เกร็กเล็ก...เกร็ดน้อย
นี่ซิยอด... แค่รูปก็หายาก ซุปเปอร์ เบญจฯ พระเม็ดขนุน เนื้อชิน

โดย เล็ก วัดรวก

จั่วหัวเรื่องแบบนี้ สนุกกันอีกตามเคยแหละครับ รับรองได้ " ทีเด็ด " ประเทืองลูกกะตาและสมองแน่ๆ ก็ได้พูดคุย กับน้องๆนุ่งๆ ฝ่ายศิลป์ เขาว่า ทำหนังสือมันไม่ต่างจากขายก๋วยเตี่ยวนักหรอก ถ้าไม่อร่อยจริง ต่อให้ "เซลล์" ลากไป เขาก็ไม่ชิมหรอกครับ นี่แหละฮะ ถึงต้องพยายามสรรหาเรื่องดีๆ ที่เป็น "ทีเด็ด" มาฝากกัน
เอ้า... มาเข้าเรื่องเข้าราวกันดีกว่า วันนี้ผมมีของดีที่เป้น ทีเด็ด มาให้ดูอีกตามเคย ดูดีๆฮะ..... หลายๆท่าน เห็นแล้วก็บอก ปู้โธ่ เล็ก วัดรวก เอาอะไรมาถาม เอาของยากๆมาถามหน่อยไม่ได้หรือ..... ก็พระกำแพงเม็ดขนุนเนื้อดินเผาสัดำไงล่ะ!!
ถ้าตอบแบบนี้ก็ต้องให้ "ศูนย์" เพราะตีผิดเนื้อผิดฝาในจุดสำคัญ มันเหมือนเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ที่บอกปี พ.ศ. ผิด เหตุการณ์มันไม่เกิด เข้าก็ให้กินไข่ไก่ บำรุงสายตาไปพลางๆ พระองค์นี้คือพระกำแพงเม็ดขนุน "เนื้อชินเงิน"
แต่สีดำบนผิวพระหลอกตา ชวนให้นึกว่าเป็นพระเนื้อดิน แท้ที่จริงเป็นพระเนื้อชิน ที่มีสนิมดำปิ๊ด อย่างที่เรียกว่า "สนิมดำตีนกา" คือดำจริงๆ ทำให้ดูผ่านๆ ว่าพระองค์นี้เป็นพระเนื้อดินเผาสีดำนั่นแหละท่าน
ที่อารธนา พระองค์นี้มาให้ดูกัน เพราะเป็นพระที่หาค่ามิได้ คือตีเป็นตัวเงินไม่ได้ เพราะความหายาก มีขึ้นจากกรุ ไม่เกิน หนึ่งร้อยองค์ และที่สำคัญคือ พระนี้เป็นพระที่นักเลงพระประเภท ซือแป๋ ที่เซียนเห็นแค่เงา ยังสะท้านเขาใช้กัน นี่แหละครับ ความไม่ธรรมดาของพระกำแพงเม็ดขนุน เนื้อชิน
พระเมืองกำแพงเพชร หลายอย่างโบราณท่าน จะสร้างเป็นสองเนื้อ คือ เนื้อดินเผาเข้าว่าน กับเนื้อชิน อาทิ พระซุ้มกอ พิมพ์กลาง พระนางกำแพง พระนางท่ามะปราง เป็นต้น
ก่อนจะพูดอะไรถึงพระกำแพงเม็ดขนุนต่อไป ก็ขอปูพื้นนิดหน่อยว่า พระเครื่องชั้นยอดที่ติดอันดับเบญจภาคี เป็นพระของเมืองกำแพงเชร ถึง สององค์ คือพระซุ้มกอ และพระกำแพงเม็ดขนุน ศักดิ์ศรีพระชั้นอ๋อง ของเมืองกำแพงเชรถึงขนาดนี้ ทำให้พระสมเด็จวัดระฆัง กับบางขุนพรหม เบียดท่านไม่ลงหรอกครับ
พระซุ้มกอ และพระเม็ดขนุน ที่ขึ้นจากกรุ ล้วนแล้วแต่เป็นพระเนื้อดินเผาเข้าว่านแทบทั้งนั้น เนื้อหาจึงมีความหนึกนุ่ม มากกว่าพระเครื่องเมืองสุโขทัย อยุธยา รวมทั้ง ลำพูน แต่ไปใกล้เคียงกับพระผงสุพรรณ ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นนะครับ เพราะตำนานการสร้างพระพิมพ์เมืองกำแพงเพชร กับ เมืองสุพรรณ เป็นพระฤาษีชุดเดียวกัน
ในตอนนี้จะพูดเฉพาะพระกำแพงเม็ดขนุน ซึ่งปรกติจะเป็นพระเนื้อดิน พระนี้มีขึ้นจากสองกรุหลัก ที่เลื่องลือที่สุด ของกำแพงเพชร คือกรุวัดพิกุล กับกรุวัดพระบรมธาตุ ซึ่งอยู่ฝั่งนครชุม บางทีเราเรียกฝั่งทุ่งเศรษฐี ก็สุดแล้วแต่ใครจะถนัดปากอย่างไรก็เรียกอย่างนั้น นอกจากนี้ก็มีขึ้นที่กรุวัดลานดอกไม้ และกรุวัดป่ามีด แต่พิมพ์ทรงและเนื้อหา ไม่งามเท่าของสองกรุหลักที่ว่า
ขอแทรกตรงนี้หน่อยหนึ่งว่า คำว่าฝั่ง "นครชุม" เป็นคำที่นักเลงพระรุ่นเก๋า นิยมเรียกกัน คือเป็นพื้นที่ บริเวณเมืองกำแพงเพชรเก่าและอยู่คนละฟากแม่น้ำกับตัวจังหวัดกำแพงเพชรในขณะนี้ นครชุม ก็คือฝั่งที่ตั้งของป้อมทุ่งเศรษฐี ป้อมที่อยู่ไม่ไกลจากถนนใหญ่ เวลาเดินทางไปทางเหนือ โดยทางรถยนต์จะผ่าน
พระเม็ดขนุนแตกกรุ เป้นครั้งแรก ก็ราว 140 ปี มาแล้ว หลังจากนั้นก็ได้แตกกรุ ออกมาอีกหลายครั้ง แต่ก็พอคะเนว่า มีพระเนื้อชิน ไม่เกิน หนึ่งร้อยองค์เท่านั้น พระกำแพงเม็ดขนุนเนื้อชิน จึงเป้นพระที่หา ค่ามิได้ คือประเมินราคาค่างวดไม่ถูก แต่ก็แปลกที่พระมีคุณค่า ทางพุทธศิลป์ขนาดนี้ราคาเช่าหากลับเป็นรองพระเนื้อดิน
สำหรับตัวผมเห็นว่า พระอันดับ "อ๋อง" ทรงคุณค่าอย่างนี้ หากพบและมีสภาพพอสวย และในกระเป๋าพอมีสตุ้งสตางค์อยู่บ้าง ก็เช่าหาไว้ทันที อย่าเสียดายเงินเลยนะท่าน เพราะยังไงๆ สตางค์ก็ยังหาง่ายกว่าอยุ่ดี
ผมคลุกคลีตีโมง เห็นพระและขีดเขียนมานานพอสมควร จากประสบการณ์บอกให้รู้ว่า พระเม็ดขนุนเนื้อชิน และสวยเท่านี้ อย่าว่าแต่หาองค์จริงมาดูเลย แม้กระทั่งรูปถ่ายก็ยังหาดูได้ยากมาก เว้าแบบวัยสรุ่นสมัยนี้ ก็ต้องว่า ... แบบว่า เห็นแค่รูปก็เป็นบุญตา
พระกำแพงเม็ดขนุน เนื้อชิน ที่เป็นพระกรุ วัดบรมธาตุองค์นี้ มีความงดงามมากที่สุดองค์หนึ่งเท่าที่เคยปรากฏในวงการก็ว่าได้ "ทีเด็ด" ของพระกำแพงเม็ดขนุน เนื้อชิน องค์นี้มีอยู่บนผิว ผมจะชี้ทีละจุด เรามาเรียนเพลงบู๊สหวิทยายุทธ "ดิน-ชิน" ที่ควบหมัดเส้าหลินกับเพลงดาบบู๊ตึ้ง เข้าด้วยกัน และพระเม็ดขนุนเนื้อชินหยังงี้แหละหลายเซียนเห็นแล้วก็สั่น เป็นมาลาเรีย เพราะเป็นโรค "กลัวเนื้อชิน" ขึ้นสมอง และมันไม่แน่หรอกนะ เผื่อวันหนึ่งท่านอาจมีโชค ได้เจอะเจอ จะได้เช่าหาอาราธนาขึ้นคอ เป้นสิริมงคล ในฐานะพระสุดยอดหายากแห่งสยาม
ก่อนอื่นทั้งหมดต้องเข้าใจก่อนว่า พระเนื้อชินกับพระเนื้อดิน เป็นพระพิมพ์เดียวกัน เพราะสร้างจากแม่แบบเดียวกัน ดังนั้นรายละเอียดต่างๆที่ปรากฏ ในพระเนื้อดินก็ต้องมีในพระเนื้อชินด้วย เรามาดูกันครับ
1. ดูที่ขอบพระก่อน ในพระเม็ดขนุนเนื้อดินข้างขอบพระ มักเป็นสโลป คือลาดลง และขอบนอกสุดมัก มีรอยพับไม่ที่ใดก็ที่หนึ่ง พระองค์นี้มีรอยพับอย่างพระเนื้อดิน
2. พื้นพระถัดจากเส้นซุ้มครอบแก้วเข้าไป จะลาดเฉียงลงไปเล็กน้อยเข้าหาองค์พระ พระเนื้อชินองค์นี้ก็เช่นเดียวกัน
3. ส่วนพระพักตร์ยาวรี ด้านข้างยุบเข้ามาเล็กน้อย พระนาสิก เป็นแท่งสี่เหลี่ยมผืนผ้า ส่วนพระเศียร มีสามส่วนคือ พระศก พระเมาลี และพระเกศ ส่วนพระเกศนั้นเป็นปลีปลายจรด ยอดซุ้มแก้ว พระเม็ดขนุนเนื้อชินองค์นี้ก็เป็นอย่างพระเนื้อดินทุกประการ
4. ดูยอดลำพระองค์ จะเห็นเว้าเป็นร่องท้องช้าง นี่คือเอกลักษณ์แบบหนึ่งที่พบได้ในพระเม็ดขนุนกรุวัดพระบรมธาตุ
5. พระพาหาและพระกรขวาองค์พระอ่อนช้อยงดงามมาก พระหัตถ์ที่ทิ้งลงข้างลำพระองค์มี "ทีเด็ด" ที่ควรทราบในพระเนื้อดินชัดๆ จะเห้นเป็นสี่นิ้ว คือนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้จะเป็นเส้น บางๆ เลือนๆ นิ้วกลางและนิ้วนาง ปกติทั่วไปในพระกำแพงเม็ดขนุน นิ้วชี้จะไม่ค่อยปรากฏเพราะพระไม่คมชัดถึงขนาด นอกจากนี้นิ้วกลางและนิ้วนาง ก็มักติดกันเป็นพืด แต่ในพระเนื้อชินองค์นี้จะเห็นนิ้วชี้พอเห็นติดเลือนๆส่วนอีกสองนิ้ว ที่เหลือจะติดกันเป็นผืนหนา ขอย้ำอีกที ส่วนที่เป็นนิ้วชี้เก๊ยากมากเพราะเป็นบริเวณเล็กๆ ที่เป็นธรรมชาติ จะเห็นเป็นรอยประขาดๆหายๆ
6. พระอุระ เป็นกระเปาะแผ่วๆ ปรากฏพระนาภี(สะดือ)ให้เห็น
7. พระเพลาซ้ายองค์พระจะอิ่มนูน ส่วนพระชงฆ์ จะอ่อนช้อยวาดเว้าลงมา และปรากฏข้อพระบาท ส่วนที่เป็นพระบาทจะยาวแนบติดเส้นฐานบัว "ทีเด็ด" อยุ่ตรงปลายพระบาทด้านหลังจะยื่นยาวออกไปเล็กน้อย สำหรับพระเพลาขวาองค์พระจะอิ่มนูนเช่นกัน และจะยาวเรียว มาถึงส่วนพระชงฆ์ แล้วหักเป็นมุมป้าน ทำให้พระบาทยกขึ้นเป็นอาการ "เขย่ง"
8. "ทีเด็ด" สุดๆ อยู่ที่พระหัตถ์ขวาที่ยกขึ้นจีบนิ้วเสมอพระอุระ จะเห็นนิ้วปรากฏบางๆในพระเนื้อดินสวยจัดๆก็จะเห็นการจีบนิ้วแผ่วๆ บางๆ แบบนี้ครับ
ส่วนด้านเนื้อหา พระกำแพงเม็ดขนุนองค์นี้ จะเห็นผิวดำสนิมตีนกา อย่างที่กล่าวมาแต่ต้น ตามพื้นพระส่วนต่ำมีรอยสนิมขุมผิวพระลึกเข้าไป เฉพาะอย่างยิ่งส่วนล่างของพระ ทำให้ผิวขรุขระ นอกจากนี้แล้วผิวพระทั่วทั้งองค์ ก็แห้งสนิท เพราะมีอายุการสร้าง ผ่านมาจนบัดนี้ก็กว่า 600 ปีโดยประมาณ..... ฉบับนี้ว่ากันเท่านี้ก่อน ฉบับหน้าพบกันใหม่ครับ ขอให้ทุกท่านจงโชคดี มีเงินใช้ ไร้โรคา สวัสดีครับ