาขอมลอยขึ้นเด่นชัด จากริมแม่น้ำลำป่า ไปอยู่ในท่ามกลางอากาศก็ได้กำหนดอักขระเหล่านั้นมาพิจารณา แล้วทำอุบายเพ่งเป็นกสิณ โดยอาศัยอักขระโบราณที่ปรากฏมาเป็นนิมิตรหมายแห่งการบำเพ็ญเพ่งเป็นองค์กสิณยิ่งนานวัน ความสงบยิ่งแนบแน่นตามลำดับ
พยัคฆามาเยี่ยม
เมื่อความมืดมาปกคลุมไปทั่วลุ่มน้ำลำป่า จังหวัดพัทลุง บริเวณภายนอกกลดอากาศเย็นเป็นพิเศษ ขณะ"พ่อท่านจันทร์"และหมู่คณะของท่านนั่งกำหนดจิตอยู่ ทันใดนั้นความเงียบก็ถูกทำลายด้วยอำนาจเสือโคร่งตัวโต เสียงร้องของมันขู่ข่มขวัญ ทุกคนที่ได้ยิน มันเดินไปวนมาข้างๆกลดเพราะได้กลิ่นมนุษย์ พระธุดงค์ดังกล่าวได้ปฏิบัติตามคำเตือนให้อยู่ในความสงบ นั่งปฏิบัติกันโดยปกติ เสือเหมือนมาทดสอบจิตใจเมื่อพระธุดงค์ทุดท่านมีมานะอดทนที่แน่วแน่ พร้อมทั้งแผ่เมตตาไปยังเสือตัวนั้นในที่สุดเสือโคร่งก็สิ้นความพยายามผละหายกลับไปในป่าลึก
หลวงพ่อจันทร์ พบดินแดนสงบ
จากการเดินธุดงค์ไปทั่วทั้ง 14จังหวัดภาคใต้ ต่อมาในปี พ.ศ.2491 พ่อท่านจันทร์ สุเมโธ ท่านได้จำพรรษาที่ วัดทุ่งเฟื้อ เพราะเล็งเห็นว่าเหมาะแก่การเจริญวิปัสสนาสมาธิเป็นอย่างยิ่ง จากอดีต วัดทุ่งเฟื้อ ที่เคยมีสภาพทรุดโทรม ก็ได้รับการพัฒนาเปิดป่า เปลี่ยนเป็นศาลาโรงธรรม หอระฆัง พระอุโบสถและกุฏิสงฆ์ขึ้นมาตามลำดับ ต่อมา พ่อท่านจันทร์ ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส วัดทุ่งเฟื้อ อย่างสมบูรณ์ พระสงฆ์ต่างจังหวัดและชาวบ้านต่างมาฝากตัวเป็นศิษย์ท่านเป็นจำนวนมาก เพื่อศึกษาตำราพิชัยสงคราม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องวิชาคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด แต่งคนเลิศดีนักแลฯ ถือเป็นวิชาสุดยอดทั้งนั้นและ หลวงพ่อจันทร์ ก็เคยเดินทางไปศึกษาวิชากับ อาจารย์เอียดดำ วัดในเขียว อีกด้วย
พุทธคุณพระเครื่อง “พ่อท่านจันทร์”
ในเรื่องอิทธิมงคลวัตถุของพ่อท่านจันทร์ นั้นมีอานุภาพดีเด่นในทางพุทธคุณสูง อานุภาพสูงส่งจากประสบการณ์ผู้นำติดตัวไปใช้ก็มีมากมาย จึงเป็นที่หวงแหนของผู้ที่ครอบครองไว้ สำหรับความรู้สึกของศิษยานุศิษย์ที่ได้เรียนวิชาคงกระพัน วิชาชาตรี วิชาแคล้วคลาด วิชามหาอุด วิชาแต่งคน และรับมอบอิทธิวัตถุมงคลของหลวงพ่อจันทร์ พูดได้ว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียว
หลวงพ่อจันทร์ มรณภาพตามกำหนด
กฎแห่งไตรลักษณ์มีอย่างไรความจริงก็ย่อมปรากฏเช่นนั้น หลวงพ่อจันทร์ ท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติจนเกิดฌานจนแก่กล้า สามารถรู้เหตุการณ์ต่างๆแม้แต่วันตาย ดังบันทึกของคณะศิษย์วัดทุ่งเฟื้อ ทุกๆสาย คืนวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2532 ท่านเข้าสมาธิภาวนาตั้งแต่หัวค่ำด้วยอิริยาบถอันสงบ แม้อาการป่วยกระเสาะกระแสะมาตลอดท่านก็ไม่ ทอดธุระเรื่องภาวนา ตลอดคืนจนได้เวลา 05.00น. อันเป็น เวลาใกล้สว่าง หลวงพ่อจันทร์ ท่านได้ให้บรรดาศิษย์ช่วยกันพยุงกายท่านให้ลุกขึ้น เพราะท่านนั่งสมาธิมาตั้งแต่หัวค่ำ เรี่ยวแรงก็น้อยลง เมื่อพระสมุห์พิงค์ ขึ้นแล้ว ท่านได้เปลี่ยน สบง จีวร สังฆาฏิ ใหม่หมดเสร็จแล้วท่านได้บอกให้ลูกศิษย์ประคองให้นั่งลงทำสมาธิต่อไปหลังจากฉันอาหารเช้าแล้ว หลวงพ่อจันทร์ท่านก็หลับตาลง และได้สั่งให้พระสมุห์พิงค์ ผู้เป็นศิษย์จุดเทียนไว้เบื้องหน้าหนึ่งเล่ม พร้อมทั้งไม่ให้ใครมาส่งเสียงบริเวณนั้นจะทำสมาธิครั้งสุดท้ายหลังจากกล่าวแก่ศิษย์ทุกคนแล้ว หลวงพ่อจันทร์ ท่านก็หลับตาลงเป็นครั้งสุดท้ายกำหนดจิตเข้าสู่สมาธิ เป็นลำดับเวลา 08.30น.บรรดาลูกศิษย์ ที่เฝ้าดูอาการของ พ่อท่านจันทร์ เห็นผิดสังเกต เพราะศีรษะของท่านโน้นเอียงลงมาเล็กน้อย ซึ่งปกติท่านจะนั่งตัวตรงไม่ไหวติง ศิษย์ที่อยู่ใกล้ชิดท่านย่อมรู้ดี จึงทราบว่า พ่อท่านจันทร์ สุเมโธ วัดทุ่งเฟื้อ ท่านได้มรณภาพแล้ว วันที่ 10 พฤศจิกายน 2532

ร่างกายไม่เน่าเปื่อย
การนั่งมรณภาพของ หลวงพ่อจันทร์ เมื่อวันที่10 พฤศจิกายน 2532 ได้ลือกระฉ่อนไปทั่วสารทิศเมืองนครศรีธรรมราช สังขารของท่านไม่เน่าเปื่อย สังขารของท่านแข็งดุจหินแม้เวลาล่วงเลยมาหลายปี
ข้อมูลจาก...นิตยสารศูนย์พระเครื่อง ปี 2535

   ความเห็นที่ 6 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 02:03:55  ,ip :183.89.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



หลังครับ
   ความเห็นที่ 7 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 02:04:57  ,ip :183.89.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



รูปเหมือน หลวงพ่อจันทร์ วัดทุ่งเฟื้อ เนื้อผงพุทธคุณ หลังจีวรท่าน (คู่ละ  650 บาท)

เหรียญรุ่นแรกท่านไปหลายหมื่นแล้ว รุ่นนีทันท่านเหมือนกัน น่าใช้ น่าบูชาครับ...

พ่อท่านจันทร์ สุเมโธ วัดทุ่งเฟื้อ ตามประวัติ หลวงพ่อจันทร์ ท่านเป็นผู้มีวิชาอาคมแก่กล้า เครื่องราง ควายธนู พ่อท่านจันทร์ ถือเป็นควายธนูหนึ่งเดียวของเมืองใต้

ประวัติหลวงพ่อจันทร์ สุเมโธ
เกิดวันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2453 ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน6ปีชวด ณ บ้านหลาแก้ว อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช บิดาชื่อนายเขียว มารดาชื่อนางพุดแก้ว นามสกุล ทองแก้ว หลวงพ่อจันทร์ ท่านเป็นบุตรชายคนโต มีพี่น้อง4คน มีอาชีพทำสวนทำไร่ ตอนเยาว์วัยได้ศึกษาในสำนักของ พระครูสังฆรักษ์ วัดหลาแก้ว ได้ศึกษาอักขระสมัยและวิชาอาคมต่างๆ เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นก็ศึกษาพุทธาเวทจากตำราต่างๆ มีวิชาอาคมพอตัวเลยทีเดียว นักเลงหัวไม้ต่างกลัวท่าน เนื่องจากท่านหนังเหนียวยิ่งนัก เมื่ออายุครบ 20ปี ก็ได้อุปสมบทที่วัดศาลาแก้ว มีพระครูพนังศรีวิสุทธิพุทธิภักดี เป็นพระอุปัชฌาย์ อาจารย์เห้ง วัดศาลามีแก้ว เป็นพระกรรมาวาจารย์ หลวงพ่อจันทร์ ได้ฉายาว่า "สุเมโธ"
อักขระปรากฏแก่ พ่อท่านจันทร์
คราวหนึ่ง พ่อท่านจันทร์ สุเมโธ ท่านเดินทางธุดงค์อยู่ในป่าช้าจังหวัดพัทลุงขณะที่ท่านเข้าพักแขวนกลดไว้กับกิ่งไม้ในป่าช้าวัดแห่งหนึ่งบริเวณใกล้ริมคลองป่าเรียบร้อยแล้ว “หลวงพ่อจันทร์”ท่านก็เดินจงกลมคลายความเหน็ดเหนื่อยพอสมควรแล้ว ท่านก็นั่งสมาธิภาวนาในกลด เพราะเป็นช่วงพลบค่ำพอดี
ความอัศจรรย์เกิดขึ้นแก่จิต
ขณะที่นั่งสมาธิจนจิตค่อยสงบลงแล้วสติสัมปชัญญะสมบูรณ์แจ่มใสมาก “หลวงพ่อจันทร์”ท่านได้เล่าให้บรรดาศิษย์ฟังภายหลังว่าจิตสงบดีแล้วเหตุการณ์การอันอัศจรรย์ก็ปรากฏขึ้น ทำให้เห็นอักขระแบบภาษาขอมลอยขึ้นเด่นชัด จากริมแม่น้ำลำป่า ไปอยู่ในท่ามกลางอากาศก็ได้กำหนดอักขระเหล่านั้นมาพิจารณา แล้วทำอุบายเพ่งเป็นกสิณ โดยอาศัยอักขระโบราณที่ปรากฏมาเป็นนิมิตรหมายแห่งการบำเพ็ญเพ่งเป็นองค์กสิณยิ่งนานวัน ความสงบยิ่งแนบแน่นตามลำดับ
พยัคฆามาเยี่ยม
เมื่อความมืดมาปกคลุมไปทั่วลุ่มน้ำลำป่า จังหวัดพัทลุง บริเวณภายนอกกลดอากาศเย็นเป็นพิเศษ ขณะ"พ่อท่านจันทร์"และหมู่คณะของท่านนั่งกำหนดจิตอยู่ ทันใดนั้นความเงียบก็ถูกทำลายด้วยอำนาจเสือโคร่งตัวโต เสียงร้องของมันขู่ข่มขวัญ ทุกคนที่ได้ยิน มันเดินไปวนมาข้างๆกลดเพราะได้กลิ่นมนุษย์ พระธุดงค์ดังกล่าวได้ปฏิบัติตามคำเตือนให้อยู่ในความสงบ นั่งปฏิบัติกันโดยปกติ เสือเหมือนมาทดสอบจิตใจเมื่อพระธุดงค์ทุดท่านมีมานะอดทนที่แน่วแน่ พร้อมทั้งแผ่เมตตาไปยังเสือตัวนั้นในที่สุดเสือโคร่งก็สิ้นความพยายามผละหายกลับไปในป่าลึก
หลวงพ่อจันทร์ พบดินแดนสงบ
จากการเดินธุดงค์ไปทั่วทั้ง 14จังหวัดภาคใต้ ต่อมาในปี พ.ศ.2491 พ่อท่านจันทร์ สุเมโธ ท่านได้จำพรรษาที่ วัดทุ่งเฟื้อ เพราะเล็งเห็นว่าเหมาะแก่การเจริญวิปัสสนาสมาธิเป็นอย่างยิ่ง จากอดีต วัดทุ่งเฟื้อ ที่เคยมีสภาพทรุดโทรม ก็ได้รับการพัฒนาเปิดป่า เปลี่ยนเป็นศาลาโรงธรรม หอระฆัง พระอุโบสถและกุฏิสงฆ์ขึ้นมาตามลำดับ ต่อมา พ่อท่านจันทร์ ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส วัดทุ่งเฟื้อ อย่างสมบูรณ์ พระสงฆ์ต่างจังหวัดและชาวบ้านต่างมาฝากตัวเป็นศิษย์ท่านเป็นจำนวนมาก เพื่อศึกษาตำราพิชัยสงคราม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องวิชาคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด แต่งคนเลิศดีนักแลฯ ถือเป็นวิชาสุดยอดทั้งนั้นและ หลวงพ่อจันทร์ ก็เคยเดินทางไปศึกษาวิชากับ อาจารย์เอียดดำ วัดในเขียว อีกด้วย
พุทธคุณพระเครื่อง “พ่อท่านจันทร์”
ในเรื่องอิทธิมงคลวัตถุของพ่อท่านจันทร์ นั้นมีอานุภาพดีเด่นในทางพุทธคุณสูง อานุภาพสูงส่งจากประสบการณ์ผู้นำติดตัวไปใช้ก็มีมากมาย จึงเป็นที่หวงแหนของผู้ที่ครอบครองไว้ สำหรับความรู้สึกของศิษยานุศิษย์ที่ได้เรียนวิชาคงกระพัน วิชาชาตรี วิชาแคล้วคลาด วิชามหาอุด วิชาแต่งคน และรับมอบอิทธิวัตถุมงคลของหลวงพ่อจันทร์ พูดได้ว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียว
หลวงพ่อจันทร์ มรณภาพตามกำหนด
กฎแห่งไตรลักษณ์มีอย่างไรความจริงก็ย่อมปรากฏเช่นนั้น หลวงพ่อจันทร์ ท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติจนเกิดฌานจนแก่กล้า สามารถรู้เหตุการณ์ต่างๆแม้แต่วันตาย ดังบันทึกของคณะศิษย์วัดทุ่งเฟื้อ ทุกๆสาย คืนวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2532 ท่านเข้าสมาธิภาวนาตั้งแต่หัวค่ำด้วยอิริยาบถอันสงบ แม้อาการป่วยกระเสาะกระแสะมาตลอดท่านก็ไม่ ทอดธุระเรื่องภาวนา ตลอดคืนจนได้เวลา 05.00น. อันเป็น เวลาใกล้สว่าง หลวงพ่อจันทร์ ท่านได้ให้บรรดาศิษย์ช่วยกันพยุงกายท่านให้ลุกขึ้น เพราะท่านนั่งสมาธิมาตั้งแต่หัวค่ำ เรี่ยวแรงก็น้อยลง เมื่อพระสมุห์พิงค์ ขึ้นแล้ว ท่านได้เปลี่ยน สบง จีวร สังฆาฏิ ใหม่หมดเสร็จแล้วท่านได้บอกให้ลูกศิษย์ประคองให้นั่งลงทำสมาธิต่อไปหลังจากฉันอาหารเช้าแล้ว หลวงพ่อจันทร์ท่านก็หลับตาลง และได้สั่งให้พระสมุห์พิงค์ ผู้เป็นศิษย์จุดเทียนไว้เบื้องหน้าหนึ่งเล่ม พร้อมทั้งไม่ให้ใครมาส่งเสียงบริเวณนั้นจะทำสมาธิครั้งสุดท้ายหลังจากกล่าวแก่ศิษย์ทุกคนแล้ว หลวงพ่อจันทร์ ท่านก็หลับตาลงเป็นครั้งสุดท้ายกำหนดจิตเข้าสู่สมาธิ เป็นลำดับเวลา 08.30น.บรรดาลูกศิษย์ ที่เฝ้าดูอาการของ พ่อท่านจันทร์ เห็นผิดสังเกต เพราะศีรษะของท่านโน้นเอียงลงมาเล็กน้อย ซึ่งปกติท่านจะนั่งตัวตรงไม่ไหวติง ศิษย์ที่อยู่ใกล้ชิดท่านย่อมรู้ดี จึงทราบว่า พ่อท่านจันทร์ สุเมโธ วัดทุ่งเฟื้อ ท่านได้มรณภาพแล้ว วันที่ 10 พฤศจิกายน 2532

ร่างกายไม่เน่าเปื่อย
การนั่งมรณภาพของ หลวงพ่อจันทร์ เมื่อวันที่10 พฤศจิกายน 2532 ได้ลือกระฉ่อนไปทั่วสารทิศเมืองนครศรีธรรมราช สังขารของท่านไม่เน่าเปื่อย สังขารของท่านแข็งดุจหินแม้เวลาล่วงเลยมาหลายปี
ข้อมูลจาก...นิตยสารศูนย์พระเครื่อง ปี 2535
   ความเห็นที่ 8 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 02:06:35  ,ip :183.89.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



หลังครับ
   ความเห็นที่ 9 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 02:06:57  ,ip :183.89.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



เหรียญรูปเหมือนsหลวงพ่อจันทร์ วัดทุ่งเฟื้อ ปี 2528(เหรียญประสบการณ์) เหรียญละ 450 บาท

เหรียญนี้ก็ใช้แทนรุนแรกได้เลยครับ ราคาหลักร้อย พุทธคุณเท่าหลักหลายๆหมื่นเหมือนเหรียญรุ่นแรก ทั้งมหาอุตต์ คงกะพัน และ แคล้วคราด เป็นที่โจทก์จันท์ยิ่งนักครับ....


เหรียญรุ่นแรกท่านไปหลายหมื่นแล้ว รุ่นนีทันท่านเหมือนกัน น่าใช้ น่าบูชาครับ...

พ่อท่านจันทร์ สุเมโธ วัดทุ่งเฟื้อ ตามประวัติ หลวงพ่อจันทร์ ท่านเป็นผู้มีวิชาอาคมแก่กล้า เครื่องราง ควายธนู พ่อท่านจันทร์ ถือเป็นควายธนูหนึ่งเดียวของเมืองใต้

ประวัติหลวงพ่อจันทร์ สุเมโธ
เกิดวันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2453 ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน6ปีชวด ณ บ้านหลาแก้ว อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช บิดาชื่อนายเขียว มารดาชื่อนางพุดแก้ว นามสกุล ทองแก้ว หลวงพ่อจันทร์ ท่านเป็นบุตรชายคนโต มีพี่น้อง4คน มีอาชีพทำสวนทำไร่ ตอนเยาว์วัยได้ศึกษาในสำนักของ พระครูสังฆรักษ์ วัดหลาแก้ว ได้ศึกษาอักขระสมัยและวิชาอาคมต่างๆ เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นก็ศึกษาพุทธาเวทจากตำราต่างๆ มีวิชาอาคมพอตัวเลยทีเดียว นักเลงหัวไม้ต่างกลัวท่าน เนื่องจากท่านหนังเหนียวยิ่งนัก เมื่ออายุครบ 20ปี ก็ได้อุปสมบทที่วัดศาลาแก้ว มีพระครูพนังศรีวิสุทธิพุทธิภักดี เป็นพระอุปัชฌาย์ อาจารย์เห้ง วัดศาลามีแก้ว เป็นพระกรรมาวาจารย์ หลวงพ่อจันทร์ ได้ฉายาว่า "สุเมโธ"
อักขระปรากฏแก่ พ่อท่านจันทร์
คราวหนึ่ง พ่อท่านจันทร์ สุเมโธ ท่านเดินทางธุดงค์อยู่ในป่าช้าจังหวัดพัทลุงขณะที่ท่านเข้าพักแขวนกลดไว้กับกิ่งไม้ในป่าช้าวัดแห่งหนึ่งบริเวณใกล้ริมคลองป่าเรียบร้อยแล้ว “หลวงพ่อจันทร์”ท่านก็เดินจงกลมคลายความเหน็ดเหนื่อยพอสมควรแล้ว ท่านก็นั่งสมาธิภาวนาในกลด เพราะเป็นช่วงพลบค่ำพอดี
ความอัศจรรย์เกิดขึ้นแก่จิต
ขณะที่นั่งสมาธิจนจิตค่อยสงบลงแล้วสติสัมปชัญญะสมบูรณ์แจ่มใสมาก “หลวงพ่อจันทร์”ท่านได้เล่าให้บรรดาศิษย์ฟังภายหลังว่าจิตสงบดีแล้วเหตุการณ์การอันอัศจรรย์ก็ปรากฏขึ้น ทำให้เห็นอักขระแบบภาษาขอมลอยขึ้นเด่นชัด จากริมแม่น้ำลำป่า ไปอยู่ในท่ามกลางอากาศก็ได้กำหนดอักขระเหล่านั้นมาพิจารณา แล้วทำอุบายเพ่งเป็นกสิณ โดยอาศัยอักขระโบราณที่ปรากฏมาเป็นนิมิตรหมายแห่งการบำเพ็ญเพ่งเป็นองค์กสิณยิ่งนานวัน ความสงบยิ่งแนบแน่นตามลำดับ
พยัคฆามาเยี่ยม
เมื่อความมืดมาปกคลุมไปทั่วลุ่มน้ำลำป่า จังหวัดพัทลุง บริเวณภายนอกกลดอากาศเย็นเป็นพิเศษ ขณะ"พ่อท่านจันทร์"และหมู่คณะของท่านนั่งกำหนดจิตอยู่ ทันใดนั้นความเงียบก็ถูกทำลายด้วยอำนาจเสือโคร่งตัวโต เสียงร้องของมันขู่ข่มขวัญ ทุกคนที่ได้ยิน มันเดินไปวนมาข้างๆกลดเพราะได้กลิ่นมนุษย์ พระธุดงค์ดังกล่าวได้ปฏิบัติตามคำเตือนให้อยู่ในความสงบ นั่งปฏิบัติกันโดยปกติ เสือเหมือนมาทดสอบจิตใจเมื่อพระธุดงค์ทุดท่านมีมานะอดทนที่แน่วแน่ พร้อมทั้งแผ่เมตตาไปยังเสือตัวนั้นในที่สุดเสือโคร่งก็สิ้นความพยายามผละหายกลับไปในป่าลึก
หลวงพ่อจันทร์ พบดินแดนสงบ
จากการเดินธุดงค์ไปทั่วทั้ง 14จังหวัดภาคใต้ ต่อมาในปี พ.ศ.2491 พ่อท่านจันทร์ สุเมโธ ท่านได้จำพรรษาที่ วัดทุ่งเฟื้อ เพราะเล็งเห็นว่าเหมาะแก่การเจริญวิปัสสนาสมาธิเป็นอย่างยิ่ง จากอดีต วัดทุ่งเฟื้อ ที่เคยมีสภาพทรุดโทรม ก็ได้รับการพัฒนาเปิดป่า เปลี่ยนเป็นศาลาโรงธรรม หอระฆัง พระอุโบสถและกุฏิสงฆ์ขึ้นมาตามลำดับ ต่อมา พ่อท่านจันทร์ ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส วัดทุ่งเฟื้อ อย่างสมบูรณ์ พระสงฆ์ต่างจังหวัดและชาวบ้านต่างมาฝากตัวเป็นศิษย์ท่านเป็นจำนวนมาก เพื่อศึกษาตำราพิชัยสงคราม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องวิชาคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด แต่งคนเลิศดีนักแลฯ ถือเป็นวิชาสุดยอดทั้งนั้นและ หลวงพ่อจันทร์ ก็เคยเดินทางไปศึกษาวิชากับ อาจารย์เอียดดำ วัดในเขียว อีกด้วย
พุทธคุณพระเครื่อง “พ่อท่านจันทร์”
ในเรื่องอิทธิมงคลวัตถุของพ่อท่านจันทร์ นั้นมีอานุภาพดีเด่นในทางพุทธคุณสูง อานุภาพสูงส่งจากประสบการณ์ผู้นำติดตัวไปใช้ก็มีมากมาย จึงเป็นที่หวงแหนของผู้ที่ครอบครองไว้ สำหรับความรู้สึกของศิษยานุศิษย์ที่ได้เรียนวิชาคงกระพัน วิชาชาตรี วิชาแคล้วคลาด วิชามหาอุด วิชาแต่งคน และรับมอบอิทธิวัตถุมงคลของหลวงพ่อจันทร์ พูดได้ว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียว
หลวงพ่อจันทร์ มรณภาพตามกำหนด
กฎแห่งไตรลักษณ์มีอย่างไรความจริงก็ย่อมปรากฏเช่นนั้น หลวงพ่อจันทร์ ท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติจนเกิดฌานจนแก่กล้า สามารถรู้เหตุการณ์ต่างๆแม้แต่วันตาย ดังบันทึกของคณะศิษย์วัดทุ่งเฟื้อ ทุกๆสาย คืนวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ.2532 ท่านเข้าสมาธิภาวนาตั้งแต่หัวค่ำด้วยอิริยาบถอันสงบ แม้อาการป่วยกระเสาะกระแสะมาตลอดท่านก็ไม่ ทอดธุระเรื่องภาวนา ตลอดคืนจนได้เวลา 05.00น. อันเป็น เวลาใกล้สว่าง หลวงพ่อจันทร์ ท่านได้ให้บรรดาศิษย์ช่วยกันพยุงกายท่านให้ลุกขึ้น เพราะท่านนั่งสมาธิมาตั้งแต่หัวค่ำ เรี่ยวแรงก็น้อยลง เมื่อพระสมุห์พิงค์ ขึ้นแล้ว ท่านได้เปลี่ยน สบง จีวร สังฆาฏิ ใหม่หมดเสร็จแล้วท่านได้บอกให้ลูกศิษย์ประคองให้นั่งลงทำสมาธิต่อไปหลังจากฉันอาหารเช้าแล้ว หลวงพ่อจันทร์ท่านก็หลับตาลง และได้สั่งให้พระสมุห์พิงค์ ผู้เป็นศิษย์จุดเทียนไว้เบื้องหน้าหนึ่งเล่ม พร้อมทั้งไม่ให้ใครมาส่งเสียงบริเวณนั้นจะทำสมาธิครั้งสุดท้ายหลังจากกล่าวแก่ศิษย์ทุกคนแล้ว หลวงพ่อจันทร์ ท่านก็หลับตาลงเป็นครั้งสุดท้ายกำหนดจิตเข้าสู่สมาธิ เป็นลำดับเวลา 08.30น.บรรดาลูกศิษย์ ที่เฝ้าดูอาการของ พ่อท่านจันทร์ เห็นผิดสังเกต เพราะศีรษะของท่านโน้นเอียงลงมาเล็กน้อย ซึ่งปกติท่านจะนั่งตัวตรงไม่ไหวติง ศิษย์ที่อยู่ใกล้ชิดท่านย่อมรู้ดี จึงทราบว่า พ่อท่านจันทร์ สุเมโธ วัดทุ่งเฟื้อ ท่านได้มรณภาพแล้ว วันที่ 10 พฤศจิกายน 2532

ร่างกายไม่เน่าเปื่อย
การนั่งมรณภาพของ หลวงพ่อจันทร์ เมื่อวันที่10 พฤศจิกายน 2532 ได้ลือกระฉ่อนไปทั่วสารทิศเมืองนครศรีธรรมราช สังขารของท่านไม่เน่าเปื่อย สังขารของท่านแข็งดุจหินแม้เวลาล่วงเลยมาหลายปี
ข้อมูลจาก...นิตยสารศูนย์พระเครื่อง ปี 2535
   ความเห็นที่ 10 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 02:10:47  ,ip :183.89.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



เหรียญสวยกริ๊ปทั้งคู่ ตอดโค๊ตเรียบร้อยครับ
   ความเห็นที่ 11 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 02:11:18  ,ip :183.89.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



พระธรรมขันธ์ หลวงพ่อสอน วัดปิยาราม ปี 2508 จ.ปัตตานี (บูชา 400 บาท)

พระยอดประสบการณ์ อีกองค์ของเมืองปัตตานี มีประสบการณ์เรื่องแคล้วคราดเป็นหลัก ได้ท่านอาจารย์ทอม วัดช้างไห้มาช่วยปลุกเสก ประสบการณ์ คือ เรื่องรถ เรื่องรา เป็นหลัก ครับ พระองค์นี้เนื้อจัดน่าใช้ ที่สุดอีกชุดหนึ่งของ สายปัตานี พระหายากพอสมควร ราคาไม่แรก พศ ลึก ประสบการณ์เพียบ ราคานี้ คุ้ม !!!! สุดๆครับ
   ความเห็นที่ 12 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 02:12:22  ,ip :183.89.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



หลังครับ
   ความเห็นที่ 13 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 02:12:45  ,ip :183.89.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



หลวงปู่ทวด วัดถ้ำยะลา ปี 2505  หลังเม็ดพระธาตุ (บูชา 400 บาท)

หลวงพ่อทวดเนื้อว่าน วัดถ้ำยะลา..หลังฝังเม็ดพระธาตุ รุ่นแรก พ.ศ.2505
เป็นพระที่ท่าน อ.ทิม วัดช้างให้ ปลุกเสก หลวงพ่อทวดเนื้อว่าน วัดถ้ำยะลา..หลังฝังเม็ดพระธาตุ รุ่นแรก พ.ศ.2505
เป็นพระผงที่ประกอบพิธี โดย พ่อท่านทิม วัดช้างให้ พ่อท่านนอง วัดทรายขาว เละนอกจากนี้พ่อท่านทิมได้มอบมวลสาร
ที่สร้างตั้งแต่ปี2497  และยังได้ฝังพระบรมธาตุ จากเขาสามร้อยยอด ประจวบคีรีขันธ์ ด้านหลัง พุทธคุณในพระหลวงปู่ทวดที่ถือว่ายอดแห่งนิรันตราย
บวกกับ พระบรมธาตุ เขาสามร้อยยอกที่ศักดิ์สิทธิ์และเจ้าพิธีคือ พ่อท่านทิม วัดช้างให้
   ความเห็นที่ 14 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 02:20:12  ,ip :183.89.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



หลังครับ
   ความเห็นที่ 15 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 02:20:40  ,ip :183.89.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



เหรียญหลวงพ่อเลื่อน วัดดอนผาสุการาม จ.นครศรีธรรมราช รุ่นแรก (บูชา 400 บาท)

หลวงพ่อเลื่อนท่านนี้เมื่อมรณภาพศพของท่านนอกจากไม่เน่าแล้ว ก็ยังแข็งกลายเป็นหิน ผมและเล็บงอกเงยเหมือนบุคคลธรรมดาทั่วไป เมื่อเข้ากราบไห้ว บนบาน องค์ท่านรับหมด ทุกสิ่งทุกอย่างจะสมดั่งใจหมาย สำเร็จในสิ่งที่คิดจะทำด้วย กรณีแบบนี้เราจะพบเห็นได้ก็แต่พระอริยสงฆ์เท่านั้น เหรียญรุ่นแรกประสบการณ์มากมายทั้งแคล้วคราด คงกระพัน เป็นเหมือนแก้ว สารพัดนึก เหรียญรุ่นนี้เป็นเหรียญรุ่นเดียวที่ทันท่านปลุกเสก เหรียญดี เหรียญดัง เป็นที่เสาะแสวงหาของชาวนครศรีธรรมราช คนใต้ และ ชาวมาเลย์เซียครับ เอามาแบ่งให้บูชา ในราคาย่อมเยาว์ครับ ....

หลวงปู่เลื่อน ธมมทินโน พื้นเพเดิมเป็นชาวระโนด จังหวัดสงขลา เกิดบ้านหัวระวะ ตำบลระวะ เป็นบุตรชายโทนของพ่อเขียว แม่กวาด วิสาวรรณ กำเนิดวันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2440 ตรงกับวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 8 หลวงปู่บรรพชาอุปสมบท ตรงกับ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2460 ณ พัทธสีมา วัดเบิก ตำบลระวะ อ. ระโนด จ. สงขลา มีพระมหารักษ์ มหามุณี วัดหัวระวะเป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอธิการแก้ว ชินปุดโตเป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า ?ธมมทินโน? มีความหมายว่า ?ผู้มีธรรมอันครูให้แล้ว? บวชแล้วพระเลื่อน ธมมทินโนอยู่จำพรรษากับหลวงพ่อหนูที่วัดหัวระวะนั่นเอง ได้ศึกษาธรรมวินัยทั้งปริยัติเป็นอย่างดีทั้งฝึกเทศน์มหาชาติจนมีชื่อเสียงหาใครเทียบได้อยากในยุคนั้น ด้านไสยศาสตร์อาคมต่างๆ ก็รับการถ่ายทอดจากหลวงพ่อหนูไว้หมดท่านได้นำมาปัดเป่าสงเคราะห์ชาวบ้านได้ผลเพียง 8 พรรษาเท่านั้น หลวงปู่เลื่อน ธมมทินโน มารับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดผาสุการาม เมื่อวันที่ 8กรกฎาคมพ.ศ.2468 ขณะนั้นอายุได้ 28 ปี พรรษา 8 พรรษาโดยชาวบ้านดอนผาสุกได้ขอตัวพระเลื่อนจาก หลวงพ่อหนู สมภารวัดหัวระวะ เพราะได้ยินถึงกิตติศัพท์ว่าพระเลื่อนเป็นพระหนุ่มที่มีปฏิปทาดี สวดมนต์12 ตำนาน สวดปาติโมกข์ได่อย่งแม่นยำ เคร่งครัดในธรรมวินัย ทั้งยังเก่งกล้าในเรื่องคาถาอาคม ศึกษาไสยเวทไว้ช่วยคน จนได้เป็นที่รู้จักในอำเภอระโนด และอำเภอหัวไทร ประจวบกับวัดผาสุการาม มีพระจำพรรษาน้อยและไม่มีเจ้าอาวาส จึงขอตัวพระเลื่อนและพระติดตามมาอีก 2 รูป เดินทางมาวัดผาสุการาม ซึ่งชาวบ้านมาค่อยตอนรับด้วยความยินดี หลวงปู่เลื่อน ธมมทินนหรือ พระครูผาสุกธรรมาจารย์ สมันท่านเป็นสมภารวัดปกครองดูแลวัดผาสุการามหรือวัดดอนผาสุก ชาวบ้านทั้งอำเภอหัวไทรและใกล้เคียงให้ความเคารพนับถือท่านมากโดนเฉพาะชาวบ้านตำบลควชลิกต่างถือว่าหลวงปู่เป็น ?เทพเจ้า? เพราะหลวงปู่ช่วยเหลือชาวบ้านได้ทุกเรื่องไม่ว่าเดือนร้อนอะไร ปัจจุบันร่างขององค์ท่านนอนสงบนิ่งในโลงแก้ว ณ วัดผาสุการาม ร่างของท่านเป็นอมตะ ไม่เน่า ไม่เปื่อย ผมและเล็บงอกเงยเหมือนบุคคลธรรมดาทั่วไป เมื่อเข้ากราบไห้ว บนบาน องค์ท่านรับหมด ทุกสิ่งทุกอย่างจะสมดั่งใจหมาย สำเร็จในสิ่งที่คิดจะทำ *** องค์ท่านหลวงตาเลื่อนหรือพระครูผาสุกธรรมาจารย์ มรณภาพด้วยอาการสงบในวันพุทธเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕ สิริอายุรวม ๙๖ ปี พรรษาที่ ๗๕

   ความเห็นที่ 16 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 02:22:18  ,ip :183.89.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



หลังครับ
   ความเห็นที่ 17 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 02:22:35  ,ip :183.89.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



เหรียญหลวงปู่หมุน วัดเขาแดงตะวันออก รุ่นแรก ปี 2516 (บูชา 650 บาท)

เหรียญรุ่นแรกพุทธคุณสูง  เด่นเรื่องแคล้วคราด เป็นหลัก มีทหารเคยแคล้วคราดจากดงกระสุน ก็เพราะอราธนา ถึง หลวงพ่อหมุน วัดเขาแดง องค์นี้ เหรียญหลักร้อยพุทธคุณหลักล้าน เอามาแบ่งไม่แพงครับ.....


ลองดูประวัติท่านคล่าวๆจากเวปเพื่อนบ้านดูน่ะครับ

ท่านเป็นพระเกจิสายเขาอ้อ ที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่ก่อนปี 2500 แม้ว่าตอนนั้นพรรษายังไม่มากเท่าไหร่ แต่ชาวบ้านก็นับถือท่านมาก หลวงพ่อหมุน เกิดปี 2440 มีอายุถึง 86 ปี มรณภาพเมื่อปี 2526 ในสมัยเด็กบิดามารดาได้นำท่านไปฝากเรียนอยู่กับหลวงพ่อเอียด วัดเขาแดง ที่เป็นเจ้าอาวาส ผมเข้าใจว่าอาจเป็นองค์เดียวกับหลวงพ่อเอียด วัดดอนศาลา เมื่ออายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2460 ตรงกับวันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง ณ พัทธสีมา วัดควนกรวด อ.เมือง จ.พัทลุง โดยมีพระอธิการรอด วัดควนกรวด เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์ดิษฐ์ หรือพระครูเนกขัมมาภิมณฑ์ วัดปากสระ ต.ชัยบุรี อ.เมืองพัทลุง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายาว่า ยสโร เมื่อบวชแล้วท่านก็คงศึกษาวิชาอาคมและการปฏิบัติกรรมฐานต่างๆจากพระเกจิดัง ยุคนั้นในสายเขาอ้อ เท่าที่ทราบก็มีหลวงพ่อดิษฐ์ วัดปากสระ หลวงพ่อเอียด วัดดอนศาลา พระครูอินทโมลี วัดปรางหมู่ องค์นี้ก็เก่งไม่เบาแต่ประวัติคนรู้น้อย พระเกจิในยุคเดียวกันที่มีความสนิทกับท่านเช่นหลวงพ่อคง วัดบ้านสวน หลวงพ่อนำ อาจารย์ชุม หลวงพ่อปาล วัดเขาอ้อ เป็นต้น ในเรื่องวิทยาคม ท่านเป็นพระขลังและมีชื่อเสียง ตั้งแต่ประมาณปี 2480 กว่าๆ เพราะท่านเคยสร้างพระเนื้อว่าน ปี 2485 เข้าใจว่าที่สร้างตอนนั้นเพื่อแจกให้ชาวบ้านป้องกันตัวในยามสงคราม ซึ่งหายากมากๆ โดยมีการทำพิธีพุทธาปลุกเสก โดยมีพระชื่อดังสายเขาอ้อในสมัยนั้นมาร่วมพิธี เช่น หลวงพ่อเอียด วัดดอนศาลา หลวงพ่อดิษฐ์ วัดปากสระ หลวงพ่อเซ็น วัดท่ามิหรำ หลวงพ่อเจ๊ก วัดเขาแดง ตะวันตก เป็นต้น หลวงพ่อหมุน เคยเข้าร่วมปลุกเสกพระให้กับวัดอื่นมากมาย เท่าที่จำได้มี หลวงปู่ทวด ปี 24 พิธีตอนนั้น หลวงพ่อหมุน ได้ถูกหลวงปู่ทวด เข้าประทับทรง ทำให้เวลาต่อมาพระรุ่นนี้เป็นที่นิยมกัน ในพิธีปลุกเสกพระของหลวงพ่อคง วัดบ้านสวน ท่านก็ไปทุกงาน เช่นปี 2511, 2516 เป็นต้น พระ อาจารย์หมุน วัดเขาแดงออก เป็นพระสงฆ์ที่ฝักใฝ่ในเรื่องวิปัสสนากรรมฐาน จึงได้เลือกจำพรรษาที่วัดเขาแดงตะวันออก เนื่องจากเป็นวัดที่อยู่ห่างจากชุมชน มีธรรมชาติอันร่มรื่นและสงบเหมาะต่อการบำเพ็ญภาวนา นอกจากนี้ท่านยังมีความสนใจในเรื่องของวิทยาคมและไสยศาสตร์ จึงได้ไปเรียนวิชากับ พระอาจารย์ทองเฒ่า วัดเขาอ้อ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าสำนักเขาอ้อ และมีกิตติคุณเลื่องลือตั้งแต่ภาคใต้ไปตลอดแหลมมลายู จนได้รับขนานนามว่า "ปรมาอาจารย์แห่งไสยศาสตร์ของภาคใต้" ซึ่งการไปเรียนวิชากับอาจารย์ทองเฒ่าทำให้พ่อท่านหมุนมีความสนิทสนมกับพระ อาจารย์นำ ซึ่งเป็นศิษย์สำนักเขาอ้อรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่พระอาจารย์นำมีอาวุโสกว่าพ่อท่านหมุนเล็กน้อย แต่มาเมื่อพระอาจารย์นำสึกออกไปเป็นฆราวาส พ่อท่านหมุนก็ยังคงอยู่ในเพศบรรพชิตมาโดยตลอดจนกระทั่งมรณะภาพ พ่อท่านหมุน มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่ประจักษ์มาตั้งแต่ยังหนุ่มๆ เป็นพระเกจิอาจารย์หนึ่งเดียวของภาคใต้ก็ว่าได้ที่ได้รับนิมนต์ร่วมพิธีปลุก เสกวัตถุมงคลมากที่สุด ท่านร่วมพิธีปลุกเสกมาตั้งแต่ครั้งสมัยสงครามอินโดจีนและสงครามโลกครั้งที่ 2 เคยร่วมพิธีปลุกเสกพระปิดตามหายันต์และพระกลีบบัวมหาว่าน ที่วัดเขาอ้อ เมื่อ พ.ศ.2483 ไปร่วมพิธีปลุกเสกพระปิดตาโสฬสมงคลรุ่นแรก พ.ศ.2482 และพระซุ้มกอ พ.ศ.2485 ของวัดแหลมทราย จ.สงขลา ช่วงระหว่าง พ.ศ.2505-06 ที่วัดต่างๆ ทางภาคใต้พากันสร้างพระเครื่องหลวงพ่อทวดกัน พ่อท่านหมุนก็ไปร่วมพิธีเสกด้วยทั้งนั้น แม้แต่พิธีปลุกเสกวัตถุมงคลของวัดต่างๆ ก็ล้วนแต่อาราธนาพ่อท่านหมุนไปปลุกเสกด้วยเสมอ จังหวัดต่างๆ ทางภาคใต้ทั้งพัทลุง สงขลา สตูล ตรัง และปัตตานี ท่านไปร่วมปลุกเสกมาหมด พ่อท่านหมุน ท่านมีตละมหาอำนาจเหมือนพระอาจารย์ทองเฒ่า เคยตวาดคนจนตลึงงุนงงขวัญเสีย ต้องทำน้ำมนต์รดเรียกขวัญจึงหายเป็นปกติมาแล้ว พ่อท่านหมุน มีคุณวิเศษอย่างหนึ่งคล้ายๆ หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง จ.ภูเก็ต คือ จะมีคนเอาแผ่นทองมาปิดตามร่างกายท่านทั้งๆ ที่ยังมีชิวิตอยู่ เนื่องจากชาวบ้านบนบานขอให้ท่านช่วย พอสำเร็จสมปรารถนาจึงพากันมาปิดทองเป็นการแก้บน ตอนพ่อท่านหมุนทานมีชีวิตอยู่ หากใครไปกราบนมัสการก็จะเห็นว่าบางครั้งตามร่างกายของท่านมีแผ่นทองปิดอยู่ เหลืองอร่ามเต็มไปหมด พ่อท่านหมุนสร้างวัตถุมงคลมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
   ความเห็นที่ 18 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 02:26:17  ,ip :183.89.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



กะไห่ทองปิ้งๆครับ
   ความเห็นที่ 19 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 02:26:39  ,ip :183.89.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ชอบรายการไหนโทร  0823375995 เพชร พัทลุง

โอนบัญชี
เลขบัญชี 0442929666
ชื่อ ประมุข ชูสงค์
ธนาคาร ไทยพานิชย์
สาขา หัวหมาก
ประเภทออมทรัพย์
   ความเห็นที่ 20 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 02:28:27  ,ip :183.89.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ปิดรายการ หลวงปู่ทวด วัดตานี + เหรียญหลวงปู่จันทร์ (เหรียญที่2 ขวามือ)

โญ 0845272393  ขอบคุณครับ


   ความเห็นที่ 21 โดยคุณ : YO999 วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 16:22:40  ,ip :58.9.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ปิดรายการ
-รูปเหมือนหลวงปู่จันทร์ วัดทุ่งเฟ้อ ปี 2527  (บูชา คู่ละ 650  บาท)
-เหรียญรูปเหมือนsหลวงพ่อจันทร์ วัดทุ่งเฟื้อ ปี 2528(เหรียญประสบการณ์) เหรียญละ 450 บาท  เหรียญแรก
วันจันทร์โอนให้ครับ
081-926-1750
   ความเห็นที่ 22 โดยคุณ : lertsri วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 17:44:05  ,ip :223.24.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ปิดเนื้อว่าน ทวดหนอน  ครับ
   ความเห็นที่ 23 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 20:10:05  ,ip :27.130.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ปิดปู่ทวด วัดถ้ำครับ.........
   ความเห็นที่ 24 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 22:52:18  ,ip :27.130.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ปิดหลวงพ่อหมุน วัดเขาแดง ตะวันออก รุ่นแรกครับ ให้คุณชาญณรงค์ครับ
   ความเห็นที่ 25 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 23 - ก.ค. - 54  เวลา 22:52:55  ,ip :27.130.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


โอนให้แล้วครับ
ที่อยู่ sms ไปแล้วครับ 
   ความเห็นที่ 26 โดยคุณ : lertsri วันที่ : 25 - ก.ค. - 54  เวลา 12:54:15  ,ip :116.68.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



        พอดีไปแอ่วเหนือ เลยไม่ทันชุดนี้  น่าเสียดายจัง
   ความเห็นที่ 27 โดยคุณ : niwat วันที่ : 25 - ก.ค. - 54  เวลา 14:08:10  ,ip :110.77.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


พรุ่งนี้ส่งครับพี่ lertsri
   ความเห็นที่ 28 โดยคุณ : ศิลป์พระ วันที่ : 25 - ก.ค. - 54  เวลา 17:20:14  ,ip :27.130.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


หลวงปู่ทวดวัดตานี + เหรียญหลวงปู่จันทร์

ส่ง
นายภิญโญ  พรมเสือ
สำนักพัฒนาระบบงานยุติธรรมฯ
กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคารเอ) ชั้น 5
ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. 10210

ฃอบคุณครับ

   ความเห็นที่ 29 โดยคุณ : YO999 วันที่ : 17 - ส.ค. - 54  เวลา 19:04:02  ,ip :171.97.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น
เชิญ Login เพื่อร่วมแสดงความเห็น
  Username :   
  Password :   
    







Copyright©2004 Amulet2U.com. All rights reserved. Develop by NetworkDD.com.