อ่านทั้งหมดประชาสัมพันธ์ถาม-ตอบความรู้-วิชาการมีดีมาโชว์ซื้อ-ขาย-ประมูลสัพเพเหระกิจกรรม 2U
อยากหาข้อมูลเกี่ยวกับสมเด็จกรุพระธาตุพนม เห็นไม่มีใครพูดถึงกันเลย
อยากหาข้อมูลเกี่ยวกับสมเด็จอาจารย์โต พรหมรังษี กรุพระธาตุพนม เห็นไม่มีใครพูดถึงกันเลย ใครมีความรู้เรื่องนี้บ้างช่วยให้ข้อมูลกับผมหน่อย คุณลุงข้างบ้านเขาเอามาให้ดู ลุงแกบอกว่าเป็นสมเด็จ กรุพระธาตุพนม ผมงงอยู่พักหนึ่ง ว่ามันมีด้วยเหรอสมเด็จกรุเนี้ย ผมเลยไม่กล้าตอบแกไป มันแปลกตาดีครับ ผมจะดูให้ แต่ไม่มีข้อมูล ถ้าพี่ๆ มีข้อมูล ช่วยแชร์มาหน่อยนะครับ ถ้ามีภาพยิ่งดีครับ ขอบคุณครับ
ผู้โพสต์ : อานนท์   วันที่ : 02 - มี.ค. - 50  เวลา 18:42:36   , ip : 192.168.xxx.xxx    แจ้งลบทั้งกระทู้   


พระกรุนี้เก๊ครับ  เซียนพระแท้นครพนมเขาไม่เล่นกัน
เล่นแต่เซียนเก๊ ไม่ซื้อเข้า ขายออกตั้งแต่ราคา300 ขึ้นไป  หลอกขายไปวันๆ  ว่างๆๆไปชมพิพิทธภัณฑ์  วัดพระธาตุพนมบ้างนะครับ   
   ความเห็นที่ 1 โดยคุณ : nui วันที่ : 02 - มี.ค. - 50  เวลา 19:09:01  ,ip :203.188.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


สมเด็จกรุนี้มีจริงครับสนใจศึกษาได้ที่พิพิธภัณท์พระธาตูพนม  แต่วงการยังไม่ยอนรับว่าสมเด็จสร้างครับ
   ความเห็นที่ 2 โดยคุณ : aaaa2549 วันที่ : 04 - มี.ค. - 50  เวลา 18:31:11  ,ip :124.121.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



              ครับผม  วงการไม่ยอมรับว่า สมเด็จพุฒาจารย์(โต) พรหมรังสี เป็นผู้สร้าง
   ความเห็นที่ 3 โดยคุณ : niwat วันที่ : 05 - มี.ค. - 50  เวลา 09:16:00  ,ip :58.136.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


มั่วหรือเปล่ารู้ไม่จริงก็ไม่ต้องออกความคิดเห็นนะ แต่ของแท้มีจริง
ก็ไปดู ที่ ศิษย์สมเด็จฯ.COM ซิ พวกโง่เขลา
   ความเห็นที่ 4 โดยคุณ : modtads. วันที่ : 20 - เม.ย. - 50  เวลา 16:47:36  ,ip :124.120.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/2_1177063914.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

ของแท้อยู่นี่
   ความเห็นที่ 5 โดยคุณ : modtads. วันที่ : 20 - เม.ย. - 50  เวลา 17:11:54  ,ip :124.120.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/2_1177063947.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

ของแท้อยู่ที่นี่
   ความเห็นที่ 6 โดยคุณ : modtads. วันที่ : 20 - เม.ย. - 50  เวลา 17:12:27  ,ip :124.120.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/2_1177064061.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

ประวัติความเป็นมา
พระสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี ) พิมพ์พิเศษ 2401ทองคำ ถวาย ร.๔ พระธาตุพนม

          พระเจดีย์องค์พระธาตุพนมเดิม(บูรณะเมื่อ พ.ศ.2408) ได้ล้มพังทลายลงมาทั้งองค์ เมื่อเวลา 19.38 น. ของวันที่ 11 สิงหาคม 2518 ตรงกับวันจันทร์ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 9 ปีเถาะ ยังความเศร้าสลดใจให้กับบรรดาพุทธศาสนิกชนทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านที่มีความเคารพเลื่อมใสต่อองค์พระธาตุพนมเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากองค์พระธาตุพนมล้มลงมาแล้ว เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรและเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่เกี่ยวข้อง ได้ทำการสำรวจความเสียหาย ทำการรื้อถอนซากปรักหักพังและขนย้ายสิ่งของอันมีค่าจำนวนมากมายรวมทั้งพระเครื่อง พระบูชา ที่ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โตพรหมรังสี นำบรรจุไว้เมื่อปี พ.ศ. 2408 ด้วยสำหรับสิ่งของอันมีค่าที่เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรค้นพบจากองค์พระธาตุพนม ทั้งหมดนั้นพระเทพรัตนโมลี (พระธรรมราชานุวัตร) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมและเจ้าคณะ จังหวัดนครพนมในขณะนั้น ได้นำบรรจุไว้ในองค์พระธาตุพนมที่สร้างขึ้นใหม่ในปัจจุบันส่วนหนึ่ง(อีกส่วนหนึ่งเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ของวัดพระธาตุพนม) สำหรับพระเครื่อง พระบูชา ของเฉพาะที่ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โต  พรหมรังสีสร้างนั้น ท่านเจ้าคุณพระเทพรัตนโมลี
ได้เก็บรักษาไว้ แล้วมอบแก่พุธทศานิกชนผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทรัพย์ ร่วมบูรณะองค์พระธาตุพนมเท่านั้น ไม่เปิดให้เช่าบูชา หรือให้บูชาอย่างเปิดเผยแต่ประการใด ดังนั้นจึงเป็นที่มาถึงการที่ไม่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายเหมือนกับพระสมเด็จกรุอื่นๆที่ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสีได้สร้างเอาไว้
ดังนั้นทางคณะผู้จัดทำจึ่งได้นำประวัติพระสมเด็จกรุพระธาตุพนมมาเปิดเผยให้ศิษย์ยานุศิษย์ได้ทราบ ดังนี้
เมื่อปี พ.ศ. 2407 วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2407 ตรงกับวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน10 ปีชวด จุลศักราช 1226 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4ได้ทรงโปรดเกล้าสถาปนาสมณศักดิ์พระเทพกวี ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ คณะผู้จัดทำได้ไปค้นคว้าจากประวัติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอยู่ รัชกาลที่ 4 เพื่อยืนยันว่าสมเด็จพระพุฒาจารย์นั้น
สมเด็จฯท่านมีสมณศักดิ์ เป็นพระธรรมกิตติในปีชวด จุลศักราช 1214(พ.ศ.2395)และมีสมณศักดิ์เป็นพระเทพกวี ในปีขาล จุลศักราช 1216(พ.ศ. 2397)กับได้ทรงรับสั่งมอบหมายท่านให้เป็นแม่กองไปบูรณะองค์พระธาตุพนมด้วย ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โต  พรหมรังสี พร้อมด้วยท่านเจ้าคุณธรรมทานาจารย์(เจ้าคุณแนบ) ท่านเจ้าคุณธรรมถาวร(เจ้าคุณช่วง)พร้อมด้วยพระปลัดโฮ้ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบองค์พระธาตุพนม ในขณะนั้นชำรุดเสียหายมากน่าจะไม่สามารถทำการบูรณะซ่อมแซมได้ จำเป็นต้องสร้างพระธาตุพนมใหม่ทั้งองค์ ก็ควรที่จะได้สร้างพระเครื่อง พระบูชา บรรจุไว้ในเจดีย์องค์พระธาตุพนมด้วย เพื่อเป็นพุทธบุชา และเนื่องจาก ณ เจดียสถานแห่งนี้มีพระมหากัสสปะเถรเจ้า ได้นำเอาพระอุรังคะธาตุมาประดิษฐานไว้ให้สาธุชนผู้เลื่อมใสศรัทธาในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้กราบนมัสการ บูชา สักการะ แทนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้นำความเห็นขึ้นกราบทูลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่4 ให้ทรงทราบและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่4 ทรงเห็นด้วยและโปรดให้ดำเนินการได้กับทรงมีรับสั่งให้สร้างให้แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2408 ฉะนั้นการสร้างพระเจดีย์องค์พระธาตุพนม การสร้างพระเครื่อง พระบูชา จำนวน 84,000 องค์ เพื่อนำไปบรรจุในองค์พระธาตุพนมจึงเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2407 เป็นต้นมา
การสร้างพระเครื่อง พระบูชานั้น ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โตพรหมรังสีให้นำเศษ ปูน ทรายที่ร่วงมาจากองค์พระธาตุพนม รอบๆองค์พระธาตุพนมมาเป็นส่วนหนึ่งของมวลสารและเมื่อข่าวการสร้างพระเครื่อง พระบูชา จำนวน 84,000 องค์ เพื่อบรรจุในองค์พระธาตุพนมเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ได้แพร่กระจายออกไปจึงได้มีพระเถรานุเถระ ผู้ใหญ่จากประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงที่มีความเคารพเลื่อมใสในองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้นำเอามวลสารสิ่งของที่มีค่ามาถวายท่านเจ้าพระคุณฯ เพื่อร่วมสร้าง พระเครื่อง พระบูชา ในคราวนี้ด้วย...อาทิ พระเถรานุเถระผู้ใหญ่จากเขมร พม่า ได้นำพลอยดิบที่ยังไม่ได้เจียระไน หรือที่เรียกว่าอัญมณี สีต่างๆ พร้อมด้วยแร่ทองคำมาถวาย พระเถรานุเถระจากลาว นำลูกปัดทวาราวดี และพระบรมสารีริกธาตุมาถวาย เป็นต้น สิ่งต่างๆที่เจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โต  พรหมรังสี ได้รับการถวายในครั้งนี้ พระคุณเจ้าได้นำมาผสมเป็นมวลสารในการสร้างพระเครื่อง พระบูชาในครั้งนี้...ทั้งหมด
ฉะนั้น เนื้อหรือมวลสารของพระเครื่อง พระบูชากรุพระธาตุพนม จึงประกอบด้วยมวลสารต่างๆมากมาย ดังนี้
1.ปูน ทรายเก่าที่ร่วงมาจากองค์พระธาตุพนมรวมทั้งที่ปรักหักพังลงมากองอยู่รอบๆองค์พระธาตุพนมถูกนำมาบดละเอียด ถือได้ว่าเป็นผงศักดิ์สิทธิ์ เป็นผงสำคัญ ในการสร้างพระเครื่อง พระบูชา กรุพระธาตุพนม
2.พลอยดิบ หรือ อัญมณี สีเขียว สีแดง สีเหลือง สีฟ้า ถูกนำมาบดเป็นส่วนผสม
3.แร่ทองคำ ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โตพรหมรังสี ให้ตะไบออกเป็นผง เรียกผงตะไบทอง ผสมลงไปด้วย
4.ลูกปัดทวาราวดีสีต่างๆ ที่พระเถรานุเถระผู้ใหญ่จากลาว จะถูกนำมาผสมกับมวลสารอื่นๆด้วย
5.พระบรมสารีริกธาตุ ที่พระเถรานุเถระผู้ใหญ่จากลาวและศิษยานุศิษย์ของท่านเจ้าพระคุณนำมาถวาย ก็ได้รับการนำลงไปผสมกับมวลสารอื่นๆเช่นกัน
6.ผงวิเศษต่างๆ อาทิ ผงอิทธิเจ ผงมหาราช ผงพุทธคุณ ของท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โตพรหมรังสีที่ได้เก็บสะสมไว้ได้นำมารวม ผสมลงในการสร้างพระเครื่อง พระบูชา จำนวน 84,000 องค์ เพื่อนำบรรจุลงในองค์พระธาตุพนม
และเนื่องจากเวลามีจำกัด ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่4 ได้กำหนดให้การก่อสร้างองค์พระธาตุพนมให้แล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. 2408 การพิมพ์ พระเครื่อง พระบูชา จำนวน 84,000 องค์ จึงต้องช่วยกันพิมพ์ทั้งที่วัดระฆัง และที่วัดพระธาตุพนม ส่วนผสมในการสร้างพระนั้นเหมือนกันทั้งสองวัดจะแตกต่างกันอยู่บ้างก็ตรงที่ใครจะนำส่วนผสมอะไรใส่ลงในครกแต่ละครั้งมากกว่ากันเท่านั้น ส่วนพระที่สร้างที่วัดระฆังนั้น ท่านเจ้าพระคุณธรรมทานาจารย์ (เจ้าคุณแนบ) ท่านได้ลงรักปิดทองไว้ด้วย
สำหรับการนำพระเครื่อง พระบูชา บรรจุลงในองค์พระเจดีย์นั้น เมื่อได้ทำการสร้างพระเจดีย์องค์พระธาตุพนมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้จัดให้มีการสมโภช เฉลิมฉลององค์พระเจดีย์ที่สร้างขึ้นใหม่เป็นเวลา 7 วัน 7 คืน และได้นำพระเครื่อง พระบูชา ทั้งหมด 84,000 องค์ บรรจุลงในพระธาตุพนม ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ปี พ.ศ. 2408 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่4 ได้เสร็จเป็นองค์ประธาน พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพารในพระองค์ และพระเถรานุเถระ ผู้ใหญ่  พระราชาคณะทั้งในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน ได้ร่วมกันทำการถวายพระเครื่อง พระบูชาที่เจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โต  พรหมรังสี ได้สร้างขึ้นจำนวน 84,000 องค์ เป็นพุทธบูชาต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าในครั้งนั้นด้วย
พระพุทธคุณของสมเด็จกรุพระธาตุพนมนั้น ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี บอกว่า พระสมเด็จกรุพระธาตุพนม มีพุทธคุณสูงมาก เนื่องจาก ส่วนผสมของมวลสารต่างๆ ที่นำมาเป็นส่วนผสม เช่น ปูน ทรายเก่า จากองค์พระธาตุพนม พระบรมสารีริกธาตุ เป็นต้น และการสร้างพระเครื่อง พระบูชา จำนวน 84,000  องค์ ในครั้งนี้ ท่านเจ้าพระคุณฯ ได้ตั้งจิตอธิษฐานเป็นกรณีพิเศษ เพื่อถวายเป็นพุทธบุชาต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นพระบรมครูของท่าน ผู้หนึ่งผู้ใดมีไว้ครอบครอง หรือนำขึ้นบูชาเป็นพระประจำตัวแล้ว จะเป็นผู้มีบุญวาสนาสูงส่ง เป็นสิริมงคลต่อชีวิตตลอดไป
กาลเวลาผ่านไป เกียรติคุณพระมหาโตยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นเป็นทวีคูณ ด้วยว่าพระมหาโตเชี่ยวชาญรอบรู้ในพระไตรปิฎิกเป็นอย่างยิ่ง
แม้ท่านมหาโตจะเป็นผู้ทรงคุณวิเศษความรู้แตกฉานเป็นอย่างมากก็ตาม ในปริยัติธรรมก็ไปเรียนกับพระสังฆราช (นาค) อยู่เป็นประจำมิได้ขาด จนกระทั้งมีความรอบรู้เป็นอย่างมาก ถึงกับสมเด็จพระสังฆราชฯ ได้กล่าวว่า "พอแล้วหยุดเรียนเถิด คุณแตกฉานรอบรู้มากพอแล้ว จะเรียนไปถึงไหนท่าน ขรัวโต "
    มหาโตเป็นพระภิกษุที่พระเจ้าแผ่นดินโปรดปรานเป็นอย่างมาก ชื่อเสียงกึกก้องดังทะลุฟ้า พระมหาโตก็เลยกว้างขวางในพระบรมมหาราชวัง ใครๆในพระราชสำนักต่างรุ้จักท่านฯขรีวโตกันทั้งนั้น พรั่งพร้อมด้วยลูกศิษย์ลูกหาเป็นจำนวนมาก ในพระบรมราชวัง
    พระบาทสมเด็จพระพทธเลิศหล้านภาลัย ร.๒ ทรงโปรดให้สร้างตำหนักใหม่ในวัดมหาธาตุเพราะเหตุว่า " เจ้าฟ้ามงกุฎ ( รัชกาลที่ ๔ ) พระราชโอรสทรงออกผนวชเป็นสามเณ ประทับในตำหนักใหม่ ณ วัดมหาธาตุ และพระมหาโตก็ถูกนิมนต์มาเป็นพระพี่เลี้ยงและครูสอนหนังสือขอม คัมภีร์มูลกัจจายน์ จึงเป็นเหตุให้ทรงสนิทคุ้นเคยกันมาก ดุจพี่น้อง...( ศิษย์ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ นอกจาก ร.๕ แล้ว ร.๔ ก็นับว่าเป็น " ศิษย์ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ เช่นกัน )
    ต่อมา พ.ศ. ๒๓๖๗ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้เสด็จสวรรคต พระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษำบดินทร์ ก็เสด็จขึ้นครองราชย์ " สมัยพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ( รัชกาลที่สาม )
    ด้วยคำร่ำรือที่พระมหาโตเจริญสมถะกรรมฐานเป็นอารมณ์นั้น ได้ตัดเสียซึ่งความผูกพันในลาภยศสรรเสริญไปทั้งหมด เพื่อแปลพระปริยัติธรรมให้แตกฉานได้ แต่ไม่รับเป็นเปรียญ...
      แม้พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จะทรงสถาปนาสมณศักดิ์เป็นพระราชปัญญาภรณ์ ท่านขรัวโต ได้ทูลตัวไม่ขอรับ โดยขอเป็นพระธรรมดาหรือขรัวโต ตลอดเวลาอายุ ๕๕ ปี (ตามปี พ.ศ.๒๓๘๖) ท่านเป็นสมภารขรัวโตเหมือนเดิม... และท่านขรัวโตเมื่อรู้ว่าจะถูกแต่งตั้งเป็นราชาคณะอย่างแน่นอน จึงหาวิธีหลบเลี่ยงโดยออกธุดงค์ในที่ต่างๆเสีย (ระหว่างการธุดงค์ในที่ต่างๆของขรัวโตนั้น ท่านขรัวโตก็ได้พบกับหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ,วัดพะโคะต่างศัทธาและเลื่อมใสซึ่งกันและกัน เพราะเป็นพระภิกขุที่ปฎิบัติดี ปฎิบัติชอบ เหมือนๆกัน แต่อายุของท่านขรัวโต กับ ท่านหลวงพ่อทวด แตกต่างกันถึง ๑๘ ปี ทางเวปไซด์ " ศิษย์สมเด็จฯ " ยังไม่สามารถค้นคว้าได้ว่า ท่านขรัวโต เป็นศิษย์ของท่านหลวงพ่อทวดหรือไม่ แต่เป็นที่มาของการสร้างพระเครื่องฯร่วมกันถวาย ร.๔ วัดพระธาตุพนม พ.ศ. ๒๔๐๑ ขณะท่านขรัวโต อายุ ๗๑ ปี ,ท่านหลวงพ่อทวด อายุ ๘๙ ปี และเป็นที่มาของการสร้างพระเครื่องฯถวาย ร.๕ วัดพระแก้วฯ ขณะขรัวโต อายุ ๘๑ ปี หลวงพ่อทวด อายุ ๙๙ ปี ส่วนความเป็นศิษย์ระหว่างท่านขรัวโต กับ หลวงพ่อทวด ทางเวปไชด์ฯจะค้นคว้าให้ชาวพุทธได้ทราบความจริงในคราวต่อไป)

พระสมเด็จพิมพ์พิเศษ 2401 สร้างถวาย ร.๔ พระธาตุพนม
    "เจ้าฟ้ามงกุฎ " พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ เสด็จพระราชสมภพ ณ นิวาสสถานในพระราชนิเวศน์เดิม ด้านใต้ของวัดอรุณราชวราราม เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ปีชวด ฉศก จุลศักราช ๑๑๖๖ ตรงกับวันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๓๔๗ เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ( ขณะทรงดำรงพระราชอิสริยะยศเป็นสมเด็จ พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ) กับ สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชชนนี ( พระนามเดิมว่า " เจ้าฟ้าบุญรอด " )
    เมื่อสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ เสด็จสู่สวรรคาลัย ( ตาย ) เจ้าฟ้ามงกุฎ ( ร.๔ ) ยังทรงผนวชเป็นพระภิกขุอยู่ และในระหว่างที่ทรงผนวชอยู่นั้น ได้เสด็จออกธุดงค์ไปยังหัวเมืองต่างๆ กับ ขรัวโต ( ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี ) ยังหัวเมืองต่างๆ ทำให้ทรงคุ้นเคยกับสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างแท้จริง พระองค์ทรงพระราชอุตสาหะวิริยะเรียนภาษาอังกฤษจนทรงเขียนได้ ตรัสได้ ทรงเป็นนักปราชญ์ผู้รอบรู้ ทำให้พระองค์ทรงมีความรอบรู้เท่าทันต่อเหตุการณ์ของโลกตะวันตกได้เป็นอย่างดี
      และการไปธุดงค์ยังหัวเมืองต่างๆครั้งนั้น คาดว่าคงไปพบกับหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ วัดพะโคะ...ที่ออกธุดงค์เช่นกัน นั่นคือที่มาของการสร้างพระเครื่องทองคำท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) ขรัวโต ,หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ วัดพะโคะ..., สมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ฯ ล ฯ ถวาย ร.๔ พ.ศ.๒๔๐๑ วัดพระธาตุพนม...( ด้วยอายุที่แตกต่างกันถึง ๑๘ ปี ระหว่างท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) กับ หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ วัดพะโคะ นั้น นับเป็นศิษย์อาจารย์กันก็ย่อมได้ และ ร.๔ เป็นศิษย์ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) , ร.๔ ก็เป็นศิษย์ของหลวงพ่อทวดฯเช่นกัน การสร้างพระใน พ.ศ. ๒๔๐๑ จึงเกิดขึ้นที่วัดพระธาตุพนม...)
    พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ทรงเสด็จสวรรคตเมื่อ วันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๓๖๗ (ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) ได้สร้างพระเครื่องฯเป็นการทดแทนพระคุณในปี พ.ศ. ๒๔๖๗ ซึ่งทางเวปไซด์จะกล่าวในพระเครื่องสมเด็จฯในปี ๒๔๖๗ ต่อไป )
    พระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ก็เสด็จขึ้นเถลิงราชสมบัติ เป็นพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ เมื่อ พ.ศ. ๑๓๖๗ ปกครองบ้านเมือง จนกระทั้ง พ.ศ. ๒๓๙๔ ก็เสด็จสวรรคต
    เจ้าฟ้ามงกุฎฯ ทรงลาสิกขาบทนิวัตจากเพศบรรพชิตมาเป็นฆราวาส เพื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ ใน ปี พ.ศ. ๒๓๙๔ มีพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้เจ้ากรมสังฆการีออกติดตามและนิมนต์ท่านขรัวโต(ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี)มาเข้าเฝ้าต่อหน้าพระที่นั่ง ซึ่งท่านขรัวโต กับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โต้ตอบกันดังนี้ ทรงตรัสถาม ฉันต้องการให้ขรัวโตเป็นพระธรรมกิติโสภณ ขรัวโตทูลตอบ ขอถวายพระพรพระมหาบพิตรท่าน ทรงตรัสถาม ไหนขรัวโตว่าไม่เป็น ไฉนมารับเป็นราชาคณะเล่า ขรัวโตทูลตอบ สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ ๓) ท่านเป็นเพียงพระเจ้าแผ่นดิน อาตมาภาพก็หนีพ้น แต่พระมหาบพิตเป็นทั้งเจ้าฟ้าและเจ้าแผ่นดิน อาตมาภาพย่อมหนีไม่พ้นแน่ ขอถวายพระพร ดังนั้นในปี พ.ศ. ๒๓๙๕ ขรัวโต
ได้รับสมณศักดิ์เป็นพระธรรมกิติโสภณ เป็นราชาคณะ และต่อมาเจ้าประคุณพระธรรมกิติโสภณ ก็เลื่อนสมณศักดิ์เป็นท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์องค์ที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในปี พ.ศ. ๒๔๐๑ นี่คือที่มาของการสร้างพระเครื่องทองคำถวาย ร.๔ ในปี พ.ศ. ๒๔๐๑ วัดพระธาตพนม" สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓ ) ท่านเป็นเพียงพระเจ้าแผ่นดิน อาตมาภาพก็หนีพ้น แต่พระมหาบพิตเป็นทั้งเจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดิน( รัชกาลที่ ๔ ) อาตมาภาพย่อมหนีไม่พ้นแน่ ขอถวายพระพร..." นี่เป็นคำตอบโต้กันระหว่าง ร.๔ กับ ขรัวโต ...ดังนั้นในปี พ.ศ. ๒๓๙๕ ท่านขรัวโต ก็ได้รับสมณศักดิ์เป็นพระธรรมกิติโสภณ เป็นราชาคณะ และต่อมา พ.ศ. ๒๔๐๑ ก็ได้เลื่อนเป็น " สมเด็จพระพุฒาจารย์องค์ที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์...เมื่ออายุได้ ๗๑ ปี
 
   ความเห็นที่ 7 โดยคุณ : modtads. วันที่ : 20 - เม.ย. - 50  เวลา 17:14:21  ,ip :124.120.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


สมเด็จรุ่นนี้ผมมีร่วม10 องค์เป็นของแท้นะจ๊ะ
อาจารย์ธราพงษ์ วงศ์โยธา
รปร. กรุงเทพมหานคร
   ความเห็นที่ 8 โดยคุณ : Kharong 69 วันที่ : 22 - ก.พ. - 51  เวลา 17:47:40  ,ip :125.25.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


อยากทราบรายละเอียดติดต่อ
อ.ธราพงษ์  085 162 8159
   ความเห็นที่ 9 โดยคุณ : Kharong 69 วันที่ : 22 - ก.พ. - 51  เวลา 17:49:31  ,ip :125.25.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



ผมมีอยู่หลายองค์ครับผมถือมากสมเด็จโต
เสือบ้านไผ่ครับท่าน
   ความเห็นที่ 10 โดยคุณ : chai_chin วันที่ : 24 - มิ.ย. - 51  เวลา 11:35:57  ,ip :192.168.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


 
   ความเห็นที่ 11 โดยคุณ : suekachai วันที่ : 30 - ก.ย. - 51  เวลา 17:41:09  ,ip :58.181.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


พระสมเด็จพระธาตุพนมมีอยู่จริงครับ  รบกวนท่านที่ไม่รู้จริงอย่ามาแสดงความเห็นเลยนะครับ ผมเคยเห็นจากท่านนายทนาหารชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง และก็ได้ศึกษาข้อมูลมา

   ความเห็นที่ 12 โดยคุณ : ambien วันที่ : 02 - เม.ย. - 52  เวลา 11:56:23  ,ip :124.120.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


พระสมเด็จพระธาตุพนมมีอยู่จริง และมีอานุภาพความขลังอย่างมากเพราะสร้างถวายรัชกาลที่4 ส่วนผู้ที่มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่เท่านั้นที่ได้ครอบครอง เ ช่นนายทหารทหารระดับบิ๊ก ข้าราชการชั้นสูง นักธุรกิจที่ร่ำรวย เท่านั้น
   ความเห็นที่ 13 โดยคุณ : viagra วันที่ : 16 - พ.ค. - 52  เวลา 11:00:57  ,ip :124.122.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น
เชิญ Login เพื่อร่วมแสดงความเห็น
  Username :   
  Password :   
    







Copyright©2004 Amulet2U.com. All rights reserved. Develop by NetworkDD.com.