อ่านทั้งหมดประชาสัมพันธ์ถาม-ตอบความรู้-วิชาการมีดีมาโชว์ซื้อ-ขาย-ประมูลสัพเพเหระกิจกรรม 2U
พุทธคุณแห่งพระผงมหาจักรพรรดิ์สูตรหลวงปู่ดู่หลวงตาม้า

Warning: getimagesize(images/board/3_1175518561.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

การสร้างพระเครื่องประเภทเนื้อปูนผสมผงมหาจักรพรรดิ์สูตรหลวงปู่


ในการสร้างพระเครื่องประเภทเนื้อปูนผสมผงมหาจักรพรรดิ์ของหลวงปู่ดู่นั้น จักสังเกตุเห็นได้
ว่าหลวงปู่ดู่ท่านจะสร้างพระเครื่องไว้เพื่อเป็นพุทธานุสติแก่บรรดาศิษย์เพื่อให้ระลึกเสมอว่า
พระพุทธองค์ทรงเป็นผู้ทรงประเสริฐสุดหาที่เปรียบมิได้ ดังที่จะกล่าวในพระชุด
"พระพุทธเจ้าเหนือพรหม"นี้ ลป.ดู่ท่านได้หยิบยกพระพุทธตำนานตอนหนึ่ง
ซึ่งเป็นพระตำนานที่อยู่ในบทสวดพระคาถาพาหุงบทหนึ่งว่า


"ทุคคาหะทิฏฐิ ภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง
พหรมมัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง
ญาณาคะเทนะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุเต ชะยะมังคะลานิ"


...พระคาถาบทพาหุงบทนี้ ตามพุทธตำนานได้กล่าวถึงตอนสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ปราบทิฐิของท้าวผกาพรหมที่คิดว่าตนเองมีอิทธิฤทธิ์มากและมีความอมตะไม่ตาย จึงคิดท้าพระพุทธเจ้าให้มาลองอิทธิฤทธิ์กัน โดยการท้าลองครั้งนี้คือให้อีกฝ่ายซ่อนและอีกฝ่ายหา หากผู้ใดซ่อนและผู้หา หาไม่พบถือว่าชนะและฝ่ายแพ้จะต้องมาเป็นสาวกของฝ่ายชนะ...เริ่มจากฝ่ายท้าวผกาพรหมเป็นผู้ซ่อนก่อน ท้าวผกาพรหมแปลงกายเป็นธุลีเม็ดทรายหนึ่งเม็ดโดยซ่อนตนเองปะปนอยู่ในทะเลทราย ด้วยพระบารมีของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ใช้ฌาณตรวจหาไม่นานก็ค้นพบท้าวผกาและชี้ถูกว่าท้าวผกาพรหมเป็นเม็ดทรายเม็ดไหนอย่างถูกต้องครั้งนี้ท้าวผกาพรหมจึงเป็นฝ่ายแพ้ พอถึงคราวพระพุทธเจ้าเป็นผู้ซ่อนบ้าง พระพุทธองค์ทรงย่อพระวรกายให้เล็กลงแล้วเสด็จขึ้นไปปะทับซ่อนอยู่ในมวยผมบนเศียรของท้าวผกาพรหม ฝ่ายหาคือท้าวผกาพรหม ก็เริ่มตามหาพระพุทธเจ้าหายังไงก็หาไม่เจอ หาทั่วทั้ง๓ภพ(ภพโลก ภพสวรรค์ ภพนรก)ก็หาไม่เจอ หาไปสุดขอบแดนจักรวาลก็หาไม่เจอ ท้าวผกาพหรมจึงยอมแพ้


เมื่อพระพุทธองค์ทรงพิจารณาเห็นว่าท้าวผกาพรหมลดทิฏฐิลงมากแล้ว
พระพุทธองค์จึงคลายฤทธานุภาพกลับสู่สภาพเดิม และทรงแสดง
พระธรรมเทศนาโปรดท้าวผกาพรหม จนบรรลุเป็นพระโสดาบัน
แต่ขณะนี้เป็นพระอนาคามีแล้ว จักเข้าถึงพระนิพพานในยุคพระศรีอริยเมตไตรย
จากนั้นมาจึงมีพระนามเรียกขานกันว่า "พระพรหม"...

การนำบทสวดมหาจักพรรดิมาใช้ในการสร้างพระ


หลวงปู่ดู่ท่านเล่าให้ศิษย์ใกล้ชิดฟังถึงการปลุกเสก หรืออธิษฐานจิตในวัตถุมงคลที่ท่านปลุกเสกว่า
"นอกจากการใช้พลังจิตในการปลุกเสกแล้ว ที่ท่านใช้อยู่เสมอคือ บทสวดมนต์ตามเจ็ดตำนาน"
ซึ่งท่านบอกว่า ดีกว่าคาถาอาคมมากมาย เพราะเป็นเรื่องราวของ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ทั้งนั้น
ไม่จัดเป็นเดรัจฉานวิชชา โดยบทที่ท่านสวดทำทุกครั้งคือ บทพระพุทธเจ้าทรมานพญาชมพูบดี
หรือที่เรียกกันว่า "บทชมพูปติสูตร" ซึ่งแสดงถึงอำนาจหรือบารมีของพระพุทธเจ้าผู้เป็นครูของมนุษย์และ
เทวดาทั้งปวง แสดงถึงธรรมที่ชนะอธรรม


พุทธคุณที่หลวงปู่ดู่หลวงตาม้าท่านนำมาใช้ในการสร้างพระ


ลป.ดู่ ท่านเรียกพระคาถาบทนี้ว่า "คาถามหาจักรพรรดิ" โดยทั้งนี้ในการปลุกเสกหลวงปู่


ท่านอารธนากำลังของบารมีรวมหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ท่านอันเป็นที่สุด โดยน้อมนำอารธนา
บารมีรวมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยตั้งแต่องค์ปฐมจนถึงองค์ปัจจุบันบรมมหาจักรพรรดิ์ทุกๆพระองค์
บารมีรวมพระปัจเจกพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ พระธรรมและพระอริยสงฆ์ทั้งหลายโดยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต
บารมีรวมพระเจ้าจักรพรรดิตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและอนาคต บารมีรวมหลวงปู่ทวด หลวงปู่ดู่ ท่านอันเป็นที่สุด


บทสวดพระมหาจักรพรรดิ
นะโมพุทธายะ พระพุทธะ ไตรรัตนะญาณ
มณีนพรัตน์ สีสะหัสสะ สุธรรมา
พุทโธ ธัมโม สังโฆ ยะธาพุทโมนะ
พุทธะบูชา ธัมมะบูชา สังฆะบูชา
อัคคีทานัง วะรังคันธัง สีวลี จะมหาเถรัง
อะหังวันทามิ ทูระโต อะหังวันทามิ ธาตุโย
อะหังวันทามิ สัพพะโส
พุทธะ ธัมมะ สังฆะ ปูเชมิ

ความย่อที่มาคาถาว่า
พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตพระองค์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
เพื่อทรงแก้ทิฏฐิมานะ ของพญามหาชมพูบดี
ในสมัยพุทธกาล มีพระมหากษัตริย์ผู้เรืองอำนาจพระองค์หนึ่ง ซึ่งปกครองเมืองปัญจาลราษฐ พระนามว่า "พญาชมพูบดี" กล่าวกันว่า พร้อม ๆ กับการประสูติของพญาชมพูบดี ขุมทองในที่ต่างๆ ก็ผุดขึ้นมากมายอันแสดงถึงบุญญาธิการของพระองค์ ประชาชนในเมืองนี้จึงมีฐานะความเป็นอยู่ที่มั่งคั่งสมบูรณ์ พญาชมพูบดี ทรงมีอาวุธวิเศษ 2 อย่าง คือ

ฉลองพระบาทแก้ว ซึ่งเมื่อสวมเข้าไปแล้วก็จะพาพระองค์เหาะไปในที่ต่างๆ ได้ ทั้งยังใช้อธิษฐานแปลงเป็นนาคราชเข้าประหัตประหารศัตรูได้อีกด้วย
อาวุธวิเศษอย่างที่สอง คือ วิษศร ซึ่งเป็นศรวิเศษใช้ต่างราชทูต หากกษัตริย์เมืองใดไม่มาอ่อนน้อมขึ้นต่อพระองค์ วิษศรนี้ก็จะไปร้อยพระกรรณพาตัวเข้าเฝ้าพระองค์จนได้ ทำให้กษัตริย์ทั้งหลายพากันยำเกรงในพระเดชานุภาพแห่งพญาชมพูบดี

ด้วยอาวุธคู่พระวรกาย พญาชมพูบดีได้ขยายพระราชอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง กระทั้งถึงกรุงราชคฤห์ของพระเจ้าพิมพิสาร ผู้เป็นอุบาสกแห่งสมเด็จพระสัมมาสมพุทธเจ้า พญาชมพูบดีส่งอาวุธวิเศษของพระองค์ ไปทำอันตรายต่อพระเจ้าพิมพิสาร แต่ไม่อาจทำอันตรายแก่พระเจ้าพิมพิสารได้ ด้วยอาศัยพระพุทธานุภาพ ทำให้พญาชมพูบดีแค้นพระทัยมาก แม้ส่งอาวุธวิเศษอย่างใดไป ก็พ่ายแพ้แก่พระพุทธานุภาพแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเห็นว่า พญาชมพูบดีประสบความพ่ายแพ้ และมีทิฏฐิมานะเบาบางลง ประกอบด้วยกับทรงเล็งเห็นวาสนาปัญญาของพญาชมพูบดีว่าสามารถสำเร็จมรรคผลได้ จึงมีพุทธฎีกาตรัสใช้ให้พระอินทร์แปลงเป็นราชทูตพาพญาชมพูบดีมาเข้าเฝ้า ส่วนพระองค์ทรงเนรมิตองค์เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ทรงมงกุฎ พร้อมเครื่องราชาภรณ์ แต่ล้วนงดงาม ส่วนพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานเถระเจ้า พร้อมด้วยเหล่าภิกษุสงฆ์สาวก ก็เนรมิตกายเป็นเสนาอำมาตย์ใหญ่น้อย ล้วนแล้วแต่น่าเกรงขาม ทั้งเนรมิตเวฬุวัน (ป่าไผ่) ให้เป็นพระนครใหญ่ประกอบด้วยกำแพงถึง 7 ชั้น และมีพุทธฎีกาตรัสสั่งให้เทวดา พรหม ทั้งหลาย ร่วมเนรมิตเป็นตลาดน้ำ ตลาดบก

เมื่อพระอินทร์ซึ่งเนรมิตกายเป็นราชทูต ไปถึงเมืองปัญจาลราษฐ เห็นพญาชมพูบดีและเหล่าเสนาอำมาตย์ยังถือดี จึงแสดงฤทธานุภาพเป็นที่ประจักษ์ พญาชมพูบดีไม่อาจแข็งขืนจำยอม ต้องยกพลเดินทัพเพื่อเข้าเฝ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสมพุทธเจ้า

เมื่อพญาชมพูบดี เดินทางเข้าเขตพระนคร ก็ตกตะลึงกับความยิ่งใหญ่อลังการแห่งพระนครที่พระพุทธองค์ทรงเนรมิต แม้แต่เหล่าแม่ค้าริมทาง ก็ยังงดงามกว่าพระอัครมเหสีของพญาชมพู จนชวนให้รู้สึกขวยเขินก้าวเดินไม่ตรงทาง และเมื่อผ่านทางยังกำแพงพระนครแต่ละชั้น ทอดพระเนตรเห็นเหล่าเสนาอำมาตย์ที่รักษาพระนคร พระทัยก็ประหวั่นพรั่นกลัวพระเสโทไหลโทรมทั่วพระสกลกาย ถึงกำแพงชั้นในซึ่งเป็นแก้ว ก็ทำท่าจูงกระเบนเหน็บรั้ง ด้วยเข้าพระทัยผิดคิดว่ามีเสียงนางในร้องเย้ยเยาะว่ากษัตริย์บ้านนอก กระทำเชยๆ พญาชมพูบดีก็รู้สึกได้รับความอัปยศอย่างยิ่ง
เมื่อพญาชมพูบดีมาถึงต่อหน้าพระพักตร์แห่งพระบรมศาสดา ซึ่งเนรมิตกายเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ก็ยังไม่หมดทิฏฐิมานะ พระพุทธองค์ทรงเชื้อเชิญให้แสดงฤทธิ์เดชอำนาจและของวิเศษทุกสิ่งทุกอย่างออกมา เมื่อพญาชมพูบดีทรงแสดงแล้ว ก็ต้องได้รับความอัปยศยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยไม่อาจทำอันตรายพระพุทธองค์ได้เลยแม้แต่น้อย

เมื่อพระพุทธองค์ทรงพิจารณาเห็นว่าพญาชมพูบดีคลายทิฏฐิมานะลงมากแล้ว จึงทรงแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพญาชมพูบดี และเหล่าเสนาอำมาตย์ที่ติดตามมาด้วยจำนวนมากมายให้เห็นสิ่งที่เป็นสาระและมิใช่สาระ ให้เห็นโทษแห่งการเวียนเกิด เวียนตาย ในวัฏสงสาร ทั้งให้เห็นคุณแห่งพระนิพพาน พญาชมพูบดีและเหล่าเสนาอำมาตย์ต่างรู้สึกปีติ โสมนัส จึงปลดมงกุฎและเครื่องประดับของตนวางแทบพระบาทแห่งองค์พระสัมพัญญูบรมศาสนา เพื่อสักการะด้วยความรู้สึกเทิดทูน จากนั้นจึงทูลขออุปสมบทต่อพระพุทธองค์

จากนั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสมพุทธเจ้าบรมครู พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์สาวก เทวดา พรหม ก็คล้ายฤทธานุภาพกลับสู่สภาพเดิม (เป็นป่าไผ่และสภาพทั้งหลายตามความเป็นจริง) สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานอุปสมบถแก่พญาชมพูบดี พร้อมด้วยเสนาอำมาตย์ และทรงแสดงพระธรรมเทศนาให้คลายความลุ่มหลงในเบญจขันธ์ มีรูป เป็นต้นว่า อุปมาดั่งพยับแดด หาสาระตัวตนที่เที่ยงแท้อันใดมิได้ และแสดงเทศนาต่างๆ เป็นอเนกปริยาย พญาชมพูบดีและเหล่าเสนาอำมาตย์ ก็ดื่มดำในพระอมตธรรมสลัดเสียซึ่ง ตัณหา อุปาทาน จิตของท่านก็เข้าอรหันตผล สำเร็จเป็นพระอริยบุคคลในพระบวรพุทธศาสนา


__________________

บรรดาลูกหลานวงษ์วานว่านเครือต่างทราบกันดีใครมีไว้ใช่ป้อง
กันอันตรายอย่างเดียวที่ไหนหลวงพ่อเกษม เขมโก
ท่านรับรองกับลูกศิษย์ท่านพระหลวงปู่ดู่ ป้องกันนิวเคลียร์ได้

หลวงตาม้า ท่านเมตตาบอกว่า พระหลวงปู่ ป้องกันโรคระบาด
และป้องกันไข้หวัดนกได้ให้ใส่ไว้

ปล. โปรดอย่าลืม คาถาบูชาพระ(คาถาจักรพรรดิ)


ส่วนผสมในมวลสารของเนื้อพระ

ในส่วนผสมมวลสารของเนื้อพระพุทธเจ้าเหนือพรหมที่ลป.ดู่ท่านนำมาจัดสร้าง ท่านจะนำผงพุทธคุณ(ผงมหาจักรพรรดิ์)ผสมกับปูนขาวใส่เกศาผสมลงโดยใช้น้ำเป็นตัวประสานผสมจนได้ที่แล้วจึงนำเนื้อมวลสารเทลงในแบบพิมพ์ เวลาแห้งเนื้อพระด้านหลังจะเป็นคราบลอยเหมือนหัวกระทิ ลักษณะของเนื้อพระจะไม่แน่นตัวนัก เนื้อจะฟูๆ พระพิมพ์นี้สามารถแบ่งโซนหลักของเนื้อพระได้๒วรรณะคือ สีขาวนวล และออกสี เหลืองเนื่องจาก ลป.ดู่ท่านนำไปแช่ในน้ำชาท่ท่านเสก หรือที่ลป.ดู่ท่านมักจะเรียกว่าน้ำมนต์นั้นเอง ส่วนการทำผงจักรพรรดินั้นหลวงปู่จะทำภายในกุฎิท่านโดยมีกรรมวิธีการสร้างซึ่งเป็นวิชาขั้นสูงส่วนพระผงจักรพรรดิยุคปัจจุบันที่ทำและสร้างโดยหลวงตาม้านิยมนำเถาพระธาตุปลวงปู่หรือเกศาหลวงปู่ดู่หรือหลวงตาม้ามาเป็นมวลสารด้วยในรุ่นพิเศษบางรุ่นแต่โดยปกติมวลสารหลักก็คือผงจักรพรรดินั้นเอง
______________________________

ความรู้เกี่ยวกับพระผงจักรพรรดิ
พระผงจักรพรรดิสูตรหลวงปู่ดู่หลวงตาม้า
มีพุทธคุณอย่างไร?


พระผงจักรพรรดิประโยชน์มากโดยเป็นพระที่ใช้ใน
การทำกรรมฐานและบูชาติดตัวเพื่อคุ้มครอง
เป็นศิริมงคลแก่ตนเองและเป็นพลังงานบุญ
แก่ภพภูมิโดยรอบ


หลวงปู่ดู่กล่าวไว้ว่าพระรุ่นนี้ที่มีผงจักรพรรดิ
ของท่านป้องกันนิวเคลียร์ได้
(ถ้าขนาดนี้แล้วของเล็กกว่านิวเคลียเรื่องเล็กๆ)


พระรุ่นนี้เหมาะสมเป็นอย่างมากในการเจริญกรรมฐาน
หลวงปู่ดู่สมัยที่ท่านยังทรงธาตุขันธ์
อยู่ท่านสร้างพระผงออกมาเพื่อให้
ลูกศิษย์ได้ใช้ในการเจริญพระกรรมฐานให้
ก้าวหน้าได้โดยไวโดยเป็นการใช้พลังจากองค์พระ

ในเนื้อพระรุ่นนี้บรรจุมวลสาร ผงจักพรรดิหลวงปู่ดู่ที่ท่านหลวงตาท่าน
ได้รับมาจากหลวงปู่ดู่โดยตรง และช่วงไหนสวดมนต์นั่งสมาธิแผ่บุญ
แผ่เมตตาสม่ำเสมอบุญจะเกิดที่ตัวเราดีมากยิ่งขึ้นครับทั้งพระธาตุบน
องค์พระจะขึ้นเพิ่มขึ้นอีกด้วย (พระผงจักรพรรดิหลวงปู่ดู่ขึ้นพระธาตุทุกองค์)
หลวงตาเคยเมตตากล่าวให้ฟังว่าพระที่ท่านทำขึ้นมาชุด
นี้เป็นพระกำลังของพระโพธิสัตว์จึงมีพุทธคุณและ
กำลังบารมี 10 เข้มข้นนำไปใช้ประโยชน์ในด้านกุศลได้ร้อยแปดพันเก้า


หากนำไปบูชาก็จะเป็นการทำให้ภพภูมิเทวดาผีสางสัมภเวสีที่ผ่านไป
ผ่านมารับกระแสตรงนี้เข้าไปปรับให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วยนอก
(โดยการกำพระขอกำลังพระ/หลวงปู่สวดจักรพรรดิแล้วน้อมบุญไป)


นอกนั้นยังมีพุทธคุณเข้มสำหรับการเจริญภาวนากรรมฐาน
โดยการเอามากำก่อนนั่งสมาธิแล้วกำหนดจิตเข้าไปที่องค์พระ
จะทำให้ภาวนาได้ง่ายขึ้นเพราะมีพลังงานจากองค์พระมาเสริมที่
ดวงจิตด้วยจากนั้นจึงไปทำสมาธิในแบบที่ท่านถนัดโดยเป็น
วิธีการที่นิยมกันในหมู่ลูกศิษย์ของหลวงปู่ดู่เรื่อยมาจนถึงหลวงตาม้า
ในปัจจุบันและหากนำพระไปแช่น้ำก็สามารถทำเป็นน้ำมนต์รักษา
โรคหรือเป็นศิริมงคลแก่ตนก่อนออกไปดำเนินชีวิตก็ยังได้



หากนำพระไปแช่น้ำก็สามารถทำเป็นน้ำมนต์รักษาโรคหรือเป็นศิริมงคล
แก่ตนก่อนออกไปดำเนินชีวิตก็ยังได้ อฐิษฐานเอาโดยใช้คาถาจักรพรรดิ

ยังไงก็ให้ตั้งอยู่ในความดีไว้ด้วยโดยมีพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งและศีล5เป็นฐาน
จะช่วยให้เราทรงในความดี และพุทธคุณช่วยเราได้เต็มที่

-------------------------

พระอาจารย์วรงคต วิริยธโร (หลวงตาม้า)
พระผู้ปฎิบัติดีปฎิบัติดีปฎิบัติชอบรูปหนึงในปัจจุบัน
ตามแนวทางและปฎิปทาของพระอาจารย์เอกของ
ท่านซึ่งก็คือหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก จ.อยุธยา
(ในภาพเป็นบริเวณถ้ำใหญ่ที่วัดซึ่งวัดของหลวงตาม้าจะ
กินอาณาเขตเขาลูกหนึงเลยทีเดียวเป็นสัปปายะที่
เงียบสงบและมีถ้ำเยอะมากวัดตั้งอยู่ใกล้ๆ
กับชายแดนพม่าในเขตอำเภอเชียงดาว)

-----------------------------------------------------------------------------
จาก http://www.palungjit.com/club/Wisdom/10927/

เพื่อดูรายละเอียดเพิ่ม

ผู้โพสต์ : มังกร   วันที่ : 02 - เม.ย. - 50  เวลา 19:56:01   , ip : 125.24.xxx.xxx    แจ้งลบทั้งกระทู้   



Warning: getimagesize(images/board/3_1175518804.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

พระผงจักรพรรดิหลวงตาม้าสร้างขึ้นพระธาตุ

-----------------------------
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมกระทู้นี้เลยครับ...

http://www.palungjit.com/board/showthread.php?p=441527#post441527
   ความเห็นที่ 1 โดยคุณ : มังกร วันที่ : 02 - เม.ย. - 50  เวลา 20:00:04  ,ip :125.24.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/3_1175518881.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

แถมอีกรูป รุ่นนี้ก็ขึ้นพระพระธาตุเหมือนกัน
   ความเห็นที่ 2 โดยคุณ : มังกร วันที่ : 02 - เม.ย. - 50  เวลา 20:01:21  ,ip :125.24.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/3_1175518997.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

รูปใหญ่
   ความเห็นที่ 3 โดยคุณ : มังกร วันที่ : 02 - เม.ย. - 50  เวลา 20:03:17  ,ip :125.24.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



Warning: getimagesize(images/board/3_1175519136.jpg) [function.getimagesize]: failed to open stream: No such file or directory in /home/amulet2u/domains/amulet2u.com/public_html/includes/functions.php on line 124

หลวงตาม้า วัด ถ้ำเมืองนะ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

ท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่ดู่ครับ ใครมีโอกาสแนะนำว่าไปกราบพระสุปฎิปันโน
ให้ได้นะครับ

โมทนาครับ
   ความเห็นที่ 4 โดยคุณ : มังกร วันที่ : 02 - เม.ย. - 50  เวลา 20:05:36  ,ip :125.24.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


อื่ม!....... ไม่ได้ลบหลู่นะครับ เพียงแต่สงสัย.....
ผมเคยทำบุญร่วมสร้างเจดีย์พระธาตูเมืองนะ ( มั่ง ? ) โดยการเช่าบูชาพระเครื่องของหลวงตาม้า พิมพ์สมเด็จ พุทธซ้อน มาประมาณ 100 องค์ ครับ ปรากฎ ขึ้นพระธาตุ แบบที่คุณมังกร ว่า ทุกองค์เลยครับ มากมั่งน้อยมั่ง แต่ ย้ำว่า ทุกองค์ ก็เลยแปลกครับ......ว่า จริงหรือปล่าว หรือ เป็นส่วนผสมที่ฮิตกันในระยะหนึ่ง...........
   ความเห็นที่ 5 โดยคุณ : mahachai วันที่ : 02 - เม.ย. - 50  เวลา 23:32:05  ,ip :61.19.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


กระทู้นี้ ผมไม่ได้เขียนนะครับ ไม่ทราบว่าผู้ใช้ชื่อ "มังกร" เหมือนผม ตั้งใจหรือไม่อย่างไร
กรุณาแจ้งด้วยครับ ผมจะได้ทำตัวถูก มีชื่อเหมือนๆ กันแบบนี้ไม่ดีเลยครับ


"มังกร"
   ความเห็นที่ 6 โดยคุณ : มังกร วันที่ : 03 - เม.ย. - 50  เวลา 08:02:55  ,ip :203.144.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น



              ชื่อซ้ำกันหรอครับ เดี๋ยวผมตรวจสอบดูให้นะครับ
   ความเห็นที่ 7 โดยคุณ : niwat วันที่ : 03 - เม.ย. - 50  เวลา 08:49:48  ,ip :58.136.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


ที่คุณ mahachai กล่าวถึงการที่มีการให้เช่าบูชาพระเครื่องในการสร้างเจดีย์เมืองนะ
ครั้งนั้นขอบอกว่างานนั้นหลวงตาม้าท่านไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องครับเนื่องจากมีพระของวัดที่สร้างเจดีย์มาขอพระหลวงตาม้าที่ท่านสร้างไว้บอกว่าจะนำไปแจกให้คนทำบุญเจดีย์แต่กลับนำไปให้เช่าบูชา

ส่วนตัวหลวงตาม้าท่านเป็นพระที่มีอภิญญาจิตสูงมีเมตตามากและพระผงจักรพรรดิของท่านซึ่งท่านได้รับการถ่ายทอดวิชามาจากหลวงตาม้านั้นท่านก็ได้สร้างและแจกฟรีให้แก่ทุกคนที่ขอที่วัดเองไม่มีการตั้งราคาใดๆเลย

คนที่เคยไปกราบท่านคงรู้ถึงปฎิปทาความดีของท่านดี
ส่วนเรื่องพระขึ้นธรรมธาตุนั้นเป็นปัจจัตตังครับแต่หลวงตาม้านั้นท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่ดู่ก็น่าจะอธิบายอะไรได้ดี

ธรรมรักษาครับ
   ความเห็นที่ 8 โดยคุณ : Wisdom วันที่ : 03 - เม.ย. - 50  เวลา 09:42:59  ,ip :203.146.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


แก้ขอความข้างบนนิดนึงครับพิมพ์ผิด (........และพระผงจักรพรรดิของท่านซึ่งท่านได้รับการถ่ายทอดวิชามาจาก+หลวงปู่ดู่+  นั้นท่านก็ได้สร้างและแจกฟรีให้แก่ทุกคนที่ขอที่วัดเองไม่มีการตั้งราคาใดๆเลย

ธรรมรักษาครับ
   ความเห็นที่ 9 โดยคุณ : Wisdom วันที่ : 03 - เม.ย. - 50  เวลา 09:44:26  ,ip :203.146.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น


หลวงตาม้าท่านเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจริงๆครับ ใครที่เคยไปกราบและปฏิบัติกับท่านจะรู้ได้ด้วยตัวเองจริงๆ ส่วนพระผงจักรพรรดิของหลวงตาม้านั้น ท่านสร้างแจกฟรีโดยไม่ได้มีการตั้งราคาใดๆเลยทั้งสิ้นครับผม

หลวงตาม้าท่านเป็นพระที่มีเมตตาสูงมาก ใครที่อยู่ใกล้ท่านจะทราบได้ดีและรู้สึกได้ถึงความเบา เย็นสบาย เรื่องแบบนี้เป็นปัจจัตตังครับ....

พระผงกำลังจักรพรรดิของหลวงตาม้านั้น ถ้าใครเอามานั่งกำทำสมาธิหรือสวดมนต์ด้วยจิตใจที่สบายๆ จะสามารถประจักษ์ได้ว่าพระผงจักรพรรดิของหลวงตาม้าสามารถ "ดิ้นได้" ครับผม หรือแม้กระทั่งเรืองแสงก็ยังสามารถทำได้เลยครับ

ป.ล. พระไม่มีมอเตอร์ที่ทำให้สั่นติดเอาไว้หรอกนะครับ อิอิ
   ความเห็นที่ 10 โดยคุณ : panyadonisaun วันที่ : 24 - ม.ค. - 51  เวลา 13:06:19  ,ip :117.47.xxx.xxx  แจ้งลบความเห็น
เชิญ Login เพื่อร่วมแสดงความเห็น
  Username :   
  Password :   
    







Copyright©2004 Amulet2U.com. All rights reserved. Develop by NetworkDD.com.