ตำหนิเอกลักษณ์
พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์-รูปหล่อ 5
พระชินราชใบเสมา
พระชินราชใบเสมาเป็นพระเครื่องชนิดหนึ่งสรางด้วยวัสดุ ประเภทเนื้อชินเงิน-เนื้อตะกั่วผสมชิน-และสร้างด้วยเนื้อดิน (ส่วนเนื้อสัมฤทธิ์ ก็มีแต่ชำรุดแทบทั้งสิ้น) เป็นพระที่นำติดตัวไปไหนมาไหนได้สะดวก พระชินราชใบเสมานี้ถูกจำลองแบบมาจาก พระประธานองค์ใหญ่ ในพระอุโบสถ วัดพระศรีมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก นั่นเอง พระประธานองค์ใหญ่ เป็นพระคู่บ้านคู่เมือง ของชาวพิษณุโลก และคนไทยทั้งชาติ สรางด้วยเนื้อทองสัมฤทธิ์ (หล่อ) ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 5 ศอก 1 คืบ 5 นิ้ว เศษ สูง 7 ศอก 1 คือบ 10" พพระมหาธรรมราชาลิไท ร.5 สมัยสุโขทัย เป็นผู้สร้าง เมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 6 ค่ำเดือน 8 พุทธศักราช 1500 นับเป็นมรดก อันล้ำค่าของคนไทยทั้งชาติ และชาวพิษณุโลก ทั้งมวล
พระชินราชใบเสมา เป็นพระพิมพ์หนึ่ง ที่นักนิยมสะสมสมัยคุณปู่ชื่นชอบมาก เท่าๆกับพระนางพญาทีเดียว พระชินราชเป็นพระที่ถูกสร้าง ขึ้นพร้อมๆ กับการสรางพระประธาน ในพระอุโบสถ และพระยอดอัฐฐารส ที่วิหารร้าง เป็นพระที่มีชื่อเสียงมาก ไม่แพ้พระหูยาน ไม่แพ้พระท่ากระดาน ไม่แพ้พระมเหศวร ไม่แพ้พระปรุหนัง มีความดังทั่วทั้งสารทิศ ใครที่เป็นนักนิยมพระแล้ว ไม่รู้จักพระชินราชใบเสมา ก็จัดอยู่ในชั้นเชย ที่สุด พระชินราชใบเสมา เป็นพระศิลปสัยสุโขทัย สกุลช่าง สุโขทัยบริสุทธิ์ ประทับนั่งบนรัตนบัลลังก์ บนบัวคว่ำ บัวหงาย ซึ่งเป็นอาสนะรองรับ ประทับอยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว อันเป็นเอกลักษณ์ ของช่างคนไทยสมัยโบราณ อย่างแท้จริง ซุ้มกนก และลวดลายต่างๆเป็นฝีมือของนักประติมากรรมชั้นบรมครู ได้บรรจงสรางไว้ โปรดพิจารณาให้ถ่องแท้ พระชินราชใบเสมา มีราคาแพงมากเกือบเท่าๆกับพระนางพญา มีอยู่ 3 พิมพ์คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก เหตุเพราะราคาแพงนั่นเอง จึงมีผู้ทำปลอมและเลียนแบบกันมาก ผมเห็นองค์แท้ๆไม่เกิน 7 องค์ ในการประกวด แต่ละครั้ง มีพระเก๊ติดรางวัลก็มี ฉะนั้นจงจำจุดสังเกตให้ดี

อธิบายจุดชี้ตำหนิ
1.ยอดพระเกศมาลาตอนบนสุด แลดูคล้ายดอกบัว 3 ดอกซ้อนกัน
2. เส้นซุ้มกนกมีความชัดเจนมาก ไม่เลือนลาง ของปลอมเลือนลาง
3.เส้นพระศกตั้งขึ้นกลมกลืนกับพระเศียร (เป็นเส้น)
4.พระพักตร์แบบตะกอน มีพระพักตร์แก่และหนุ่ม
5.เส้นซุ้มเสาใบเสมาทั้งคู่ ซ้าย - ขวา มีความคมชัด (เศียรนาค)
6.ลายมือของพระโมคคัลลา (คล้ายรอยแตกในแม่พิมพ์)
7.ประทับนั่งในซุ้มเรือนแก้ว มีลักษณะแบบใบเสมาปางมารวิชัย
8.บัวบน 9 กลีบ บัวล่าง 9 กลีบ
9. มีจุดไข่ปลา 22 จุด (ในองค์ที่ชัดเจนนับได้)
ด้านหลัง ขององค์พระมีทั้งลายผ้า และไม่ใช่ลายผ้า ส่วนไม่มีก็เหมือนกับหลังพระร่มโพธิ์เพชรบูรณ์ (ฝักเพกา)

พระอู่ทองท้องช้าง พิมพ์กลาง
พระอู่ทองท้องช้าง เนื้อชินเงินพิมพ์นี้ ขุดข้นพบที่พระเจดีย์ราย ภายในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมื่อปีพุทธศักราช 2508 โดยได้รวมกับพระหูยานปี 08 เป็นพระพิมพ์หนึ่งที่สรางด้วยวัสดุเนื้อชินเงิน มีทั้งหมด 3 พิมพ์ทรงด้วยกันคือ พิมพ์ใหญ่ (พระพักตร์มีอุณหิต) พิมพ์กลาง และ พิมพ์เล็ก ทั้ง 3 พิมพ์ มีส่วนสัดไม่แตกต่างกันมากนัก แต่มีสิ่งสังเกต ที่เราควรจำไว้ ดังหัวข้อข้างต้น พระประเภทนี้เป็นพระที่เรียกว่า มีต้นกำเนิดมาจากพระแผงสามพี่น้อง(ตรีกาย) มีทั้งเนื้อดิน และ เนื้อชิน และเนื้อตะกั่วสนิมแดง มีอยู่ทั่วๆไปหลายกรุ เหตุที่ตัด หรือเทเป็นองค์เดี่ยวๆ นั้น คงเป็นเพราะเหตุ ที่ว่าผู้สรางต้องการไม่ให้สิ้นเปลือง และ ต้องการให้ได้พระหลายๆองค์ จึงเทเฉพาะพระองค์เดียว (ความจริงแล้ว เป็นพระพิมพ์สามพี่น้องนั่นเอง) ศิลปสมัยลพบุรี ประชาชนคนโบราณ ซึ่งชอบพระพิมพ์นี้มาก ถึงแม้ว่าจะเป็นพระที่ค่อนข้างจะใหญ่โตมโหฬาร ก็ตามที ก็ยังมีจิตใจเลื่อมใส (ขนาด 10x12 ซม.) พบหลายภาคในประเทศไทย มีทั้งเนื้อดินเผาและเนื้อชิน
การสร้างสรางตามลัทธิ แบบมหายาน ซึ่งหมายถึงพระกายทั้งสาม ของพระพุทธเจ้า คือ นิรมานกาย คือ พระกายในร่างมนุษย์ ของพระพุทธเจ้าเมื่อตรัสรู้แล้ว ถือว่าเป็นพระกายบริสุทธิ์ ปราศจากซึ่งกิเลส ธรรมกาย คือพระกายแห่งการรู้แจ้งเห็นจริงของพระพุทธเจ้า อันได้แก่พระธรรมคำสั่งสอน ของพระพุทธเจ้าที่ทรงตรัสรู้ สัมโภคกาย คือพระกายของพระพุทธเจ้าขณะเป็นมนุษย์ธรรมดา ที่อยู่ในกฏแห่งกรรม คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย สำหรับพระพิมพ์ศิลปสมัยลพบุรี นี้ ได้แบ่งเป็นสมัยดังนี้
พระพิมพ์ลพบุรี ระหว่าง พ.ศ. 1600-1650 องค์พระเป็นแบบ ปางสมาธิ มีพระเกศาหวี (เป็นเส้นขึ้น) ส่วนใหญ่ประทับนั่งใต้ต้นโพธิ์ พระลพบุรี ระหว่าง พ.ศ.1650-1700 องค์พระเป็นแบบปางมารวิชัย องค์เดียวก็มี และหลายองค์ก็มี เช่น พระนาคปรก อยู่กลางมีพระโพธิสัตว์อวโลติเกศวร อยู่ข้างขวา นางปัญญาบารมีอยู่ข้างซ้าย ก็มี สรุปแล้ว พระตรีกายที่เห็นนี้ เป้นพระตรีกายสมัยลพบุรี ระหว่าง พ.ศ. 1650-1700 นั่นเอง
อธิบายจุด ชี้ตำหนิ
1.พระเกศมาลาเหมือนฝาชีครอบ มีลักษณะของทวาราวดีแฝงเร้นอยู่ด้วย แต่พระเกศมาลา ของทวาราวดีจะสั้น (ไม่สูง)
2.พระขนง พระเนตร พระนาสิก พระโอษฐ์ ชัดเจนมาก ในองค์ที่สมบูรณ์แบบ พิมพ์กลางไม่มี อุณาหิตตรงหว่างคิ้ว
3.สังฆาฏิสั้นอยู่ระดับพระถัน (เต้านม)
4.มีรัดแขนเฉพาะองค์ที่ชัดเจน (พิมพ์เล็กไม่มี)
5.เป็นพระประทับนั่ง ปางมารวิชัย
6.อาสนะหรือรัตนบัลลังก์ ที่รองรับโดยมากจะเป็นบัวคว่ำและบัวหงาย แต่ภาพนี้จะประทับนั่งบนสถูปรูปพระเจดีย์

พระกริ่ง-พระชัยวัฒน์-รูปหล่อ 5